ประชาสัมพันธ์

“Dazzling New Year Delights” วัตสัน ส่งความสุขให้ใจจุกไปด้วยความฟินส่งท้ายปีอย่างยิ่งใหญ่

กับไอเทมเด็ดราคาพิเศษ เริ่มต้นเพียง 99 บาทเท่านั้น!!

วัตสัน ผู้นำร้านเพื่อสุขภาพและความงามอันดับหนึ่งของประเทศไทย ส่งมอบความสุข และความฟินต้อนรับเทศกาลปีใหม่ให้กับนักช้อปทุกท่าน ด้วยการยกขบวนสินค้าไอเท็มเด็ดสุดปัง ที่จัดมาให้เลือกอย่างหลากหลาย จุใจส่งท้ายปี เมคอัพ สกินแคร์  ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร หรือของใช้ส่วนตัว ในดีลดีราคาพิเศษ ที่เริ่มต้นเพียง 99 บาท เท่านั้น!  ราคาสุดปังส่งท้ายปีแบบนี้ มีให้เลือกช้อปกันได้ ตั้งแต่วันที่ 19 พฤศจิกายน ถึง 23 ธันวาคม 2563  ที่ร้านค้าวัตสันทั่วประเทศ และวัตสันออนไลน์ สามารถติดตามเงื่อนไขและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Official Line WatsonsTH เว็บไซต์ Watsons.co.th และแอปพลิเคชัน WatsonsTH ทั้ง PlayStore และ AppStore

รายการที่น่าสนใจ

  • สินค้าราคาเริ่มต้นที่ 99 บาท ช้อปเลยที่ Watsons Online
  • เมย์เบลลีน ฟิต มี แมท พอร์เลส พาวเดอร์ 6 กรัม ทุกเฉด/ไฮเปอร์เคิร์ท มาสคาร่า
  • ลอรีอัล โฟม 100 มล.(ทุกสูตร)
  • เดทตอล ครีมอาบน้ำทุกสูตร (ทุกสูตร)
  • สินค้าราคาเริ่มต้นที่ 199 บาท ช้อปเลยที่ Watsons Online
  • วาสลีน เฮลธี้ไวท์โลชั่น 550 มล. (เฉพาะสูตรที่ร่วมรายการ)
  • เคเอ ยูวีไวท์เทนนิ่ง ซอฟท์ครีม 40 กรัม
  • โดนัทท์ ถังเช่าพลัส มัลดิบี 30 แคปซูล
  • สินค้าราคาเริ่มต้นที่ 299 บาท ช้อปเลยที่ Watsons Online
  • เดอมาแอคชันพลัส บายวัตสัน แอคเน่โทนเนอร์ 130 มล. / เอสโอเอสสปอต 10 มล.
  • เอกซ์เซลเล้นท์ ครีมเปลี่ยนสีผม (ทุกสูตร)

มั่นคงแก็ดเจ็ท ประกาศความสำเร็จ สร้างสถิติยอดขายโต 3 เท่าในแคมเปญ ‘Shopee 11.11 Big Sale’

พร้อมเผยเบื้องหลังความสำเร็จ ดันธุรกิจโตยั่งยืน ตอบโจทย์ยุคนิวนอร์มัล

มั่นคงแก็ดเจ็ท (munkonggadget.com) ตัวแทนจำหน่ายหูฟังชั้นนำของประเทศ ประกาศความสำเร็จหลังปิดฉากมหกรรมช้อปปิ้งออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดอย่าง ‘Shopee 11.11 Big Sale’ เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ด้วยการสร้างสถิติใหม่กับการเติบโตในทุกมิติ พร้อมเผยกลยุทธ์สำคัญเบื้องหลังสู่ความสำเร็จ เตรียมปูทางธุรกิจรับพฤติกรรมนิวนอร์มัลสู่ความยั่งยืน สร้างแต้มต่อในสมรภูมิอีคอมเมิร์ซปี 2564 ที่คาดการณ์ว่าการแข่งขันจะทวีความรุนแรงมากขึ้น

คุณกมล พูนทรัพย์ ผู้ก่อตั้งและเจ้าของ มั่นคงแก็ดเจ็ทกล่าวว่า “สำหรับช่วง 11.11 ในปีนี้ ตลาดอีคอมเมิร์ซค่อนข้างคึกคักและได้รับความสนใจจากนักช้อปจำนวนมาก ซึ่งเป็นผลมาจาก 2 ปัจจัยสำคัญ คือ กำลังซื้อของผู้บริโภคที่พุ่งสูงขึ้นในช่วงโค้งสุดท้ายปลายปี ประกอบกับภาคธุรกิจในทุกอุตสาหกรรมหันมาให้ความสำคัญกับช่องทางอีคอมเมิร์ซมากยิ่งขึ้น ซึ่งส่งสัญญาณบวกให้เห็นถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจหลังวิกฤตโควิด-19 รวมทั้งยังตอกย้ำการขับเคลื่อนสู่ยุคนิวนอร์มัล ซึ่งมั่นคงแก็ดเจ็ท ได้มีการปรับแผนและกลยุทธ์ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์เพื่อสามารถตอบสนองผู้บริโภคได้อย่างตรงจุดอยู่เสมอ”

“ล่าสุด มั่นคงแก็ดเจ็ทได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในมหกรรม 11.11 Big Sale กับช้อปปี้ ผู้นำแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน ซึ่งเป็นพันธมิตรอีคอมเมิร์ซเจ้าแรกและเจ้าเดียวของมั่นคงแก็ดเจ็ท โดยได้รับผลตอบรับทีดีในทุกมิติทั้งเรื่องของยอดขาย และการสร้างฐานลูกค้าที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ซึ่งบริษัทฯ เชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าความสำเร็จในครั้งนี้ จะเป็นรากฐานที่สำคัญสู่การสร้างความยั่งยืน และช่วยเพิ่มแต้มต่อในการแข่งขันบนสมรภูมิอีคอมเมิร์ซ” คุณกมล กล่าว

เปิดสถิติความสำเร็จของมั่นคงแก็ดเจ็ท ในช่วงแคมเปญ Shopee 11.11 Big Sale

  • ในแคมเปญ 11.11 ที่ผ่านมา มั่นคงแก็ดเจ็ทสามารถสร้างการเติบโตในทุกมิติทั้งในแง่ยอดขายที่เติบโตถึง 3 เท่า ในขณะที่จำนวนนักช้อปเข้ามาเลือกซื้อสินค้าที่ร้านเพิ่มขึ้น 2 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงเวลาปกติ
  • สินค้าขายดี ประกอบด้วย หูฟังไร้สายรุ่น Sony WF-1000XM3, Sony WH-1000XM4, Pamu Scroll และ Lypertek Tevi
  • สินค้าแฟรชเซลล์ที่ขายหมดเร็วที่สุด คือ หูฟังไร้สายรุ่น WF-1000Xm3 โดยขายออกจำนวน 300 ชิ้น ภายในเวลาเพียง 3 นาที
  • มีนักช้อปเข้ามาปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์ผ่านฟีเจอร์ Shopee Game, Shopee Live, Shopee Feed และอื่นๆ มากกว่า 50,000 ครั้ง ในขณะที่โค้ดส่วนลดถูกแจกไปมากถึง 15,000 โค้ด

หมดยุคปลาใหญ่ไล่ปลาเล็ก ปลาที่ว่องไวคือผู้ที่อยู่รอด

เพราะเทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทในการดำรงชีวิตประจำวันของมนุษย์ ฉะนั้นการทำธุรกิจในยุคปัจจุบันไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดแต่เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่จะต้องรู้จักการสังเกต และปรับตัวอย่างทันท่วงทีให้เข้ากับสภาวะการเปลี่ยนแปลงของโลก ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือ การเกิดวิกฤตโควิด-19 ในช่วงครึ่งปีแรก ที่ส่งผลออกไปในวงกว้างกับทุกอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับแบรนด์ที่ยังขาดตัวตนบนโลกออนไลน์

มั่นคงแก็ดเจ็ท ได้ทำการศึกษาอย่างต่อเนื่องและเล็งเห็นถึงความสำคัญของโลกอีคอมเมิร์ซที่มีต่อพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน โดยมีการวางกลยุทธ์ขยายช่องทางการจัดจำหน่ายสู่ช่องทางออนไลน์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยมี ‘ช้อปปี้’ เป็นพันธมิตรด้านอีคอมเมิร์ซเจ้าแรกและเจ้าเดียว ซึ่งมั่นคงแก็ดเจ็ทได้เข้าร่วมเปิดตัวออฟฟิเชียลสโตร์ครั้งแรกในปี 2563 และตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มั่นคงแก็ดเจ็ทสามารถสร้างการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการเข้าร่วมดับเบิ้ลแคมเปญอย่าง 9.9 และ 11.11 ทั้งยังสามารถช่วยให้เข้าใจถึงความต้องการที่แตกต่างของผู้บริโภคบนช่องทางออนไลน์ และสามารถนำมาประยุกต์ให้เข้ากับเทคนิคใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกันของผู้บริโภคแต่ละคน (Personalization) ได้อย่างตรงใจ

ประสบการณ์ที่ดีคือหัวใจสำคัญสู่การผลักดันธุรกิจสู่ความยั่งยืน

‘ประสบการณ์’ คือสิ่งสำคัญที่ผู้บริโภคยุคใหม่มองหา และจะเป็นตัวชี้วัดถึงความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์และผู้บริโภคในระยะยาวอีกด้วย โดยนอกจากความชำนาญแล้ว มั่นคงแก็ดเจ็ทยังเน้นย้ำการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าอยู่เสมอ ทั้งการขายสินค้าที่มีคุณภาพ ในราคาที่สมเหตุสมผล มีโปรโมชั่นที่ดึงดูดใจ และการให้บริการที่ครบวงจร ซึ่งแพลตฟอร์มช้อปปี้ ไม่เพียงแต่จะมีฐานผู้ใช้งานที่ครอบคลุมทั่วทั้งประเทศ และทุกช่วงวัย แต่ยังเพียบพร้อมไปด้วยระบบหลังบ้านที่อำนวยความสะดวกให้แก่ทั้งผู้ขาย และผู้ซื้อ ไม่ว่าจะเป็นระบบการจัดส่ง ระบบการชำระเงิน ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจ และเลือกซื้อสินค้าได้สะดวกสบายยิ่งขึ้น

ไม่เพียงเท่านี้ มั่นคงแก็ดเจ็ทยังให้ความสำคัญกับการสร้างปฏิสัมพันธ์ร่วมกับลูกค้าอย่างสร้างสรรค์อยู่เสมอ ฉะนั้นฟีเจอร์ต่างๆ บนแอปพลิเคชั่นช้อปปี้ อาทิ Shopee Feed, Shopee Live, และ Shopee Games จึงเข้ามาช่วยเพิ่มศักยภาพในการทำการตลาดออนไลน์และเชื่อมต่อกับเหล่าลูกค้าให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ซึ่งยิ่งผู้บริโภคมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกับแบรนด์ผ่านเนื้อหา ไลฟ์สตรีมมิ่ง หรือเกมมากเพียงใด แนวโน้มที่จะได้รับความเชื่อมั่นและความจงรักภักดีที่ลูกค้ามีต่อแบรนด์สินค้าก็จะมากตาม จนเกิดความพึงพอใจ และซื้อสินค้าอย่างต่อเนื่องในที่สุด

“มั่นคงแก็ดเจ็ท มีความเชื่อมั่นและหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้ยกระดับความร่วมมือกับ ‘ช้อปปี้’ เพื่อพัฒนาและส่งมอบประสบการณ์ช้อปปิ้งออนไลน์ที่ดียิ่งขึ้นให้กับผู้บริโภค ผ่านการร่วมแคมเปญและกิจกรรมที่สร้างสรรค์ต่อไปในอนาคต” คุณกมล กล่าวทิ้งท้าย

กดติดตามร้านค้า Munkonggadget Official Store บน Shopee เพื่อไม่ให้พลาดข่าวสารและโปรโมชั่นล่าสุด ได้ที่ https://shopee.co.th/munkonggadget

ยูนิโคล่ขอขอบคุณลูกค้าที่ให้การสนับสนุนที่ดีมาตลอด 9 ปี ผ่านแคมเปญพิเศษ ‘’ขอบคุณ 9 ปี มีกันทุกก้าวไป”     

ยูนิโคล่ แบรนด์เครื่องแต่งกายระดับโลกจากญี่ปุ่น ขอบคุณผู้บริโภคชาวไทยที่เชื่อมั่นและให้ยูนิโคล่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต ในทุกช่วงเวลาและโอกาสสำคัญ ตลอด 9 ปีที่ผ่านมาโดยกิจกรรมขอบคุณลูกค้าในครั้งนี้จะเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 19-26 พฤศจิกายน 2563 เพื่อให้ลูกค้าได้พบกับหลากหลายสินค้าไลฟ์แวร์ (LifeWear) ซึ่งโดดเด่นด้วยดีไซน์ที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด มีรูปแบบที่เรียบง่าย คุณภาพสูง เหมาะกับการใช้งานในแต่ละวันและทำให้ชีวิตของผู้สวมใส่ดีขึ้น โดยสินค้าไลฟ์แวร์ อาทิ เสื้อเชิ้ต เสื้อยืด เสื้อกันหนาว และกางเกง

                เพื่อเป็นการตอกย้ำในคำขอบคุณที่ยูนิโคล่ตั้งใจมอบให้กับลูกค้าทุกคนไปพร้อมกับการสนับสนุนแบรนด์คนไทยคุณภาพดี ร้านสาขาของยูนิโคล่ในแต่ละภาค ได้จัดเตรียมของขึ้นชื่อจากภูมิภาคนั้นๆ ที่ตั้งใจคัดสรรมาเพื่อส่งมอบให้กับลูกค้าผ่านแคมเปญนี้ ส่วนลูกค้าออนไลน์สโตร์จะได้รับเป็นสเปรย์แอลกอฮอล์ เพื่อแสดงความห่วงใยในสุขภาพของลูกค้า

โอกุริ โทโมโยชิ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท ยูนิโคล่ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “เรารู้สึกยินดีและภูมิใจอย่างยิ่งที่ลูกค้าชาวไทยให้ความเชื่อมั่นและไว้วางใจให้ยูนิโคล่ได้เป็นส่วนหนึ่งในทุกช่วงเวลาและทุกโอกาสสำคัญๆ ของชีวิต ผ่านเครื่องแต่งกายและเสื้อผ้า LifeWear มาตลอดระยะเวลา 9 ปี ที่ผ่านมา โดยการที่ยูนิโคล่จัดกิจกรรมในครั้งนี้ขึ้นมา เพราะต้องการมอบคำขอบคุณไปยังลูกค้าทุกท่านที่เชื่อมั่นและไว้ใจให้ LifeWear เข้ามามีส่วนช่วยทำให้ชีวิตดีขึ้นในทุกๆ วัน ควบคู่ไปกับการสะท้อนถึงความตั้งใจของยูนิโคล่ ที่ต้องการเติบโตควบคู่กับสังคมไทยได้อย่างยั่งยืน ผ่านการสนับสนุนผลิตภัณฑ์ที่เป็นแบรนด์ของคนไทย  อีกทั้งยังเป็นสินค้าจากชุมชนที่ถูกเลือกสรรมาเป็นของสมนาคุณให้กับลูกค้าแทนคำขอบคุณในกิจกรรมนี้ด้วยเช่นกัน”

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมของกิจกรรม ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 19 – 26 พฤศจิกายน 2563 ที่ร้านยูนิโคล่และออนไลน์สโตร์ทุกสาขา ได้ที่เว็บไซต์ยูนิโคล่ www.uniqlo.com/th หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชันยูนิโคล่เพื่อรับข้อมูลกิจกรรมพิเศษก่อนใคร

“อ้าย..คนหล่อลวง” เปิดรอบพิเศษให้ชมก่อนใคร!!

“จีดีเอช” ชวนคุณมาร่วม “หล่อก่อนใคร” กับภาพยนตร์ โรแมนติกคอมเมดี้ “อ้าย..คนหล่อลวง” รอบพิเศษก่อนฉายจริง ในวันพุธที่ 2 ธันวาคมนี้ รอบ 20.30 น. เพียงซื้อเสื้อที่ระลึก และตั๋วชมภาพยนตร์ในราคาพิเศษเพียง 399 บาท จาก(ปกติ 599บาท) ตั้งแต่วันที่ 13-19 พฤศจิกายน 2563 รีบสั่งด่วน มีจำนวนจำกัด สั่งก่อนได้ที่นั่งดีก่อน เฉพาะ 8 สาขาที่ร่วมรายการ ได้แก่ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน, เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รังสิต, เมกา ซีนีเพล็กซ์, เวสต์เกต ซีนีเพล็กซ์, เอส เอฟ เวิล์ด ซีเนม่า เซ็นทรัลเวิล์ด, เอส เอฟ ซีเนม่า เดอะมอลล์ บางกะปิ, เอส เอฟ เอ็กซ์ ซีเนม่า เซ็นทรัล พลาซา ลาดพร้าว, เอส เอฟ ซีเนม่า เดอะมอลล์ บางแค ติดตามรายละเอียดได้ที่ FACEBOOK PAGE : GDH หรือ LINE @gdh559shop

‘ฟาง-ธนันต์ธรญ์’ สุดแฮปปี้ เอไอเอส ผนึก ช้อปปี้มอบสิทธิประโยชน์สุดปังให้ผู้ค้า เล่นแอปฯ ช้อปปี้ฟรี! ไม่คิดค่าเน็ต!โดนใจพ่อแม่ค้าออนไลน์สุดๆ

เรียกได้ว่าเป็นการคอลแล็บที่ตอบโจทย์พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์แบบสุดๆ  รวมถึง“ฟาง-ธนันต์ธรญ์ นีระสิงห์” นักร้องนักแสดงสาวหน้าใสจากวงเฟย์ฟางแก้ว ที่ผันตัวมาเป็นเจ้าของแบรนด์ Self-Storyรู้สึกดีใจสุดๆ เมื่อ ‘เอไอเอส’ ผู้นำเครือข่ายและบริการดิจิทัลอันดับ 1 ของไทย จับมือกับ‘ช้อปปี้ (Shopee)’ ผู้นำแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน รุกขึ้นมาสนับสนุนผู้ค้าออนไลน์และกระตุ้นตลาดอีคอมเมิร์ซของไทยให้คึกคึก เปิดตัวแพ็กเกจสุดพิเศษ ‘AIS x Shopee’ฉลองมหกรรมช้อปออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดShopee 11.11 Big Saleมอบซิมสุดประหยัดพร้อมสิทธิประโยชน์สุดคุ้มค่า ให้ผู้ค้าใช้งานบนแอปพลิเคชัน ช้อปปี้ฟรี! ไม่คิดค่าเน็ต พร้อมรับเน็ตเพิ่มสูงสุด 4 เท่า บนเครือข่าย AIS 5G ที่ครบ 77 จังหวัดทั่วประเทศ โทรฟรีเบอร์ในเครือข่ายเอไอเอส กว่า 40.9ล้านเลขหมาย และโทรฟรีเบอร์ ShopeeCall Centerตลอด 24 ชั่วโมงแถมรับชม YouTube Premium ฟรี 3 เดือน!

ฟาง-ธนันต์ธรญ์เผยว่า “ในฐานะผู้ขายออนไลน์ ฟางมักจะมองหาช่องทางหรือตัวช่วยที่คอยอำนวยความสะดวกให้เราสามารถทำธุรกิจบนโลกออนไลน์ได้อย่างสะดวกสบายและไม่ติดขัด ในการทำคอนเท้นต์ส่งเสริมการขายมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการโพสต์รูป อัปโหลดวิดีโอ หรือ กระทั่งการทำไลฟ์เพื่อเชื่อมต่อและพูดคุยกับเหล่าผู้ซื้อได้อย่างทันทีโดยการที่เอไอเอส และ ช้อปปี้ ได้ร่วมมือกันเปิดตัวซิมการ์ด AIS x Shopeeในครั้งนี้ ฟางรู้สึกว่าตอบโจทย์กับความต้องการของผู้ใช้งานที่เป็นผู้ค้าและผู้ประกอบการออนไลน์ในยุคปัจจุบันมากๆ ค่ะ เพราะซิมตัวนี้ จะให้ผู้ค้าอย่างเราได้ใช้อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็สามารถทำงานได้อย่างคล่องแคล่ว หมดความกังวลเรื่องปัญหาการใช้งานอินเตอร์เน็ต ในขณะเดียวกันยังมาพร้อมกับสิทธิพิเศษเฉพาะผู้ขายบนช้อปปี้อีกด้วย อาทิ สามารถโทรหา Call Center ของช้อปปี้ได้ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง และฟรีShopee Ads Credits ทุกเดือน ซึ่งเหมาะมากๆ ในการตั้งรับกับกระแสการช้อปปิ้งออนไลน์ในช่วงปลายปีนี้ของทุกๆ คน ให้สามารถเร่งยอดและสร้างการเติบโตบน     อีคอมเมิร์ซได้อย่างมีประสิทธิภาพค่ะ”

สำหรับ พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ที่สนใจสามารถลงทะเบียนรับซิมได้ตั้งแต่วันนี้ – วันที่ 9 มกราคม 2564ได้ที่https://shopee.co.th/m/ais-11ทั้งนี้ เพื่อเป็นการฉลองมหกรรมช้อปออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดShopee 11.11 Big Sale เอไอเอสยังได้เตรียมความพิเศษสำหรับลูกค้าให้ได้เต็มอิ่มกับสินค้าและบริการดิจิทัลจาก AIS แบบเอ็กซ์คลูซีฟ ในร้าน AIS Official บนช้อปปี้ อาทิ สมาร์ทโฟนรุ่นดังในราคาพิเศษลดกว่า 50% และเล่นเกมลุ้นรับ THE ONE SIMรวมมูลค่ากว่า 200,000 บาท อีกด้วย

รมย์รวินท์ คอสเมติก (Romrawin Cosmetics) แนะนำผลิตครีมกันแดดบางเบา เนื้อนุ่ม ดุจใยไหม ปกป้องผิว 360 องศา อย่าง “Sun Silky Perfect UV SPF50 PA+++”พร้อมบำรุงให้ผิวแลดูสว่างกระจ่างใส จบครบในขั้นตอนเดียว ด้วยสารสกัดจากดอกกุหลาบ (Alpine rose) ส่งตรงจากเทือกเขาแอลป์ เข้าเสริมสร้างคลอลาเจนในชั้นผิว ลดเลือนริ้วรอยก่อนวัย พร้อมคืนความชุ่มชื้นให้ผิวดูอิ่มน้ำ ให้ความรู้สึกเรียบเนียน ไม่เหนียวเหนอะหนะตั้งแต่ครั้งแรกที่สัมผัส ปราศจากพาราเบน น้ำหอม และสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิว เรียกว่าให้มากกว่าครีมกันแดดทั่วไป เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว ขนาด 25 ml. ราคาพิเศษ 539 บาท (จากปกติ 590 บาท) วันนี้ – 30 พฤศจิกายน 2563 นี้  สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : Romrawin Cosmetics หรือ Line@ : @romrawincosmetics

ที่สุดแห่งปีกับปรากฎการณ์แฟชั่นโชว์เด็กระดับโลก Bangkok Kids International Fashion Show 2020

ภูกิจ เกสรินทร์ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ALICIO Thailand ร่วมกับ นภัสนันท์ พันพึ่ง กรรมการผู้จัดการ พีอาร์ โปร เอเชีย และ เสกสกล จันทรา กรรมการผู้จัดการ บางกอก อีเว้นท์ แมเนจเม้นท์ จัดงาน Bangkok Kids International Fashion Show 2020 (BKIF 2020) แฟชั่นโชว์เด็กที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ดึงพันธมิตรแบรนด์ไทยและต่างประเทศกว่า 15 แบรนด์ พาโชว์ความอลังการของเสื้อผ้า ตอกย้ำการเป็นผู้นำแฟชั่นโชว์ระดับเยาวชน เปิดเวทีให้นางแบบ นายแบบกว่า 400 ท่าน และดีไซเนอร์ระดับแนวหน้าของไทย ได้แสดงศักยภาพให้เป็นที่ประจักษ์ผ่านการจัดแฟชั่นโชว์สุดตระการตาต่างจากทุกครั้งที่ผ่านมา พร้อมคว้าตัวสาวน้อยมหัศจรรย์อย่าง อมิตา ทาทา ยัง มาโชว์พลังเสียงในมินิคอนเสิร์ตที่ทุกคนรอคอย อัดแน่นด้วยการแสดงพิเศษ พร้อมดารารับเชิญมากมาย อาทิ เกรซ กาญจน์เกล้า, อ๋อม อรรคพันธ์, ไฮด์ ครุญสธร, แบงก์ ธนาธิป, ภณ ธนภณ, ฟิล์ม รัฐภูมิและวง The Circus บอกได้เลยว่างานนี้ห้ามพลาด!

Bangkok Kids International Fashion Show 2020 จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 15 พฤศจิกายน 2563 เวลา 11.00 – 20.30 น. ณ ห้อง คริสตัล แกรนด์ บอลรูม ที่ ซีดีซี คริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์ เลียบทางด่วน เอกมัย – รามอินทรา ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊กเพจ ALICIO Thailand

“ฟิตบิท จัดเต็มส่งโปรโมชั่น 11.11 เอาใจนักช้อปสายสุขภาพ พร้อมส่วนลดกว่า 60%ผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ซ”

ฟิตบิท ผู้นำอุปกรณ์แวร์เอเบิลระดับโลก มุ่งมั่นที่จะส่งเสริมให้คนไทยหันมาดูแลสุขภาพของตัวเองมากขึ้น โดยมีฟิตบิท อินโนเวทีฟแวร์เรเบิลเป็นตัวช่วยในการบรรลุเป้าหมายสุขภาพ อีกทั้งยังตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์จองผู้สวมใส่ได้อย่างลงตัว ซึ่งในช่วงปลายปี 2563 นี้ ฟิตบิต จึงขอส่งโปรโมชั่นเด็ด 11.11 เอาใจนักช้อปสายสุขภาพพร้อมส่วนลดสูงสุดถึง 60% ผ่านลาซาด้า (Lazada) และ ช้อปปี้ (Shopee)

Product render of Fitbit Versa 2 inbox and Special Edition family.

สำหรับโปรโมชั่นส่วนลดของฟิตบิทในครั้งนี้ ประกอบไปด้วยสมาร์ทวอชและฟิตเนชแทรคเกอร์รวมทั้งสิ้น 10 รุ่น ประเดิมด้วย ฟิตเนสแทรคเกอร์ในตระกูล Versa สมาร์ทวอชเพื่อการแทร็กสุขภาพและฟิตเนสรุ่นยอดนิยมของฟิตบิท ที่พร้อมช่วยให้คุณเข้าถึงข้อมูลสุขภาพและการนอนมาพร้อมกับฟังก์ชั่น GPS และสามารถกันน้ำได้ถึง 50 เมตร ที่ครั้งนี้มอบส่วนลดให้ถึง 4 รุ่นประกอบไปด้วย Fitbit Versa 2 SE ราคา 4,990 บาท (จาก 6,990 บาท) Fitbit Versa 2 ราคา 3,990 บาท (จาก 5,990 บาท) Fitbit Versa ที่มาพร้อมกับส่วนลดถึง 60% และ Fitbit Versa Lite กับส่วนลด 50% ไม่เพียงเท่านี้ยังมีส่วนลดสำหรับฟิตบิทในรุ่นอื่น ๆ อย่าง Fitbit Iconic กับส่วนลด 60%, Fitbit Inspire HR กับส่วนลด 800 บาท, Fitbit Aria Air กับส่วนลด 600 บาท, Fitbit Ace 2 กับส่วนลด 1,100 บาท, Fitbit Charge 3 SE กับส่วนลด 3,000 บาท และ Fitbit Charge 4 Navy กับส่วนลด 1,000 บาท

Product render of Fitbit Inspire HR, 3QTR view, in Black

ร่วมช้อปแบบสุขภาพดีกับฟิตบิทพร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษแบบนี้ได้เพียง วันที่ 11 พฤศจิกายน 2563 นี้เท่านั้น ผ่านทางลาซาด้า (Lazada) และ ช้อปปี้ (Shopee)

SHU ต้อนรับบิ๊กเซลล์แห่งปี 11 เดือน 11 จัด Special price ราคาเดียว

ช้อปให้ทันกับโปรโมชั่นเด็ด! SHU จัดหนักลดใหญ่ทั้งหน้าร้านและออนไลน์ ต้อนรับเทศกาลบิ๊กเซลล์แห่งปี 11 เดือน11 ปล่อยราคาพิเศษสุดว้าว! ให้คุณสาวๆ ได้เลือกสรรกับสินค้ากว่า 300 ไอเทม ไม่ว่าจะเป็นรองเท้า กระเป๋า ที่ขนกันมาลดราคาเหลือเพียงราคาเดียว 1,111 บาทเท่านั้น  ระหว่างวันที่ 9-11 พฤศจิกายน 2563  ช้อปง่ายๆได้ที่ SHU Store ทุกสาขาและออนไลน์  สามารถดูสินค้าร่วมโปรโมชั่นได้ที่ https://www.shu.global/

รมย์รวินท์ คลินิก  จัดโปรโมชั่นแรง11.11 ถูกสุดในรอบปี

มาดามจอย – ขวัญฤทัย  ดำรงค์วัฒนโภคิน แห่ง รมย์รวินท์  คลินิก (Romrawin Clinic)  เตรียมนับถอยหลังจัดโปรโมชั่นโดนใจนาทีทองเอาใจลูกค้า จัดหนักจัดเต็มฉลองเทศกาลช้อปปิ้งออนไลน์ ต้อนรับแคมเปญ 11.11 ในราคาสุดพิเศษที่ไม่เคยถูกมาก่อนในรอบปี รวมถึงส่วนลดต่างๆ มากมาย ในวันพุธที่ 11 พฤศจิกายนนี้เท่านั้น สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : Romrawin Clinic หรือ https://www.romrawin.com หรือ Line Official : @Romrawinclinic

ทรูโฟร์ยู ช่อง 24 จัด Movie Birthday เปย์ยกบ้าน แจกฟรีตัวหนังสำหรับคนเดือนพฤศจิกายน 2563

ทรูโฟร์ยู ช่อง 24 ขนทัพหนังดังหนังดีมาให้ชมกันอย่างจุใจกับช่วง Movie World สำหรับเดือนพฤศจิกายนนี้ ผู้ชมทางบ้านจะได้พบกับ ภาพยนตร์ มิสเตอร์เฮิร์ท มือวางอันดับเจ็บ ( Mr. Heart ) ที่จะทำให้คุณฮาจนหายเฮิร์ท นำแสดงโดยพระเอกมาดกวน ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ กับเรื่องราวของนักเทนนิสซูเปอร์สตาร์หนุ่ม ‘ดอน สีชัง’ ผู้บาดเจ็บจากความรัก ซึ่งถูกร็อคสตาร์มาดเข้มอย่าง จิมมี่ เดอะร็อกเก็ต (เผือก) เข้ามาแย่งชิงหวานใจอย่าง ‘แอนนา’ (มารี) ไป จนกระทั่งดอนสีชังได้รับความช่วยเหลือจาก ดิว เพื่อนหญิงในวัยเด็กที่เข้ามาร่วมภารกิจพิชิตความเฮิร์ท

ตลอดเดือนพฤศจิกายนนี้ แฟนๆ ทรูโฟร์ยู อย่าพลาดชมหนังแอ็คชั่นสุดระทึกของพระเอกระดับตำนาน ซิลเวสเตอร์ สตอลโลน กับภาพยนตร์ กระสุนเดนตาย (BULLET TO THE HEAD) ภารกิจล้างแค้นสุดโหดให้กับคู่หูของเขา จิมมี่ (ซิลเวสเตอร์ สตอลโลน) นักฆ่ามือเก๋าจากนิวออร์ลีน และเขาต้องร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจนิวยอร์ค เทย์เลอร์ (ซุง กัง) หลังจากที่คู่หูของพวกเขาถูกสังหารอย่างเหี้ยมโหด  ต่อด้วยหนังแอคชั่นของเจ้าพ่อนักบู้ อาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์ ในภาพยนตร์ นายอำเภอ คนพันธุ์เหล็ก (THE LAST STAND) กับเรื่องราวของ เรย์ โอเว่นส์ (อาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์) เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เคยทำผิดพลาดในอดีต เขารู้สึกผิดและตัดสินใจย้ายออกจากแอลเอมาเริ่มต้นชีวิตใหม่แบบสงบสุขด้วยการเป็นนายอำเภอในเมืองเล็กๆ อย่าง โซเมอร์ตัน แต่ความสงบสุขก็ถูกทำลาย เมื่อหัวหน้าแก๊งค้ายารายใหญ่หลบหนีออกมาจากคุกพร้อมกับตัวประกัน และมุ่งหน้ามายังเมืองโซเมอร์ตัน ที่เป็นทางผ่านในการหลบหนีข้ามประเทศ ทำให้เรย์ตัดสินใจลุกขึ้นมาสู้อีกครั้งเพื่อทำหน้าที่เป็นปราการด่านสุดท้าย ตบท้ายด้วยความสนุกจากหนังจีน เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้คนสุดท้าย (THE LAST TYCOON)  ผลงานการแสดงของพระเอก โจวเหวินฟะ กับเรื่องราวในปีค.ศ. 1917 เฉิง (โจวเหวินฟะ) ผู้ชายที่ทำมาหากินสุจริต แต่ในค่ำคืนหนึ่งชีวิตของเขาก็ได้เปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล เมื่อเขาไปมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงของสารวัตรตำรวจ ทำให้เขาถูกยัดข้อหาและต้องไปอยู่ในคุก และพบหนังดังอีกมากมายได้ทาง ทรูโฟร์ยู ช่อง 24

นอกจากความสนุกกับภาพยนตร์ชื่อดังแล้ว  ทรูโฟร์ยูยังมอบความสุขในวันพิเศษ แจกตั๋วหนังฟรีสำหรับคนที่เกิดในเดือนพฤศจิกายน 2563  เพียงแค่ถ่ายภาพหน้าจอขณะรับชมภาพยนตร์เรื่องใดก็ได้ตลอดเดือนพฤศจิกายนนี้ ทางทรูโฟร์ยู ช่อง 24 แล้วโพสต์ภาพลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว และใส่แฮชแท็ก #Moviebirthday #ทรูโฟร์ยูช่อง 24 พร้อมตั้งค่าโพสต์ให้เป็นสาธารณะ เฉพาะ 20 คนแรกเท่านั้น รับฟรีทันที บัตรชมภาพยนตร์ Major Cineplex 1 รางวัลๆ ละ 5 ใบ รวม 20 รางวัล จำนวน 100 ใบ มูลค่ารวมทั้งสิ้น 32,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.true4u.com

บริษัท ชู โกลบอล จำกัด ขอเสนอข่าว เอาใจสาวกคิตตี้  SHU จัดโปรโมชั่นสุดปัง!! กับ รองเท้า Collection SHU x HELLO KITTY🎀

บอกเลยว่ากรี๊ดมากๆ สำหรับ HELLO KITTY (ฮัลโหล คิตตี้) ที่ได้รับเชิญให้มาเป็นส่วนหนึ่งของรองเท้า SHU กับคอลเลคชั่นใหม่  SHU x HELLO KITTY สุดน่ารัก  ล่าสุด SHU จัดโปรโมชั่นเอาใจสาวๆต้อนรับเดือนต้นฤดูหนาว  เมื่อซื้อรองเท้า SOFASHOES  HELLO KITTY ใน ราคา 2,290 บาท ได้รับของแถมสุดพิเศษทันที ไม่ว่าจะเป็น ซื้อ1 คู่  แถมฟรี! ขวดน้ำ HELLO KITTY  น่ารักฟรุ้งฟริ้ง จาก Lock & Lock แบรนด์หรู ลาย Hello Kitty ขนาด 650ml มูลค่า 300 บาท  ซื้อ 2 คู่ แถมฟรี! ชั้นเก็บของอเนกประสงค์ มูลค่า 600 บาท  และซื้อ 3 คู่ แถมฟรี! เครื่องทำแซนวิชสุดเก๋ ไม่เหมือนใคร พกพาสะดวก จะไปปิ๊กนิ๊ก หรือ แคมปิ้งอยู่ที่บ้าน ได้ตามใจชอบ มูลค่า 2,990 บาท  ใครรู้ตัวว่าเป็นสาวกคิตตี้ รีบจับจองเป็นเจ้าของกันด่วน!! ตั้งแต่ วันที่ 4 ถึง 30 พฤศจิกายน 2563  จ้า

ช้อปง่ายๆได้ที่ SHU Store ทุกสาขาและออนไลน์  สามารถดูสินค้าร่วมโปรโมชั่นได้ที่ www.shu.global

“มิกค์-บิ๊กเอ็ม-ยูโร” โผล่เซอร์ไพร์ส “WOODY SHOW” ประเดิมเทปแรก

ก่อนเผยความลับสุดว้าวครั้งแรก!! ในรายการ

เป็นการประเดิมเอพิโสดแรกสู่สายตาชาวไทยด้วยความ “ว้าว” ครบรส สมศักดิ์ศรีรายการรูปแบบ “ว้าวไรตี้” รายการแรกในประเทศไทย อย่างแท้จริง กับ “วู้ดดี้ โชว์” (WOODY SHOW) เมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ทางช่อง 7HD เพราะเพียงแค่เปิดรายการ วู้ดดี้-วุฒิธร มิลินทจินดา พิธีกรและเจ้าของรายการ ก็จัดเซอร์ไพร์สว้าวชุดใหญ่ต้อนรับผู้ชมในสตูดิโอกลุ่มแรกของรายการ ที่วู้ดดี้โทรไปเซอร์ไพร์สเพื่อเชิญแฟนรายการของเขาให้เข้ามาร่วมรับชมรายการในสตูดิโอด้วยตัวเอง ด้วยการประกาศ แจกทีวีขนาด 50 นิ้ว ทั้งสตูดิโอ!! เล่นเอาทุกคนช็อคชนิดที่สตูแทบถล่มไปตามๆกัน หลังจากที่มอบความสุขให้กับผู้ชมในสตูดิโอแล้ว คราวนี้ถึงคราวของพิธีกรที่ต้องว้าวบ้าง เมื่อ “วู้ดดี้” โดน 3 พระเอกสุดฮอตของช่อง 7  ได้แก่ มิกค์ ทองระย้า , ยูโร – ยศวรรธน์ ทะวาปี และ บิ๊กเอ็ม – กฤตฤทธิ์ บุตรพรม ทำเซอร์ไพร์สอย่างอบอุ่น โดยการปลอมตัว เข้าไปนั่งอยู่ในกลุ่มผู้ชมในสตูดิโอ เพื่อเป็นการต้อนรับรายการ WOODY SHOW และวู้ดดี้ สู่ครอบครัวช่อง 7HDอย่างเป็นทางการ ซึ่งทั้ง 3 คน ไม่ได้แค่มาเซอร์ไพร์สเฉยๆเท่านั้น แต่พวกเขาทั้ง 3 ได้มาเผยความลับที่ไม่เคยมีใครรู้มาก่อน ในรายการ WOODY SHOW เป็นครั้งแรก กับช่วง Spill The Tea ซึ่งมิกค์ พระเอกหน้าหล่อ เผยว่า ตัวเองเคยขับรถตามสาวที่ไม่รู้จักไกลนับสิบกิโล!! เพราะคิดว่าเป็นพรหมลิขิต..แต่สุดท้ายก็คือนกไปตามระเบียบ!!! ในส่วนของหนุ่มมาดกวน ยูโร นั้น เคลมว่าตัวเองเป็นคนตัวอ่อนมาก แต่แค่พูดอย่างเดียวใครจะเชื่อ!! หนุ่มยูโร เลยออกมาทำ “สะพานโค้ง” โชว์ซะเลย แต่โชว์คนเดียวคงไม่สนุก ยูโร จึงเอ่ยปากชวนวู้ดดี้มาทำด้วยกัน สุดท้ายภาพที่เห็นคือล้มทับกันระเนระนาดเลยจ้า สุดท้ายที่หนุ่มมาดเข็ม บิ๊กเอ็ม ที่เผยว่า “ทั้งบ้านรู้กันว่าผมนั้น 5 นิ้ว!!” จนทำให้ทั้งพิธีกรและผู้ชมในสตูดิโอกรี๊ดสตูดิโอแทบแตก..แต่บิ๊กเอ็มก็เฉลยว่า อย่าคิดลึก!! 5 นิ้วที่ว่า คือเป็นคนชอบทานข้าวเหนียวโดยการใช้มือและนิ้วทั้ง 5 มาตั้งแต่เด็กๆ แต่ตอนนี้โตแล้ว เลยเปลี่ยนเป็น 10นิ้ว ซะเลย!!! แหมมม..ขนาดเฉลยแล้วยังอดคิดถึงไม่ได้เลยนะเนี่ยยย เรียกได้ว่าทั้ง 3 ความลับของ 3 พระเอก นี้สร้างทั้งเสียงหัวเราะ รอยยิ้ม และเรียกเสียงกรี๊ดแบบไม่มีหยุดพักกันเลยทีเดียว ..ที่สำคัญยังแถมอาการปวดหลังกลับบ้านให้กับ พิธีกรของเราอีกด้วย

  นอกจากนี้ WOODY SHOW ในเอพิโสดแรกยังได้แขกรับเชิญสุดปัง อย่าง “MILLI” (มิลลิ – ดนุภา คณาธีรกุล) แรปเปอร์หญิงแห่งยุค มาร่วมนั่งพูดคุยแบบกันเองสุดๆ พร้อมกับยิงคำถามกระแทกใจว่า “ถ้าให้เลือกออกเดทกับหนุ่มๆซักคน จะเลือกออกเดทกับใคร?” ซึ่งทีมงานก็เซตรูปศิลปินดาราชายมากหน้าหลายตามาให้มิลลิ เลือกตัดออกทีละคน จนสุดท้ายเข้าวินที่ “เจ้านาย-จินเจษฎ์ วรรธนะสิน” ที่มิลลิเปิดใจว่า “แม้จะไม่เคยเจอแต่ก็อยากออกเดทด้วยซักครั้ง!!” จากนั้นอยู่ๆ เจ้านาย ก็ปรากฏตัวมาเซอร์ไพร์สแบบที่มิลลิ ไม่ทันได้ตั้งตัว ทำเอามิลลิเขินหนัก ลุกวิ่งหนีแบบเสียอาการ จนวู้ดดี้ถึงขั้นเอ่ยปากว่า นี่เป็นครั้งแรกที่เห็นมิลลิเขินที่สุดตั้งแต่ที่เคยรู้จักกันมาเลยทีเดียว!! ซึ่งครั้งนี้แม้จะเป็นครั้งแรกที่ทั้งมิลลิและเจ้านาย ได้เจอหน้ากันเป็นครั้งแรก  โดยก่อนหน้านี้มีการทักทายกันผ่านทางโซเชียลเท่านั้น แต่ทั้งคู่ก็ดูเคมีเข้ากั๊น..เข้ากัน เหมือนสนิทกันมานาน ต่างฝ่ายต่างเป็นปลื้มในผลงานและความสามารถของกันและกัน แถมมิลลิยังออกอาการเขินตลอดเวลาที่ร่วมพูดคุยกัน ที่สำคัญยังจับมือตกลงทำเพลงร่วมกันพร้อมสัญญาว่าจะกลับมาโชว์ในWOODY SHOW อีกครั้ง ..หรือว่านี่..จะเป็นคู่จิ้นใหม่ของวงการเพลงไทย??..งานนี้แฟนๆคอยจับตา..เอ้ย! ติดตามกันด้วยน้า

                เรียกได้ว่า นอกจากจะได้รับทั้งความว้าว และความสนุก อย่างครบรส  รวมถึงสร้างข้อคิดและแรงบันดาลใจให้กับตัวเองแล้ว วู้ดดี้ขอการันตีว่า เมื่อไหร่ที่รับชม WOODY SHOW ชาวไทยทุกคนจะมีความสุขและรอยยิ้ม ตั้งแต่ต้นจนจบรายการอย่างแน่นอน ติดตามความว้าวสุดเซอร์ไพร์สแบบนี้ ในรายการ WOODY SHOW ทุกวันอาทิตย์ เวลา 5 โมงเย็น ทางช่อง 7HD   #WoodyShow #วู้ดดี้โชว์ #ว้าวไรตี้ #ช่อง7hd

สามารถรับชมย้อนหลังและติดตามพร้อมอัปเดทข่าวสาร รายการ WOODY SHOW ได้ทางFacebook: Woody  –  Instagram: Woodytalk  –  YouTube: Woody  –  Twitter: @Woodytalk    TikTok: woodywoody – Line: @woodytalk

สำหรับใครที่อยากมาเป็นผู้ชมและร่วมสนุกกับรายการ “วู้ดดี้ โชว์” (WOODY SHOW)

คลิ๊กสมัครที่ลิ้งค์ด้านล่างได้เลย https://forms.gle/X6BNe35BD2v19Svu9

กอล์ฟ เบญจพล ชวนซื้อกระเป๋าผ้า “นายจ๋าทาสมาแล้ว” รุ่นลิมิเตด ร่วมทำบุญให้น้องหมาจรจัด มูลนิธิ The Voice

เป็นหนึ่งในทาสหมาและเรียกว่าเป็นเทวดาของหมาจรจัดคนหนึ่ง สำหรับดารานักแสดง กอล์ฟ เบญจพล เชยอรุณ พิธีกรจากรายการ “นายจ๋าทาสมาแล้ว” ทางช่อง 8 ทีนอกจากดูแลน้องหมาเป็นจำนวนมาก ก็ยังชอบช่วยเหลือ สุนัขจรจัด โดนทิ้งอยู่เป็นประจำ และอยากเชิญชวนเหล่าบรรดาทาสหมาช่วยกันซื้อกระเป๋าผ้า “นายจ๋าทาสมาแล้ว” รุ่นลิมิเตด รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายนำไปสมทบทุนให้กับมูลนิธิ The Voice เสียงจากเรา เพื่อนำไปช่วยเหลือสุนัขจรจัดและถูกทิ้ง

ผมก็ดูแลหมาจรจัดมาหลายปีแล้วครับ ที่บ้านมีหมาอยู่ประมาณ 10 ตัว ก็เป็นหมาจรจัดที่ผมเก็บมาเลี้ยงไว้ประมาณ 8 ตัว ซึ่งเป็นหมาที่ถูกทอดทิ้งไว้ตามตึกตามคอนโดต่างๆ และอยู่ในป่า มีบางตัวเคยเป็นหมาขี้เรื้อนผมก็นำมารักษาจนหายดี ยังมีหมาที่ถูกทอดทิ้งอีกเป็นจำนวนมากมายไม่ได้รับการดูแล ผมก็เลยอยากเชิญชวนผู้ใจบุญทั้งหลายร่วมกันซื้อถุงผ้า “นายจ๋าทาสมาแล้ว” รุ่นลิมิเตด ทำมาจำนวนจำนวนจำกัดแค่ 80 ใบเท่านั้น ราคาใบละ 250 บาท รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายก็จะนำไปบริจาคให้กับ มูลนิธิ The Voice เสียงจากเรา ของคุณเก๋ ชลลดา เมฆราตรี นางฟ้าของหมาจรทั้งหลาย โดยสามารถไปจองซื้อได้ที่บูธ E07 ในงาน” Thailand International Dog Show 2020” ตั้งแต่วันที่ 5-8 พฤศจิกายน 2563 ฮอล์ล 9-10 อิมแพค เมืองทองธานี ครับ พร้อมเจอกับผมได้ในงานนะครับ ขอบคุณครับ” 

“POLCA THE JOURNEY” แฟนมีตติ้งครั้งแรกในไทย  ยืนยันเลื่อนครั้งสุดท้าย!!!“เต-นิว” ลั่นพร้อมลุย เจอกันแน่นอน 20 กุมภาพันธ์ 64 ที่ ยูเนี่ยน ฮอลล์

เปิดขายบัตร 17 ธันวาคมนี้

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ยังไม่คลี่คลาย แม้ว่าประเทศไทยจะสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ทางหน่วยงานภาครัฐ โดยกระทรวงสาธารณสุขยังคงมีมาตราการคุมเข้มต่อเนื่อง และขอความร่วมมือให้ทุกฝ่ายควบคุมดูแลการจัดงานที่มีการรวมตัวของคนจำนวนมากให้มีมาตราการเว้นระยะห่างตามนโยบาย Social Distancing จึงมีความจำเป็นต้องจัดผังใหม่แบบเว้นระยะห่างให้ถูกต้องตามมาตรการของรัฐ ส่งผลให้ความจุของสถานที่เดิม ไม่รองรับกับจำนวนคนที่ซื้อบัตรไปแล้ว จึงจำเป็นต้องเปลี่ยนสถานที่จัดงาน เพื่อให้สามารถจัดผังใหม่แบบเว้นระยะห่างได้ใกล้เคียงกับที่นั่งเดิมของผู้ที่ซื้อบัตรไปแล้วมากที่สุด อีกทั้งยังมีผู้ซื้อบัตรชาวต่างชาติที่ไม่ประสงค์จะคืนบัตรเป็นจำนวนมาก ยังไม่สามารถเดินทางมาร่วมงานได้ เนื่องจากการเดินทางระหว่างประเทศอย่างเต็มรูปแบบยังไม่กลับสู่ภาวะปกติ

  ด้วยเหตุผลดังกล่าว ทาง “จีเอ็มเอ็มทีวี” ผู้นำด้านคอนเทนต์บันเทิงแบบครบวงจร ที่จัดทริปสุดฟินพร้อมพาโพก้าไปสนุกกับการเดินทาง ในงาน POLCA THE JOURNEY : TAY&NEW 1st FAN MEETING IN THAILAND แฟนมีตติ้งครั้งแรกในประเทศไทย ของคู่จิ้นสุดฮอต “เต ตะวัน-นิว ฐิติภูมิ” และเพื่อนร่วมทางสุดพิเศษ “ป๊อด-ศุภกร, ฟลุ๊ค-กวิน, เอเจ-ชยพล” จากซีรีส์ “Dark Blue Kiss จูบสุดท้ายเพื่อนายคนเดียว” จึงขอเลื่อนการจัดงานเป็นครั้งสุดท้าย เปลี่ยนเป็นวันเสาร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2564 และเปลี่ยนสถานที่เป็น ยูเนี่ยน ฮอลล์ ชั้น F6 ศูนย์การค้ายูเนี่ยนมอลล์ เนื่องจากสถานที่ใหม่มีจำนวนความจุตามผังที่นั่งแบบเว้นระยะห่าง ตามที่ได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานภาครัฐ รองรับกับจำนวนคนที่ซื้อบัตรไปแล้ว ซึ่งงานนี้ “เต-นิว” และเพื่อนๆ นักแสดง พร้อมมาสร้างความสนุกและมอบความสุขให้แฟนๆ ชาวโพก้าได้ฟินอย่างเต็มที่ กับโชว์ชุดพิเศษสุดเอ็กซ์คลูซีฟ บนเวทีแสงสีเสียงยิ่งใหญ่ตระการตา ยืนยันเจอกันแน่นอน  

   และในครั้งนี้ผู้ชมทั่วโลกสามารถดูสดผ่านแอปพลิเคชัน VLIVE แพลตฟอร์มออนไลน์ ที่เป็นการผนึกกำลังกับ “VLIVE” แพลตฟอร์ม Live Streaming และ Community ยักษ์ใหญ่จากเกาหลีใต้อีกครั้ง โดยสามารถรองรับผู้ชมได้กว่า 200 ประเทศทั่วโลก และมี Sub-title ภาษาอังกฤษ, จีน และญี่ปุ่น เพื่อให้ผู้ชมจากทั่วโลกได้รับชมอย่างเต็มอรรถรสมากยิ่งขึ้นอีกด้วย  

  โดยจะเปิดขายบัตรเพิ่มเติมตามผังที่นั่งในสถานที่ใหม่ ตั้งแต่วันที่ 17 ธันวาคมนี้ เป็นต้นไป ทางไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา หรือ www.thaiticketmajor.com และ Call Center โทร 0-2262-3456 บัตรราคา 7,500 (VVIP) / 5,000 (VIP) / 3,500 / 2,500 / 1,500 บาท ส่วนการดูสดผ่าน Application VLIVE ผ่านช่องทาง VLIVE+ เปิดขายบัตร ตั้งแต่วันที่ 11 มกราคม 2564 เป็นต้นไป โดยไม่มีกำหนดวันปิดขายบัตร บัตรราคา 1,500 V Coins (iOS) ประมาณ 900 บาท (Android and PC) หรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.vlive.tv และติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ www.facebook.com/gmmtvofficial & Instagram & Twitter & Line TV & YouTube & Weibo & VLIVE : GMMTV

พีแอนด์จี ยกระดับประสบการณ์ร่วมกับผู้บริโภค จับมือ ช้อปปี้

อัดโปรโมชั่นแคมเปญเพื่อส่งมอบความคุ้มค่า พร้อมระดมทุนสนับสนุนองค์กรการกุศลในกิจกรรม Shopee 11.11 Big Charity

บริษัท พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล (ประเทศไทย) จำกัด หรือ พีแอนด์จี เดินหน้ายกระดับประสบการณ์ช้อปปิ้งออนไลน์ในมิติใหม่ จับมือ ช้อปปี้ ผู้นำแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน ร่วมเฉลิมฉลองมหกรรม Shopee 11.11 Big Sale จัดโปรโมชั่นแคมเปญเพื่อส่งมอบความคุ้มค่าให้กับผู้บริโภคชาวไทย พร้อมเชิญชวนน้กช้อปร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการทำความดีผ่านการช้อปปิ้งสินค้าภายใต้เครือพีแอนด์จี เพื่อร่วมระดมทุนให้แก่องค์กรกางกุศลสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสังคมใน Shopee 11.11 Big Charity ส่งเสริมโภชนาการของเด็กปฐมวัย และพัฒนาการที่สมวัยของเด็กๆ ในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคม – 11 พฤศจิกายน 2563

อิลิช่า ธัม เจีย จัน ผู้จัดการอีคอมเมิร์ซอาวุโส บริษัท พีแอนด์จี (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ที่พีแอนด์จี เรามีความมุ่งมั่นที่จะส่งมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพเพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยและเติบโตเคียงข้างสังคมไทย ในโอกาสเฉลิมฉลองมหกรรม Shopee 11.11 Big Sale ซึ่งเป็นแคมเปญช้อปปิ้งออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งปี เราจึงได้พัฒนาแคมเปญทางการตลาดรูปแบบใหม่ๆ ร่วมกับ ช้อปปี้ เพื่อยกระดับประสบการณ์ร่วมกับผู้บริโภคให้มีความหมายและลึกซึ้งยิ่งขึ้นในทุกมิติ ในขณะเดียวกันยังสะท้อนค่านิยมที่สำคัญที่บริษัทฯ ได้ยึดถือเสมอมา โดยพีแอนด์จี ได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในโครงการ Shopee 11.11 Big Charity ที่นักช้อปไม่เพียงแต่จะได้รับสินค้าแบรนด์ดังภายใต้เครือพีแอนด์จี ที่มาพร้อมกับความคุ้มค่าโปรโมชั่นแคมเปญสุดพิเศษให้กับผู้บริโภค แต่ในการซื้อสินค้าในเครือพีแอนด์จีในระหว่างแคมเปญยังเป็นการร่วมระดมทุนแก่องค์กรการกุศลเพื่อสนับสนุนโภชนาการของเด็กปฐมวัย และพัฒนาการที่สมวัยของเด็กๆ ในประเทศไทยอีกด้วย”

Tefal ผนึกกำลัง Shopee ยกระดับประสบการณ์การช้อปปิ้งออนไลน์

ทีฟาล์ว (Tefal) เปิดเกมเร่งดีกรีความร้อนแรงในสมรภูมิเครื่องใช้ไฟฟ้า เดินหน้าบุกสร้างยอดขายผ่านช่องทางออนไลน์แบบเต็มพิกัด หวังโกยกำลังซื้อโค้งสุดท้ายของปี จับมือ ช้อปปี้ ผู้นำแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน ส่งโปรฯ แรงแจกส่วนลดและของแถมแบบไม่มียั้ง พร้อมเปิดตัวสินค้าใหม่ล่าสุดกับ หม้อทอด EY4018 ในมหกรรมออนไลน์ช้อปปิ้งสุดยิ่งใหญ่แห่งปี “Shopee 11.11 Big Sale”

คุณ ปฐม ยงค์มาลย์วงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายขาย บริษัท กรุ๊ป เอสอีบี (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กและเครื่องครัว ภายใต้แบรนด์ ทีฟาล์ว (Tefal) เปิดเผยว่า “ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี ทีฟาล์วยังเชื่อมั่นว่าผู้บริโภคภายในประเทศมีกำลังซื้อและพร้อมที่จะใช้จ่ายในช่วงสิ้นปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนช่องทางออนไลน์ที่ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในช่องทางการจับจ่ายในชีวิตประจำวันของหลายๆ คน ไปแล้ว โดยทีฟาล์วได้ตอบสนองต่อพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคและบุกตลาดอีคอมเมิร์ซผ่านการร่วมเป็นพันธมิตรกับแพลตฟอร์มชั้นนำอย่าง ช้อปปี้ เพื่อจัดกิจกรรมทางการตลาดที่สร้างสรรค์ โดยในช่วงมหกรรมการช้อปปิ้งออนไลน์ Shopee 11.11 Big Sale นี้ นอกจากทัพสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านและเครื่องครัวคุณภาพระดับโลกที่มาพร้อมกับโปรโมชั่นสุดพิเศษให้นักช้อปออนไลน์เลือกสรรแล้ว เรายังจัดคอนเท้นต์สุดสนุกบน Shopee Live เพื่อเชื่อมต่อกับเหล่านักช้อป ให้สามารถเข้าถึงสินค้าของเราได้แบบเรียลไทม์ โดยเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความร่วมมือกับช้อปปี้ในครั้งนี้ จะเป็นแรงผลักดันให้ทีฟาล์วสามารถสร้างยอดขายออนไลน์ได้ตามเป้าหมายที่เราตั้งใจไว้ และกลายเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ครองใจผู้บริโภคชาวไทยได้อย่างแน่นอน”

ศิลปินไอดอลหญิงวง CGM48  เตรียมส่ง “ Melon Juice” ซิงเกิลที่ 2 คอนเซ็ปต์เมล่อน ตัวแทนความรัก+ ความสดใส ปังปุริเย่ !   เร็วๆ นี้

บริษัท  อินดิเพนเด้นท์ อาร์ทิสท์ เมเนจเม้นท์ จำกัด หรือ  iAM  ดูแลบริหารงานศิลปินไอดอลหญิงวง CGM48  ในประเทศไทย   ส่งเพลงที่สองของศิลปินไอดอลหญิงวง CGM48  ชื่อเพลง  Melon Juice  การเลือกเพลงนี้เป็นเพลงหลักของซิงเกิลที่ 2  หยิบยกเรื่องราวของเพลง ๆ นี้เป็นการเปรียบเทียบ “เมล่อน”   เสมือนความรักของคนรุ่นใหม่   ภายใต้แนวคิด ผลไม้เมล่อน  ที่เป็นผลไม้หลายๆ คนชื่นชอบ เนื่องจากมีความหวาน  ความชุ่มฉ่ำ  มีความสุขเมื่อรับประทาน เรื่องราวของเพลงนี้ ความรักก็เหมือนเมล่อน  หากหมั่นดูแลใส่ใจผลไม้ก็จะชุ่มฉ่ำ  แต่ถ้าหากปล่อยละเลย มันอาจจะแห้งโรยราและไม่อร่อยนั่นเอง

        เรื่องราวของ MV เพลง  Melon Juice  จึงได้มีความพิเศษ นำแฟนคลับที่มาร่วมในงาน CGM48  2 nd  Single  Melon Juice Performance  คล้ายกับต้นฉบับของวง  HKT48  เข้ามาภายใน  MV  ทำให้เกิดความน่าสนใจ ในภาพรวมของ MV ได้ถ่ายทอดเรื่องราว เด็กสาวคนหนึ่งที่เดินทางไปเรียนหนังสือ แล้วก็เดินทางผ่านสถานีรถไฟแห่งนี้ทุกวัน   ซึ่งก็ทำให้ได้พบกับคนที่เขาชื่นชอบในสถานีรถไฟแห่งนั้น  แต่เหตุการณ์มันเกิดขึ้นทุก ๆ วัน ทำให้เกิดความชอบขึ้นไปเรื่อย ๆ เวลามองคนที่เราชอบทีไรก็เกิดวามประทับใจ  เกิดมีความสุขเข้าไปในทุกๆ ครั้ง  โดยการที่เราแอบมองคนที่เราแอบชอบ จินตนาการความสุขที่เกิดขึ้นก็เหมือนกับความรัก เปรียบเทียบกับเด็กสาวคนหนึ่งที่มีจินตนาการกว้างไกล ว่าความรักก็คงเหมือนเมล่อน สดใส สดชื่น แล้วก็ถ้าเราเป็นแฟนกันก็อยากจะทำน้ำผลไม้ที่อร่อยสุด ๆ ให้กับคนที่เราชื่นชอบ ทั้ง ๆ ที่โลกแห่งความเป็นจริงอาจจะเกิดขึ้นหรือไม่เกิดขึ้นก็ได้  ด้านการถ่ายทอดภายใน MV จะทำให้รู้สึกว่าเป็นเด็กสาวที่มีจินตนาการผ่าน เมล่อนนับว่าเป็นเมล่อนที่อร่อย  สัมผัสได้ถึงความสดใสของเด็กผู้หญิงด้านความคิดบวก

           ในเพลงประกอบเซ็มบัตสึทั้ง 16 คน ร่วมร้องและถ่ายทอดออกมาด้วยความตั้งใจและฝึกซ้อมอย่างหนัก  เพื่อที่จะเข้าใจถึงบริบทของเพลง  ซึ่ง เพลงนี้มี สิตา – สิตา ธีรเดชสกุล และ คนิ้ง – วิทิตา สระศรีสม เป็น Double Center  ประกอบด้วยอีก 14 เมมเบอร์ อาทิ อิซึรินะ – รินะ อิซึตะ , ออม – ปุณยวีร์ จึงเจริญ  , มีน-  พิชญธิดา สนธิศักดิ์วรรณะ, มิลด์- ชยานันท์ เจ็ดพี่น้องร่วมใจ ,ปีโป้– จิรัฐิกาล ทะสี , พั้นซ์ – วัชรี ด่านผาสุกกุล , แองเจิ้ล – นภัสนันท์ ธรรมบัวชา,  ปะริมะ –ชุติปภา รัตนกรญาณวุฒิ,  ,มามิ้งค์ – มาณิฌา เอี่ยมดิลกวงศ์ ,  ไข่หวาน– มานิตา จันทร์ฉาย,  ฟอร์จูน– ปัณฑิตา คูณทวี , นีนี่ – พิชญาภา สุปัญญา ,  พิม – พรวารินทร์ วงศ์ตระกูลกิจ และ เหมย –  รพีพรรณ แช่มเจริญ เป็นต้น

          สำหรับแฟนๆ เมื่อฟังเพลงนี้จะได้รับรู้ถึงความสุข  พร้อมอมยิ้มกับความน่ารักสดใส   จินตนาการเชิงบวก  ความไพเราะของการร้องประสานเสียง คำว่า Melon Juice จะเป็นคำที่ติดปาก  อย่างไรก็ตามถือว่าเป็น Character ของวง CGM48 ที่เข้ากับเพลงนี้มาก ๆ    ซึ่ง  MV :  Melon Juice   เตรียมปล่อยปลายเดือนตุลาคมศกนี้ และสามารถติดตามช่องทางสังคมออนไลน์ของน้องๆ CGM48  www.cgm48official.com   FB : CGM48 และ IG : cgm48official   เป็นต้น

SHU ลดเวอร์! จัดโปรโมชั่นสุดคุ้ม ถึง 50% ต้อนรับวันฮาโลวีน

ฮาโลวีนนี้ แซ่บ!ถึงใจกับไอเทมที่ใครก็ห้ามพลาด จาก SHU กับโปรโมชั่นสุดคุ้มลดสูงสุด ถึง 50 % ขนสินค้ามาเพื่อสายแฟชั่นโดยเฉพาะ ทั้งรองเท้า กระเป๋า เสื้อผ้า เลือก Match กันได้อย่างลงตัว ระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม  ถึงวันที่ 1 พฤศจิกายน 2563 นี้ … ช้อปง่ายราคาเบาๆได้ที่ SHU Store ทุกสาขาและออนไลน์  สามารถดูสินค้าร่วมโปรโมชั่นได้ที่ www.shu.global

“กัน” ปลื้ม!!! “คนละทีเดียวกัน” ฟีดแบคดีแฟนๆ ชมบทสนุกน่ารักดูแล้วคลายเครียด

ห่างหายไปจากการเล่นซีรีส์แนวคอมเมดี้สนุกสนานมาพักใหญ่ ล่าสุดพอสบโอกาสที่นักแสดงสุดฮอต “กัน-อรรถพันธ์ พูลสวัสดิ์” ได้ลงเล่นออริจินัลซีรีส์ “คนละทีเดียวกัน” จากการผนึกกำลังของ GMMTV” กับ AIS PLAY” ก็ทำเอาเจ้าตัวดีใจสุดๆ แถมยังปลื้มอกปลื้มใจ เมื่อรู้ว่ากระแสตอบรับจากแฟนๆ มาแรง จนติดเทรนด์ทวิตเตอร์ “อันดับ 1” ในไทย และอีกหลายประเทศ แถมยังแรงต่อเนื่องทุกสัปดาห์ พร้อมชมเนื้อเรื่องสนุกครบรสดูแล้วคลายเครียด 

“กัน” เผยว่า “มีความสุขครับที่กันได้มาเล่นซีรีส์เรื่องนี้ เพราะซีรีส์แนวคอมมาดี้เป็นสิ่งที่กันชอบอยู่แล้ว เวลาที่เราเล่นก็จะไม่รู้สึกเครียดหรือกดดันเหมือนแนวดราม่า ซึ่งในเรื่องกันรับบทเป็น “ทีเร็กซ์” ร่าเริงสดใส เข้ากับคนง่าย ไม่ชอบความเงียบ และที่สำคัญคือเป็นโรคกลัวการอยู่ตัวคนเดียว แรกๆ ผมก็แอบเป็นกังวลว่าคนดูจะชอบหรือเปล่า แต่ผิดคาดเลยครับพอซีรีส์ออนแอร์ไปตอนแรก ก็ติดเทรนด์ทวิตเตอร์อันดับ 1 ทั้งไทยและอีกหลายประเทศเลยครับ ตกใจและก็ดีใจมากที่คนดูชอบ ส่วนใหญ่จะคอนเมนท์ว่าชอบเนื้อเรื่อง ดูแล้วสนุก ดูไปยิ้มไป     บางคนก็อินกับคาแรคเตอร์ของกันในเรื่องที่เรียกเสียงฮาได้ตลอด รู้สึกดีใจครับ เพราะกลัวอยู่เหมือนกันว่าเราจะเล่นออกมาแล้วไม่ถูกใจแฟนๆ เพราะกันตั้งใจและทุ่มเทกับเรื่องนี้มากๆ  ยอมรับเลยว่าเป็นการทำงานที่ทั้งยากและเหนื่อย  เพราะเป็นซีรีส์ที่ระยะเวลาในการถ่ายทำสั้น นอกจากนั้นเวลาที่เราเล่นจะต้องสื่อสารอารมณ์ของตัวละครให้ดูโอเวอร์แอ็คติ้งเป็นการ์ตูน        ถึงจะเหนื่อยแต่กันก็มีความสุขเวลาที่ได้มากองถ่าย เพราะเพื่อนๆ นักแสดงทั้ง 5 คนคือ           “คริส-สิงโต-พี่ออฟ-พี่เต-พี่นิว” สนิทกันอยู่แล้ว เลยเป็นการทำงานที่สนุกราบรื่นไม่เครียดครับ สุดท้ายฝากติดตามชมซีรีส์ด้วยนะครับ มาลุ้นว่าแต่ละคนจะมีวิธีจัดการกับความกลัวของตัวเองอย่างไรครับ”

ติดตามชม “คนละทีเดียวกัน” ทุกวันศุกร์ เวลา 21.30 น. ทางช่อง GMM25 และ AIS PLAY ดูฟรีทุกเครือข่าย ไม่มีโฆษณาคั่น และดูย้อนหลังได้ทุกช่องทางที่ AIS PLAY แอปพลิเคชัน AIS PLAY, เว็บไซต์ https://aisplay.ais.co.th, กล่อง AIS PLAYBOX,  APPLE TV, SAMSUMG SMART TV พร้อมอัพเดททุกความเคลื่อนไหวได้ที่ www.GMM-TV.com/ www.facebook.com/gmmtvofficial & IG & Twitter & YouTube : GMMTV

เบลล่า-มิว-แอลลี่’ ร่วมยินดีงานเปิดตัวหนังสือ ‘30 ปี เอไอเอส ธรรมดาที่ไม่ธรรมดา’

ยกนิ้วให้! สร้างแรงบันดาลใจเต็มๆ

เพราะเป็นหนึ่งในผู้ได้รับแรงบันดาลใจดีๆ 2 พรีเซนเตอร์ซุปเปอร์สตาร์ “เบลล่า-ราณี แคมเปน” และ “มิว-นิษฐา จิรยั่งยืน” เลยไม่พลาดมาร่วมแสดงความยินดี ในงานเปิดตัวหนังสือ30 ปี เอไอเอส ธรรมดาที่ไม่ธรรมดา’ พ็อกเก็ตบุ๊กเล่มแรกและเล่มเดียวที่บันทึกการเดินทางผ่านร้อนผ่านหนาวตลอด 30 ปีของ ‘เอไอเอส’ ถ่ายทอดโดย สมชัย เลิศสุทธิวงค์’ ซีอีโอมืออาชีพที่เริ่มต้นจากพนักงานธรรมดาๆก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดขององค์กรโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่อันดับ 1 ของประเทศ ณ สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ ชั้น 5 สามย่านมิตรทาวน์

            บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก เต็มไปด้วยแขกผู้มีเกียรติหลากหลายวงการตบเท้าร่วมยินดีคับคั่ง รวมทั้ง พรีเซนเตอร์สาวสุดฮอต เบลล่า-ราณี แคมเปน, มิว-นิษฐา จิรยั่งยืน และ นักร้องสาว แอลลี่-อชิรญา นิติพน ที่ทั้งหมดได้ซึมซับแรงบันดาลใจจากหนังสือไปเต็มๆจนถึงกับต้องทึ่ง ยกนิ้วให้ความไม่ธรรมดา ของ ‘เอไอเอส’

            สำหรับ หนังสือ 30 ปี เอไอเอส ธรรมดาที่ไม่ธรรมดา’ บันทึกการเดินทางผ่านร้อนผ่านหนาวตลอด 30 ปีของ ‘เอไอเอส’ บอกเล่าประวัติความเป็นมาของ เอไอเอส และการพัฒนาระบบโทรคมนาคมของประเทศไทย ผ่านมุมมองของ ‘สมชัย เลิศสุทธิวงค์’ พนักงานธรรมดาๆ ที่ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดขององค์กร ผู้อุทิศเวลากว่าครึ่งชีวิตขับเคลื่อนเอไอเอสให้เติบโตเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่เช่นทุกวันนี้ อีกทั้ง หนังสือยังฉายภาพให้เห็นถึงแนวคิด วิธีการทำงาน ตลอดจนการก้าวผ่านอุปสรรคที่เข้ามาทดสอบและพิสูจน์ฝีมือการเป็นซีอีโอมืออาชีพ พร้อมส่งต่อแรงบันดาลใจ ให้คนทำงานรุ่นใหม่ องค์กร และภาคธุรกิจ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่งในแบบของตัวเอง.

            โดย หนังสือ “30 ปี เอไอเอส ธรรมดาที่ไม่ธรรมดา” หนังสือ 30 ปี เอไอเอส ธรรมดาที่ไม่ธรรมดา จำหน่ายในราคา 250 บาท ในรูปแบบหนังสือเล่ม ผ่านทาง AIS Online Store และ E-Book รายได้จากการจำหน่ายหนังสือทั้งหมด หลังหักค่าใช้จ่าย เอไอเอสจะมอบให้แก่โรงพยาบาลบ้านแพ้ว (องค์การมหาชน) เพื่อ
สาธารณกุศลต่อไป

ปล่อยเพลง “TGIF คืนวันสุข” ของ Tammadar (ตาตั้ม – ชัชวัสส์ นวมมี)  ศิลปินเดี่ยวชาย     ที่มีน้ำเสียงหวาน ไพเราะ มีเอกลักษณ์  ของค่าย Kitchen Garden  Entertainment

มาให้ทุกคนได้ฟังเพลงผ่าน Streaming Platform ทุกช่องทางแล้ว ล่าสุดทางค่ายขอส่งมิวสิควีดีโอ มาตอกย้ำความสุข ความอบอุ่น ละมุน ของเพลงให้มากขึ้น โดยเนื้อหา ในมิวสิควีดีโอ ถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับ  ผู้ชายธรรมดาคนนึงที่เฝ้ารอความรัก โดยที่ไม่รู้ว่าความรักจะมาถึงเมื่อไหร่ในช่วงชีวิตของเขา จนได้มาพบเจอกับเธอคนนี้ที่มาเติมเต็มความสุขให้กับเขา ทำให้ในทุกๆคืนเป็นคืนวันแห่งความสุข

           สามารถรับชมมิวสิค วีดีโอ เพลง “TGIF คืนวันสุข” ของ ศิลปิน Tammadar ได้แล้ววันนี้   ทาง YouTube Channel Kitchen Garden Entertainmen และ สามารถติดตามความเคลื่อนไหวของค่ายเพลง รวมถึงศิลปินของค่าย ได้ที่ เฟซบุ๊คแฟนเพจ  https://www.facebook.com/kitchengarden.entertainment/ 

กับ “Harvest Point” เมื่อพ้อยท์ของคุณงอกเงยได้

“ชมชอบ” (ChomCHOB) แอปพลิเคชัน Centralize Point Platform แพลตฟอร์มที่รวมคะแนนบัตรเครดิต และบัตรสะสมคะแนน ไว้ทั้งหมดจบในที่เดียวที่ช่วยให้ผู้ถือบัตรแลกคะแนนก้อนใหญ่ได้ง่ายเพียงปลายนิ้ว และยังเป็นแอปฯ ที่เติบโตเร็วที่สุดในประเทศไทย กับการก้าวสู่ปีที่ 5 ที่ครองใจผู้ใช้จำนวนกว่า 2ล้าน users ให้ได้ ช้อป ชิม ชิล ได้อย่างไร้ขีดจำกัด

ทุกวันนี้เราปฏิเสธไม่ได้ว่า อำนาจการจับจ่ายผ่านบัตรเครดิตหรือบัตรต่างๆ เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของทุกคนทั่วโลก และหนึ่งในปัญหาคาใจของเหล่าสายช้อปก็คือการถือบัตรหลายใบ ส่งผลให้พ้อยท์คะแนนต่างๆ เกิดการกระจายตัว ไม่สามารถแลกของชิ้นใหญ่ได้สักที จึงเป็นที่มาของ “ชมชอบ” (ChomCHOB) แอปพลิเคชัน ที่เข้ามาจัดการระบบสะสมพ้อยท์จากสถาบันการเงินต่างๆ มาเเลกให้เป็น CCP หรือ ชมชอบพ้อยท์ เพื่อใช้ในการซื้อสินค้า เเละบริการสุดชิคจากร้านค้า ที่พัก ร้านอาหาร ชั้นนำทั่วประเทศบนเเอปชมชอบอย่างไร้ขีดจำกัด ซึ่งล่าสุดชมชอบกรุ๊ปยังสร้างปรากฏการณ์สะเทือนวงการอีกครั้ง ด้วยการส่งฟีเจอร์ใหม่ล่าสุด “Harvest Point” เมื่อพ้อยท์ของคุณงอกเงยได้

ฟีเจอร์ “Harvest Point” ถูกพัฒนาต่อยอดจนกลายเป็นอีกหนึ่งไม้เด็ด ที่จะถูกใจสายช้อปที่คะแนนเหลือเก็บ แต่เก็บจนเลยกำหนด ปัญหานี้จะหมดไปเพียงผู้ใช้งานนำพ้อยท์มาปลูกใน Harvest Point ที่ตอบโจทย์การยืดเวลาอีกทั้งยังเพิ่มมูลค่ารับผลตอบแทนการันตีที่ *10 เปอร์เซ็นต์จากยอดพ้อยท์ที่ฝาก นอกจากนั้นผู้ใช้งาน ยังสามารถขายผลผลิต ที่ปลูกเอาไว้แล้วนำพ้อยท์ที่สะสม บวกกับผลกำไรออกมาใช้ ชิม ช้อป ชิล ตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนได้อีกด้วย

คุณนท ชุติโสวรรณ ซีอีโอ และผู้ร่วมก่อตั้ง ชมชอบกรุ๊ป กล่าวว่า แอปชมชอบได้รับการตอบรับจากกลุ่มผู้ใช้งานจำนวนมาก ในขณะที่ผู้ใช้ยังสนุกกับการนำพ้อยท์บัตรต่างๆมาแลกสินค้าและบริการ หรือเปลี่ยนสกุลของแต้มในชมชอบผ่านระบบ Digital Wallet ที่เป็นบริษัทพันธมิตรกับเรา แต่ก็ยังมีบางส่วนที่ใช้พ้อยท์ไม่ทัน ปัญหาพ้อยท์ที่สะสมในบัตรหมดอายุ โดยเฉพาะช่วงเวลาปลายปีไปแบบสูญเปล่า หรือ ไม่รู้จะเอาพ้อยท์ไปทำอะไร ชมชอบกรุ๊ปจึงระดมความคิด พัฒนาฟีเจอร์ “Harvest Point” ที่มีลักษณะการนำพ้อยท์มาฝากในรูปแบบการปลูกต้นไม้ ซึ่งแน่นอนเมื่อหว่านเมล็ดลงไป เราก็จะได้ผลผลิตตามมาให้เก็บเกี่ยว ในที่นี้ผลผลิตที่ได้จำนวนเพิ่มขึ้น *10% จากพ้อยท์ทีนำมาปลูกต้นไม้ ซึ่งถือว่าสูง และยังรองรับกลุ่มลูกค้าได้กว้างขวางอีกด้วยครับ การนำพ้อยท์มาปลูกต้นไม้ แบบนี้ จะไม่มีวันหมดอายุและยังได้แต้มเพิ่มมาใช้ช้อป ชิม ชิลบนแอปชมชอบได้มากขึ้นอีก จึงขอฝากให้ลองใช้ฟีเจอร์นี้กันครับ และขอขอบคุณความผันแปรทางเศรษฐกิจ ที่ทำให้เราพลิกวิกฤติเป็นโอกาสในการเพิ่มมูลค่าให้กับแต้มและสร้างสรรค์ Harvest Point ขึ้นมาครับ” คุณนท ชุติโสวรรณ กล่าวต่ออีกว่า  “และนอกจากนำพ้อยท์เเละกำไรที่ได้รับมาซื้อสินค้า บริการหรือจ่ายค่าสาธารณูปโภคแล้ว ชมชอบพ้อยท์ (CCP) ยังสามารถโอนผ่านระบบกระเป๋าสตางค์ดิจิทัลต่างๆ ได้จริง ซึ่งผู้ใช้สามารถผันเงินสกุลดิจิทัลผ่านแอปพันธมิตรต่างๆเพื่อเพิ่มสีสันความสนุกในการช้อปแบบไม่มีสะดุด ชมชอบกรุ๊บยังคงมุ่งมั่นพัฒนาแอปพลิเคชั่นเพื่อเพิ่มทางเลือก และมอบความคุ้มค่าสูงสุดในการจับจ่ายให้กับผู้ใช้ในปัจจุบันและอนาคตครับ

ค้นความหมายผ่านเรื่องเล่าของ “หัวใจ” พร้อมร่วมส่งต่อการ “ให้” ที่ยิ่งใหญ่ กับ “มูลนิธิรามาธิบดีฯ”

ท่ามกลางอุบัติการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทั่วโลกต่างก็กำลังวิตกกังวลถึงปัญหาสุขภาวะอนามัยในสังคม ยังมีอีกหนึ่งภัยเงียบใกล้ตัวที่อาจกำลังคุกคามชีวิตพวกเราทุกคนโดยไม่รู้ตัว อย่าง “โรคหัวใจ” โรคไม่ติดต่อ ที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนในทุกขณะเวลา ซึ่งจากสถิติล่าสุดขององค์กรอนามัยโลก พบว่ามีตัวเลขผู้เสียชีวิตสูงถึง 17.9 ล้านรายต่อปี เป็นอันดับหนึ่งสาเหตุการเสียชีวิตของประชากรโลก[1] ขณะที่ประเทศไทยเอง พบว่ามีอัตราตัวเลขการเสียชีวิตสูงกว่า 20,000 รายต่อปี หรือในทุก ๆ หนึ่งชั่วโมงจะมีผู้เสียชีวิต 2 คน[2]

29 กันยายน ของทุกปี ถูกกำหนดให้เป็นวันหัวใจโลก โดยสมาพันธ์หัวใจโลก เพื่อรณรงค์ให้ผู้คนทั่วโลกตระหนักถึงอันตรายของโรคหัวใจและหลอดเลือด[3] มูลนิธิรามาธิบดี ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในฐานะองค์กรการกุศลผู้เป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญในการสนับสนุนงานด้านการแพทย์และสาธารณสุขที่อยู่เคียงข้างคนไทยมาอย่างยาวนาน จะมาเผยถึงแง่มุมการทำงานและอีกหลากหลายความหมายที่ยิ่งใหญ่ของ “หัวใจ” พร้อมเชิญชวนคนไทยทุกคนเป็นส่วนหนึ่งในการ “ให้… (กำลัง)ใจ” กันและกัน ในวันหัวใจโลกปีนี้

อาจารย์ นายแพทย์ธัชพงศ์ งามอุโฆษ สาขาวิชาโรคหัวใจ ภาควิชาอายุรศาสตร์ หัวหน้างานศูนย์รักษาหัวใจ หลอดเลือด และเมแทบอลิซึม คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล และประธานองค์กรนานาชาติด้านโรคไฟฟ้าหัวใจ ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ปี 2020 หรือ APHRS ได้อธิบายถึงเรื่องนี้ว่า “หัวใจเต้นระริก หรือภาวะการเต้นของหัวใจที่ผิดปกติของหัวใจห้องบน จะส่งผลให้เกิดลิ่มเลือด ซึ่งมีโอกาสที่จะหลุดออกจากหัวใจไปอุดกั้นหลอดเลือดสมอง นำมาซึ่งการเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต หลายคนไม่รู้ว่าตัวเองมีอาการของโรคหัวใจเต้นระริก โรคประจำตัวบางชนิดหรือหลายพฤติกรรมเสี่ยงในชีวิตประจำก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดโรคหัวใจได้ อย่าง ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ผู้ที่มีภาวะไทรอยด์เป็นพิษ โรคไตเรื้อรัง โรคหลอดเลือดหัวใจ เป็นต้น รวมถึง การสูบบุหรี่จัด ดื่มแอลกอฮอล์หรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนมากเกินไป รับประทานอาหารที่มีไขมันและคลอเรสเตอรอลสูงเป็นประจำ หรือแม้กระทั่งความเครียด เหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดหัวใจเต้นระริกและเพิ่มความเสี่ยงของการเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาตได้ ปัจจุบันภาวะหัวใจเต้นระริกสามารถรักษาได้ด้วยกันหลายวิธี แต่ทว่าผู้ป่วยส่วนมากมักไม่มีสัญาณเตือนก่อน จึงมักจะมาพบแพทย์เมื่อช้าไป   ดังนั้นควรหมั่นสังเกตุตนเอง เช่น การเช็คชีพจรอย่างสม่ำเสมอ  เป็นการตรวจตัวเองได้เบื้องต้น หรือการตรวจสุขภาพประจำปี ก็เป็นการป้องกันที่ดีที่สุด เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นได้”

เพื่อส่งเสริมให้คนไทยทุกคนหมั่นดูแลสุขภาพของตนเอง และเข้าถึงการรักษาอย่างทันท่วงที สำหรับผู้ที่ต้องการประเมินความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดในเบื้องต้น สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน     Thai CV risk calculator บนระบบ iOs และ Andriod เพื่อให้ทราบถึงเปอร์เซนต์ความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตหรือเจ็บป่วยจากโรคเส้น เลือดหัวใจตีบตัน และโรคเส้นเลือดสมองตีบตันในระยะเวลา 10 ปีข้างหน้าได้ด้วยตนเอง*

ซึ่งแบบประเมินนี้  คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างขึ้น เพื่อติดตามศึกษาปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดในประชากรไทย ภายใต้โครงการศึกษาพนักงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยเป็นระยะเวลายาวนานกว่า 20 ปี เพื่อคนไทยทุกคน

Lazada x Kiehl’s ชวนลูกค้าสะสมแต้มบนออนไลน์เป็นครั้งแรก

ลาซาด้า ผู้นำอีคอมเมิร์ซแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ร่วมกับสกินแคร์แบรนด์ชื่อดัง “Kiehl’s” (คีลส์) ภายใต้ บริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย) จำกัด สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้นักช้อปพร้อมกันทั้งประเทศ ด้วยการเปิดร้าน Kiehl’s อย่างเป็นทางการครั้งแรกใน LazMall ห้างสรรพสินค้าออนไลน์บนแพลตฟอร์มของลาซาด้า นำโดย นางสาวธนิดา ซุยวัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่ผู้บริหารฝ่ายธุรกิจ บริษัท ลาซาด้า จำกัด (ประเทศไทย) และ นางเจนนี่ ชาน ผู้จัดการทั่วไปแบรนด์คีลส์ประจำประเทศไทย เพื่อให้นักช้อปได้พบประสบการณ์การช้อปปิ้งที่เหนือระดับ ด้วยโปรแกรมการสะสมแต้มร่วมกันจากร้านค้า offline สู่ ร้านค้า online (O2O) โดยในอนาคตนักช้อปจะสามารถใช้คะแนนแลกสิทธิพิเศษ อาทิ คูปองส่วนลดบนลาซาด้าได้ด้วย ติดตามร้านค้าอย่างเป็นทางการและโปรโมชั่นแบบเอกซ์คลูซีฟของ Kiehl’s ได้ที่ http://bit.ly/38o5CfD  ตั้งแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์ เป็นต้นไป   #KiehlsXLazMall #LazadaThailand

ไปที่สวยที่สวยที่วัตสันกับโปรแห่งปีที่ทุกคนรอคอย

“วัตสัน #ชิ้นที่สอง1บาท”

มาแล้วจ้า! สุดยอดโปรโมชั่นแห่งปี ประจำร้าน วัตสัน ผู้นำร้านเพื่อสุขภาพและความงามอันดับหนึ่งของประเทศไทย กับ “Watsons 1 Baht…ชิ้นที่สอง 1 บาท” ที่ไม่ว่าจะเป็นสายพ่อบ้าน แม่บ้าน นักเรียน นักศึกษา หรือจะสายช้อปไหนๆ ก็ตั้งตารอคอยโปรโมชั่นสุดคุ้มนี้ โดยเมื่อซื้อสินค้าที่ร่วมรายการในราคาปกติ 1 ชิ้น ก็สามารถซื้อชิ้นที่สองได้ในราคาเพียง 1 บาทเท่านั้น ขอบอกเลยว่า #บาทเดียวเดินเพลิน คุ้มค่าโดนใจขนาดนี้ สายช้อปห้ามพลาด! กับโปรโมชั่นชิ้นที่สอง 1 บาท ให้เริ่มช้อปกันได้ตั้งแต่วันที่ 20 กุมภาพันธ์ – 25 มีนาคม 2563 นี้เท่านั้น แล้วอย่าลืม #ไปที่สวยที่สวยที่วัตสัน เพราะเรามีสินค้าเพื่อสุขภาพและความงามมากมายให้คุณช้อปที่วัตสันทุกสาขาหรือ ถ้าไม่อยากเดินลุยฝุ่น จะช้อปผ่านวัตสันออนไลน์เราก็พร้อมให้บริการ สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สื่อ ณ จุดขาย Official Line WatsonsTH บนเว็บไซต์ www.watsons.co.th และแอปพลิเคชัน WatsonsTH ทั้งบน PlayStore และ AppStore สามารถดูรายละเอียดโปรโมชั่นชิ้นที่สอง 1 บาทได้ที่ www.watsons.co.th/promo-promotion

ลาซาด้าเอาใจนักช้อป เปิดแคมเปญส่งฟรีตลอดเดือนกุมภาพันธ์

ลาซาด้า ผู้นำอีคอมเมิร์ซแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดแคมเปญส่งฟรีตลอดเดือนกุมภาพันธ์ ต้อนรับเดือนแห่งความรัก เอาใจเหล่านักช้อปที่กำลังมองหาของขวัญสำหรับเทศกาลวาเลนไทน์ ด้วยคูปองส่วนลดค่าส่ง 40 บาท เมื่อซื้อสินค้า 3 ชิ้นขึ้นไป ช้อปกันแบบสุดคุ้มทั้งเดือน ตั้งแต่วันที่ 4 – 29 กุมภาพันธ์ 2563 พร้อมพบ Flash Sale โฉมใหม่ ให้ช้อปแบบจุใจได้ตลอดทั้งวัน ไม่จำกัดเวลา 24 ชั่วโมง

ภารดี สินธวณรงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด บริษัท ลาซาด้า จำกัด (ประเทศไทย) กล่าวว่า“เพื่อขอบคุณนักช้อปชาวไทยทั่วประเทศที่ให้การสนับสนุนลาซาด้ามาโดยตลอด เราถือโอกาสนี้ในการมอบส่วนลดค่าส่งตลอดทั้งเดือนกุมภาพันธ์ ให้นักช้อปได้เพลิดเพลิน และเต็มอิ่มกับการเลือกซื้อสินค้าที่ถูกใจในเทศกาลแห่งความรักที่กำลังจะมาถึง การจัดแคมเปญส่งฟรีในครั้งนี้ มาจากความเข้าใจถึงพฤติกรรมและความต้องการของนักช้อปไทย ที่คำนึงถึงค่าจัดส่งเป็นปัจจัยในการตัดสินใจสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ลำดับแรกๆ ซึ่งตอกย้ำความมุ่งมั่นของลาซาด้า ในฐานะอีคอมเมิร์ซอันดับหนึ่งในประเทศไทย ที่มุ่งมั่นยกระดับประสบการณ์ช้อปออนไลน์ให้ดียิ่งขึ้น”

ตลอดเดือนกุมภาพันธ์นี้ ช้อปสินค้าแบบจุใจ พร้อมรับคูปองส่วนลดค่าส่งง่ายๆ เพียงกดเข้าแอป และเก็บคูปองลาซาด้าตามขั้นตอน ดังนี้

  1. คลิกที่ไอคอน “คูปองลดเพิ่ม” (Voucher)
  2. คลิกที่ “เก็บ” (collect) เพื่อเก็บคูปองส่วนลดค่าจัดส่ง 40 บาท* ตลอดทั้งเดือนนี้
  3. เมื่อซื้อสินค้า 3 ชิ้นขึ้นไป เตรียมฟินกับส่วนลดค่าส่งดังกล่าวทันทีที่ชำระเงิน

นอกจากนี้ เตรียมพบกับโปรโมชั่นสุดปัง และเกมสุดฟิน

  • Flash Sale: สินค้าราคาสุดช็อคทั้งวันไม่จำกัดเวลา ให้คุณได้ช้อปแบบสุดคุ้มจุใจตลอด 24 ช.ม.
  • Daily Brand Mega Offer: สินค้า LazMall 7 แบรนด์ดัง ราคาพิเศษที่สุดตลอดทั้งวัน 7 วัน กว่า 50 แบรนด์ ลดสูงสุดกว่า 70% อาทิ Xiaomi, Homehuk, Arrow, และ Bewel
  • Onederful wallet: เกมสุดคุ้ม แจกของฟรีทุกวัน ลุ้นซื้อสินค้าฟรี เพียงใช้ลาซาด้าวอลเล็ตซื้อสินค้าราคา 1 บาทเท่านั้น อัพเดทรางวัลใหม่ สินค้ายอดฮิตทุกวัน อาทิ Apple AirPods 2019, Apple iPad และ Samsung Galaxy watch

ส่องสินค้าดีลดีมีทุกวันที่ลาซาด้า พร้อมช้อปแบบเพลิดเพลินไปกับโปรส่งฟรีตลอดเดือน ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 คลิกเพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://bit.ly/39bP9Lz

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

แกร็บ ผนึก ดีป้า และ Klasssi เปิดตัว ‘GrabAcademy powered by depa

สร้างอาชีพกับมือโปร’ ติดอาวุธผู้ประกอบการขนาดเล็กและพาร์ทเนอร์คนขับ เพิ่มขีดความสามารถในยุคดิจิทัล

แกร็บ ประเทศไทย จับมือ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า และพันธมิตรด้านการเรียนรู้ Klasssi powered by KBank เปิดตัวโครงการ “GrabAcademy powered by depa สร้างอาชีพกับมือโปร” ขนทัพแบบจัดเต็มกับคอร์สออนไลน์รวมกว่า 80 คอร์ส ตั้งแต่ทักษะภาษา การทำการตลาดออนไลน์ และพื้นฐานการบริหารธุรกิจ หวังพัฒนาความรู้และศักยภาพการแข่งขันพาร์ทเนอร์ร้านอาหาร-คนขับ ร้านค้าออนไลน์และประชาชนทั่วไป เสริมแกร่ง MSMEs ไทยสู่การทำธุรกิจยุคดิจิทัล

นางสาวจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม ผู้อํานวยการฝ่ายการตลาด แกร็บ ประเทศไทย เผยว่า ด้วยพันธกิจของแกร็บ ที่ได้ยึดมั่นการดำเนินธุรกิจตามพันธกิจหลักที่เรียกว่า “Grab For Good” หรือ แกร็บ…เพื่อชีวิตที่ดีกว่า ซึ่งให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในสังคมไทย ซึ่งโครงการ GrabAcademy powered by depa สร้างอาชีพกับมือโปร ได้ถือเป็นหนึ่งในโครงการที่ถูกคิดขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์พันธกิจของแกร็บ โดยมุ่งมั่นในการส่งเสริมและเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการขนาดเล็ก พาร์ทเนอร์ร้านอาหารและคนขับแกร็บซึ่งถือเป็นกลุ่มคนทำงานอิสระ (Freelance) ให้สามารถใช้ประโยชน์สูงสุดจากเทคโนโลยีเพื่อสร้างโอกาสในการหารายได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย อีกทั้งยังสนับสนุนผู้ประกอบการขนาดเล็กโดยการให้ความรู้ด้านการทำการตลาดออนไลน์ในการทำธุรกิจให้สามารถเพิ่มยอดขายอย่างยั่งยืน และสามารถที่จะพัฒนาทักษะและเสริมศักยภาพในการแข่งขันเพื่อก้าวทันเศรษฐกิจในยุคดิจิทัล พร้อมการผนึกกำลังกับหน่วยงานสำคัญที่ส่งเสริมและสนับสนุนด้านการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล อย่าง สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า และพันธมิตรด้านการเรียนรู้ดิจิทัลอย่าง Klasssi powered by KBank ในการจัดทำคอร์สออนไลน์ที่เป็นประโยชน์ในการประกอบธุรกิจและสร้างรายได้กว่า 80 คอร์ส เพื่อช่วยอัพสกิลด้านดิจิทัลให้กับพาร์ทเนอร์ร้านอาหาร-คนขับ และร้านค้าออนไลน์ โดยตั้งเป้าภายในปี 2563 จะมีพาร์ทเนอร์คนขับ-ร้านอาหาร และร้านค้าออนไลน์เข้าร่วมกว่า 15,000 ราย

ด้าน ผศ. ดร. ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า หนึ่งในพันธมิตรผู้ให้การสนับสนุนด้านการผลิตสื่อการเรียนรู้ดิจิทัลของโครงการ ‘GrabAcademy powered by depa สร้างอาชีพกับมือโปร’ กล่าวว่า ปัจจุบัน การค้าออนไลน์ผ่านอีคอมเมิร์ซกลายเป็นทางเลือกที่ผู้ประกอบการไทยนำมาใช้ในการดำเนินธุรกิจ และสร้างการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในยุคชีวิตวิถีใหม่ (นิวนอร์มอล) โดยปัจจัยสำคัญที่เป็นแรงสนับสนุนมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่เร่งให้เกิดการปรับตัวสู่ยุคดิจิทัลเร็วขึ้น

ทั้งนี้ ดีป้า ตระหนักดีว่า กลุ่มผู้ประกอบการขนาดเล็ก หรือ MSME คือหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ส่งผลให้ ดีป้า เร่งพัฒนาศักยภาพให้กับ MSME ผ่านการทำงานร่วมกับภาคเอกชนอย่าง แกร็บ และภาคประชาชน ในการเพิ่มขีดความสามารถทางธุรกิจ อีกทั้งเสริมศักยภาพการเรียนรู้และใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลในการประกอบอาชีพ นอกจากนี้ โครงการ GrabAcademy powered by depa สร้างอาชีพกับมือโปร ยังเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปที่สนใจได้เข้ามาเรียนรู้ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนไทยเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นพลเมืองดิจิทัล (Digital Citizen) เป็นส่วนช่วยให้ประเทศไทยสามารถก้าวเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน สอดรับกับภารกิจสำคัญของ ดีป้า ในการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในทุกมิติ

“วัตสัน” ส่งตรงความน่ารักคุกคิกๆ ผ่านสติกเกอร์ไลน์แบบดุ๊กดิ๊กๆ

ของน้อง Wink Wink เวอร์ชั่น 2 พร้อมให้เพื่อนๆดาวน์โหลดได้ฟรีแล้ววันนี้!

ใหม่ล่าสุด! กับสติ๊กเกอร์ไลน์ น้อง Wink Wink เวอร์ชั่น 2 ที่มาเสิร์ฟ
ความน่ารักคุกคิก แถมยังดุ๊กดิ๊กได้ด้วยจาก วัตสัน ผู้นำร้านเพื่อสุขภาพและความงามอันดับหนึ่งของประเทศไทย      ส่งตรงความสดใสสู่หน้าจอไลน์ของเพื่อนๆ ให้แชทสนุกแบบมีสีสันมากกว่าที่เคย เพียงแค่มาเป็นเพื่อนกับวัตสัน        ในแอปพลิเคชั่นไลน์ WatsonsTH ก็สามารถดาวน์โหลด สติ๊กเกอร์น้อง Wink Wink เวอร์ชั่น 2 สุดน่ารัก ไปใช้ได้ฟรี นานถึง 90 วัน อย่ารอช้า!! รีบไปโหลดกันได้เลย! ที่ https://line.me/S/sticker/16695 ตั้งแต่วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563 ถึง 11 มีนาคม 2563 นี้ เท่านั้น! สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สื่อ ณ จุดขาย Official Line WatsonsTH     บนเว็บไซต์ www.watsons.co.th และแอปพลิเคชัน WatsonsTH ทั้งบน PlayStore และ AppStore

วัตสันเปิดหีบสมบัติมอบสิทธิ์ลุ้นกระเป๋าสะพาย CHANEL BOY BAGและรางวัลอื่นๆ กว่า 1,000 รางวัล

เตรียมตัว เตรียมใจให้พร้อม เพราะ วัตสัน ผู้นำร้านเพื่อสุขภาพและความงามอันดับหนึ่งของประเทศไทย จัดกิจกรรมโปรโมชั่นล่าสมบัติ Fabulous Treasure Hunt” เลือกลุ้นรางวัล ได้ตามใจคุณ ครั้งนี้ขนมาแบบท็อปฟอร์มให้ลูกค้าทุกคนได้ตื่นตาตื่นใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็น กระเป๋าสะพาย CHANEL BOY BAG , iPhone 11 Pro Max , TV Samsung 4K ขนาด 55 นิ้ว ตั๋วเครื่องบินญี่ปุ่นและเกาหลี และรางวัลอื่นๆที่น่าสนใจ รวมกว่า 1,000 รางวัล โดยคุณก็สามารถเป็นผู้โชคดีได้ทุกสัปดาห์ ไม่ว่าจะช้อปสินค้าทางหน้าร้าน หรือว่าช้อปทางออนไลน์ก็มีสิทธิ์ลุ้นรางวัลเช่นกัน

กติการ่วมกิจกรรมสำหรับร้านวัตสัน

เมื่อช้อปสินค้าที่ร้านวัตสัน ครบทุกๆ 300 บาทขึ้นไป รับคูปองชิงรางวัลไปเลย 1 ใบ แต่สำหรับสาวกอย่างสมาชิกวัตสัน รับไปเลยคูปองชิงรางวัล x 2  (จำกัดสิทธิ์ 20 คูปอง/ใบเสร็จ) พร้อมประกาศผู้โชคดีทุกสัปดาห์

กติการ่วมกิจกรรมสำหรับวัตสันออนไลน์

เมื่อช้อปวัตสันออนไลน์ครบ 300 บาทขึ้นไปต่อ 1 ใบเสร็จ รับ 1 สิทธิ์ลุ้นทันที โดยไม่ต้องลงทะเบียน! สำหรับสมาชิกวัตสันรับสิทธิ์ x2 (จำกัด 2 สิทธิ์/ใบเสร็จเท่านั้น) พร้อมประกาศผู้โชคดีทุกสัปดาห์

ยังไม่หมดเท่านี้ โปรโมชั่นนี้ยังครอบคลุมความคุ้มค่า ที่สาวๆนักล่าจะได้พบกับไอเทมเด็ดราคาพิเศษ สินค้าลดราคา 50%  (เฉพาะสินค้าที่ร่วมรายการ) และสำหรับสมาชิกวัตสันยังได้รับคะแนนโบนัสเพิ่มเติม เมื่อซื้อสินค้าที่ร่วมรายการ เวลาดีๆ มีจำกัด! รีบไปล่าสมบัติล้ำค่าและช้อปให้จุใจได้ตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม ถึง 19 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ร้านวัตสันทุกสาขาทั่วประเทศไทย หรือ ช้อปออนไลน์ผ่านวัตสันออนไลน์ สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สื่อ ณ จุดขาย Official Line WatsonsTH บนเว็บไซต์ www.watsons.co.th และแอปพลิเคชัน WatsonsTH ทั้งบน PlayStore และ AppStore

รายการสินค้าร่วมรายการที่น่าสนใจ

สินค้าลดราคา 50%

  • กลุ่มผลิตภัณฑ์เซนกะ  ไวท์บิวตี้ทุกสูตร  ราคาปกติ 390-450 บาท ลดเหลือ 195-225 บาท
  • มาลิสสาคิส เพอร์ฟูม บอดีโลชั่น 226 มล. (ทุกสูตร) ราคาปกติ 289 บาท ลดเหลือ 144 บาท
  • อินทูอิท ลิปสติกแอลเอ (เฉพาะสาขาที่มีเคาน์เตอร์) ราคาปกติ199 บาท ลดเหลือ 99 บาท
  • แบลคมอร์ส โอเดอร์ เลสพีช มินิ 30 แคปซูล ราคาปกติ 360 บาท ลดเหลือ 180 บาท
  • บาทิส ดรายแชมพู 50 มล. (เฉพาะสูตรที่ร่วมรายการ) ราคาปกติ 80 บาท ลดเหลือ 40 บาท

สินค้า ลด 30%

  • นีเวีย บอดี้ไวท์โลชั่น 525 มล.(ทุกสูตร) ราคาปกติ 269 บาท ลดเหลือ 179 บาท
  • ลอรีอัล แชมพู/คอนดิชั่นเนอร์ 450 มล. ราคาปกติ 159 บาท ลดเหลือ 109 บาท
  • มิซึมิ เอ็กซ์ตร้ามายเฟเชียลเคลนเซอร์เจล 500 มล. ราคาปกติ 790 บาท ลดเหลือ 553 บาท

ลาซาด้า เปิดศักราชใหม่ด้วยแคมเปญช้อปรับตรุษจีน ช้อปโปรดี มั่งมีมั่งคั่ง

พบกับคริส-พีรวัส และ ซอโซ่-นัทธ์หฤทัย แจกอั่งเปาสุดฟินย่านสีลม

ลาซาด้าผู้นำอีคอมเมิร์ซแห่งตะวันออกเฉียงใต้ จัดแคมเปญพิเศษต้อนรับปี 2563 “ตรุษจีน ช้อปโปรดี มั่งมีมั่งคั่ง” ให้ลูกค้าช้อปสินค้าลดสูงสุด 88% พร้อมแจกคูปองส่วนลดสูงสุดกว่า 888 บาท คุ้มแบบจุใจ 3 วันเต็ม ตั้งแต่วันที่ 13 – 15 มกราคม 2563 จัดเต็มขบวนความสุขแจกโชคใจกลางเมืองให้ชาวออฟฟิศ เฮง เฮง เฮง ต้อนรับตรุษจีนปีหนูทอง

เตรียมพบขบวนสินค้าราคาสุดว้าว ที่ลาซาด้ารวบรวมคอลเลคชั่นพิเศษสำหรับเทศกาลตรุษจีน ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า ของใช้ ของไหว้ ของนำโชค จากหลากหลายแบรนด์มาให้ช้อปแบบหนำใจ พลาดไม่ได้กับกิจกรรมความพิเศษตลอดทั้งแคมเปญ อาทิ แจกคูปองมูลค่า 888 บาท ส่วนลดสูงสุด 88% และสินค้าแฟลชเซลราคาเริ่มต้นแค่ 8 บาท

กิจกรรมรับตรุษจีน  ตั้งแต่ 10 – 15 ม.ค. นี้

  • Slash It! หั่นราคาสินค้า เริ่มต้นที่ 0 บาท
  • รวยๆ เฮงๆ ไปกับ Onederful Wallet เล่นเกมลุ้นรับของรางวัล มูลค่ามากกว่า 45,000 บาท

12 ม.ค. วันเดียว ห้ามพลาด!

  • Shake It! เล่นเกม เขย่ารับโชค ลุ้นรับอั่งเปา 88 บาท 12 ม.ค. นี้ เวลา 19.12 – 19.22 น. 

นอกจากนี้ ยังมีอภิสิทธิ์เฉพาะสมาชิกบัตรเครดิตซิตี้ ลาซาด้า รับส่วนลดเพิ่ม 18%* เพียงกรอกโค้ด ‘CITILAZCNY’ เมื่อช้อปครบ 1,200 บาท ลดสูงสุด 300 บาท อย่าพลาดโอกาสใช้ให้หัวใจเต้นแรง

ปิดท้ายในวันที่ 13 มกราคม 2563 ด้วยขบวน Troop ตระเวนแจกโชคอั่งเปา คูปองส่วนลดมูลค่า 300 บาท ตามเส้นทางใจกลางเมืองย่านสีลม

  • รอบเช้า เวลา 8.00 – 10.00 น. ที่บีทีเอสสถานีช่องนนทรี และหน้าสีลมคอมเพล็กซ์
  • รอบเที่ยง เวลา 12.00 – 13.00 น. ที่หน้าสีลมคอมเพล็กซ์ และละแวกซอยละลายทรัพย์ (สีลม)

พิเศษสุด! พบกับกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ได้ หนุ่มหล่อ คริส-พีรวัส และสาวสวย ซอโซ่-นัทธ์หฤทัย เตรียมมาแจกลาซาด้าอั่งเปาให้หนุ่มสาวชาวออฟฟิศช้อปฟินรับตรุษจีน ที่บริเวณหน้าสีลมคอมเพล็กซ์ เวลา 12.00 น.

แฟนๆ นักช้อปห้ามพลาดแคมเปญช้อปสุดปังต้นปี กับลาซาด้า ช้อปโปรดี มั่งมีมั่งคั่ง เตรียมกดสินค้าใส่รถเข็นได้ตั้งแต่วันนี้ แล้วช้อปพร้อมกัน 13 – 15 มกราคม 2563 ที่ลาซาด้าเท่านั้น! https://bit.ly/2ZQq5pU

*เงื่อนเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

ปล่อยแล้ว! ตัวอย่าง ‘พุธทอล์คพุธโทร เดอะ สตอรีส์’

#เอาซะเห็นภาพ 15 มกรานี้ บนไลน์ทีวี

จากเรื่องเล่าผ่านสายหน้าไมค์อันโด่งดัง กำลังจะถูกตีแผ่เป็นไลฟ์แอ็คชั่นบนหน้าจอ! หลังประกาศข่าวดีตอนรับปี 63 ด้วยการปล่อยโปสเตอร์ชิมลางไปเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมาให้แฟนๆได้ฮือฮากันทั้งด้อม

            ล่าสุดซีรีย์ “พุธทอล์คพุธโทร เดอะ สตอรีส์” ได้ปล่อยตัวอย่างมาเรียกน้ำย่อย เผยบางช่วงบางตอนจาก 13 เรื่องสุดพีคที่ได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีตั้งแต่เป็นสายในรายการวิทยุ ‘พุธทอล์ค พุธโทร’  ก่อนจะถูกหยิบยกมาทำเป็นซีรี่ย์ครบรส รับประกันว่าทั้งเร่าร้อน ฮากลิ้ง และ    จิ้นกระจาย  โดยในตัวอย่างยังสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการดึงดีเจมากฝีมือ อย่าง ดีเจ.เชาเชา – ชวลิต ศรีมั่นคงธรรม, ดีเจ.อ๋อง – เขมรัชต์ สุนทรนนท์ และ ดีเจ.แนน – รชาดา จึงวัฒนกิจ พร้อมด้วยเหล่าดีเจหน้าใหม่แกะกล่องจากคลื่น อีเอฟเอ็ม 94 มาร่วมแสดงในซีรี่ย์นี้อีกด้วย งานนี้การันตีความสนุกแบบ  #เอาซะเห็นภาพ จากทีมงานต้นตำรับ นำทีมโดย ดีเจ.ต้นหอม – ศกุนตลา เทียนไพโรจน์, ดีเจ.เผือก – พงศธร   จงวิลาส และดีเจ.ลูกกอล์ฟ – คณาธิป สุนทรรักษ์ เช่นเคย

            ติดตาม “พุธทอล์คพุธโทร เดอะ สตอรีส์” ได้ทุกคืนวันพุธ เวลา 20.00 น. เริ่ม 15 มกราคมนี้ บนไลน์ทีวีเท่านั้น

ลาซาด้าร่วมกับฮาสโบร บริจาคของเล่นเติมเต็มฝันน้องๆ วันเด็ก ‘63

นางสาว ภารดี สินธวณรงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด

บริษัท ลาซาด้า จำกัด (ประเทศไทย)(ที่ 2 จากขวา) ร่วมกับ นางสาวไปรยา จุนวิเทศ ผู้จัดการฝ่ายเทรดมาร์เกตติ้ง บริษัท ฮาสโบร (ประเทศไทย) จำกัด (ที่ 1 จากซ้าย) และนายคมวิทย์ วิเชียรลักษณ์ ผู้จัดการฝ่ายการเงิน บริษัท ฮาสโบร (ประเทศไทย) จำกัด (ที่ 1 จากขวา) บริจาคของเล่นกว่า 400 ชิ้น จากกิจกรรมปันน้ำใจให้น้อง ในแคมเปญ Lazada 12.12 แกรนด์เซลล์ส่งท้ายปีที่ผ่านมา แก่ นายชัยรัตน์ มิดชิด ผู้จัดการฝ่าย CSR มูลนิธิบ้านนกขมิ้น เมื่อเร็วๆ นี้ ณ มูลนิธิบ้านนกขมิ้น องค์กรที่ให้การช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสทั่วประเทศไทย เนื่องในวันเด็กแห่งชาติประจำปี 2563

กรีนเวฟ สุดปลื้ม ซานต้า-แซนตี้ใจดีกว่า 3,500 คน

วิ่งส่งความสุขให้ผู้สูงอายุยากไร้

จบลงแล้วอย่างน่าประทับใจ กับ GREEN WAVE SANTA RUN 2019 (กรีนเวฟซานต้า รัน 2019) ของคลื่น กรีนเวฟ 106.5 เอฟเอ็ม ที่ชวนนักวิ่งใจดีมาสวมบทซานต้า-แซนตี้วิ่งเพื่อส่งความสุขในเทศกาลคริสมาสต์กันอีกครั้ง  โดยนำรายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายบัตรมอบให้กับ มูลนิธิศัลย์ฯสร้างข้อ ต่อชีวิต เพื่อนำไปผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าให้กับผู้สูงอายุยากไร้ในโรงพยาบาลที่ห่างไกลได้กลับมาใช้ชีวิตอย่างมีความสุขอีกครั้ง 

งานนี้กรีนเวฟเนรมิตต้นคริสมาสต์และสโนบอลขนาดใหญ่  กล่องของขวัญ และหิมะ มาสร้างบรรยากาศให้สวนหลวง ร.9 คึกคักสุดๆ โดยทุกคนพร้อมใจมาเช็คชื่อกันตั้งแต่เช้ามืดเริ่มตั้งแต่ ดีเจอ้อย นภาพร / ดีเจอั๋น ภูวนาท / ดีเจเฟี้ยต ธัชนนท์ /ดีเจปอ นันทชัย / ดีเจโก ตฤณ / ดีเจป๊อบ กิตติพงศ์ /  ดีเจเกด เกศริน / ดีเจแบม พลาดิศัยสวัสดิ์ และต๊อก สุทธินาถ ผู้ประกาศข่าวจากกรีนเวฟ 106.5 เอฟเอ็ม พร้อมด้วย มาตัง ระดับดาว  / หมอเอิ้น พิยะดา / เอก กฤษณาวารินทร์ /                    ปืน Sunday PARADE / โอม วง ONEONE ที่มาช่วยเป็นแกนนำพาทุกคนออกกำลังยืดเส้นยืดสายคลายกล้ามเนื้อ ก่อนปล่อยตัวนักวิ่งทั้งประเภท 10 กิโลเมตร และ 5 กิโลเมตร ซึ่งตลอดเส้นทางนักวิ่งทั้งหลายต่างยิ้มแย้มให้กันกับคอสตูมของแต่ละคนที่สร้างสรรค์แปลงร่างเป็นซานต้า-แซนตี้ได้เข้าธีมงานได้สวยหล่อกันทุกคน

และเมื่อทุกคนเข้าสู่เส้นชัยเรียบร้อยแล้ว กรีนเวฟยังมีเซอร์ไพร้ส์ด้วยการแจกรางวัลพิเศษ Lucky Draw ให้กับนักวิ่งผู้โชคดีอีกหลายรางวัล  เรียกว่าคนที่มางานครั้งนี้นอกจากได้สุขภาพที่ดีแล้ว ยังได้ร่วมทำบุญส่งความสุขให้กับผู้สูงอายุยากไร้ได้มีข้อเข่าและกลับมามีความสุขได้อีกครั้งแล้ว ยังได้รับโชคติดมือกลับบ้านกันไปอีกด้วย ถือเป็นกิจกรรมดีๆที่สุขใจทั้งผู้ให้และอุ่นใจผู้รับจริงๆ

อาวดี้ ประเทศไทย ส่งมอบ Audi e-tronรถยนต์เอสยูวีพลังงานไฟฟ้า 100% คันแรกของไทยแก่แสนสิริ

“อาวดี้ ประเทศไทย” ร่วมกับ “แสนสิริ” ตอกย้ำแนวคิด Green Mission ขับเคลื่อนเพื่อโลกสีเขียวอย่างยั่งยืน นำโดย นายกฤษฎา ล่ำซำ (ซ้าย) ประธานกรรมการและประธานกรรมการบริหาร อาวดี้ ประเทศไทย ส่งมอบ อาวดี้ อี-ตรอน (Audi e-tron) รถยนต์เอสยูวีลักซ์ชัวรี่พลังงานไฟฟ้า 100% คันแรกของไทย ให้กับ นายอภิชาติ จูตระกูล (ขวา) ประธานอำนวยการ บริษัทแสนสิริ จำกัด (มหาชน) ตัวแทนในการรับมอบครั้งนี้ ณ แฟล็กชิพคอนโดมิเนียม “98 Wireless” ถนนวิทยุ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในโครงการต่อไป ที่ผ่านมา

มันส์หลุดโลก!!!! “ควิกแสบ” บุกรั้วมหา’ลัยร่วมรับน้องใหม่ใน “Jukebox Freshy 2019”

สิ้นสุดการรอคอยกับคอนเสิร์ตน้องใหม่ ไอเลิฟยู  “Jukebox Freshy 2019”  งานต้อนรับน้องใหม่ที่ใหญ่ที่สุด มันส์ที่สุดแห่งปี มาพร้อมกับคาราวานความสุข สนุกสุดเหวี่ยง จากผลิตภัณฑ์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป “ควิกแสบ” ที่ยกทีมไปเสิร์ฟรุ่นพี่วัยซ่าและรุ่นน้องวัยแสบกันถึงรั้วมหาวิทยาลัยชั้นนำถึง 10 สถาบันทั่วประเทศ ซึ่งได้แก่ มหาวิทยาลัยศรีนรินทร์วิโรฒ นครนายก , มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฏร์ธานี , มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา , มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด , มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ , มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา , มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง , มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม และเร็ว ๆ นี้ที่ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา , มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (บางมด) งานนี้พี่ ๆ ควิกแสบ ยกจุดรวมพล  ควิกปุ๊บ…..ก็อิ่มปั๊บ  จำหน่ายผลิตภัณฑ์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปควิกแสบแบบคัพ ทั้ง 7 รสชาติในราคาพิเศษ ที่มาช่วยอิ่มท้องเพิ่มพลังวัยแสบ ไม่ว่าจะเป็น ควิกแสบคัพรสต้มยำกุ้ง , ควิกแสบคัพรสต้มโคล้ง , ควิกแสบคัพรสต้มยำมันกุ้ง , ควิกแสบคัพรสหมูสับ , ควิกแสบคัพรสหมูสับต้มยำ , ควิกแสบคัพรสต้มยำพริกเผา , ควิกแสบคัพรสกุ้งนึ่งมะนาว  และมุมกิจกรรมสนุก ๆ ที่ขนขบวนของรางวัลทั้งแจก ทั้งแถม แบบไม่มีกั๊ก

ต่อด้วยกิจกรรมช่วงเย็น กับ Freshy Night ที่มีทั้งการแสดงจากกลุ่มนักศึกษา การประกวดดาว-เดือน เฟ้นหาผู้ที่จะเป็นตัวแทนของมหาวิทยาลัยในการทำกิจกรรมต่าง ๆ  โอกาสดีแบบนี้เหล่าพี่ ควิกแสบ เองก็ไม่รอช้า จัดรางวัลพิเศษดาวซ่าส์-เดือนแสบ จากควิกแสบ มอบให้แก่หนุ่มสาวที่ออร่าเข้าตา การันตีความจี๊ดจ๊าดที่แสบซ่าไปถึงทรวง พร้อมส่งทีมงานกระโดดขึ้นเวที ยึดพื้นที่กระจายความแซ่บ จัดเกมแจกของรางวัลชนิดที่ของไม่หมดพี่ไม่ยอมกลับบ้าน จัดหนักจัดเต็มกันแบบยกต่อยก ปิดท้าย ด้วยการเสริมทัพจากเหล่าขุนพลคนดนตรีกับศิลปินชื่อดังที่แม่งานอย่างJukebox Freshy 2019 เนรมิตให้แบบเต็ม ๆ เรียกเสียงกรี๊ดสนั่นทะลุรั้วมหา’ลัย ปิดฉากเทศกาลการรับน้องแบบสะใจไม่รู้ลืม

พบกับมหกรรมความสุขในครั้งต่อไปพร้อมติดตามความสนุกและกิจกรรมดีๆ จาก ควิกแสบ…ได้ที่   Facebook และทวิตเตอร์ ควิกแสบ  รับประกันความแซบแถมลุ้นรับของรางวัลฟรีอีกเพียบ…..พลาดไม่ได้!!!!! 

 “เบลล่า” เตรียมแพ็คกระเป๋าเรียนถ่ายภาพที่กรุงมอสโก

เป็นอีกหนึ่งซุป’ตาเบอร์ต้นของเมืองไทย “เบลล่า-ราณี แคมเปน” ที่คิวงานแน่นเอี๊ยดตลอดทั้งปี ว่างอีกทีคือเดือนเมษายน ปี 2020 พอคิวว่างปุ๊บ สาวเบลขอจองหยุดพักร้อนแบบยาวๆ 7 วันรวด เพื่อพักสมองและเรียนถ่ายภาพงานซึ่งเป็นงานอดิเรกสุดเลิฟกับกูรูดัง “จอร์จ ธาดา วารีส” และแฟนคลับผู้โชคดี 20 ท่าน จากกิจกรรม “บิ๊ก คาเมร่า บิ๊ก โบนัส 2019” ที่งานนี้จะได้ไปเรียนไกลถึงกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เมืองสุดโปรดของสาวเบล พิเศษสุดๆ ยังได้ร่วมเป็นนางแบบให้เหล่าผู้โชคดีได้ถ่ายภาพแบบเอ็กซ์คลูซีฟด้วย

            เบลล่า-ราณี แคมแปน เล่าว่า “ส่วนตัวเป็นคนชอบถ่ายภาพอยู่แล้ว แฟนคลับเบลจะรู้ว่าเบลชอบถ่ายภาพ ชอบเอาตัวเองไปอยู่หลังเลนส์มองผ่านกล้องเพื่อดูโมเมนต์ต่างๆ โดยเฉพาะเวลาไปเที่ยวก็มักจะหยิบกล้องถ่ายรูปขึ้นมาถ่ายภาพเก็บเอาไว้เพื่อบันทึกความทรงจำ ซึ่งแนวการถ่ายภาพส่วนใหญ่จะเป็นแนว “สเเนปช็อต” (Snapshot) หรือการถ่ายภาพคน สัตว์ ในอิริยาบถต่างๆ ที่ไม่ได้มีการเซตหรือจัดท่าทางเอาไว้ มันทำให้ภาพที่ได้ดูเป็นธรรมชาติ เห็นถึงอารมณ์ความรู้สึกในตอนนั้น ส่วนอีกแนวที่ชอบคือ “แลนด์สเคป” (Landscape) แน่นอนว่าเวลาไปเที่ยวหลายคนคงต้องเก็บภาพบรรยากาศสถานที่ท่องเที่ยว เพราะเป็นสิ่งใหม่ที่เราได้ไปสัมผัส จึงอยากเก็บไว้ในความทรงจำ เบลก็เช่นกันเวลาไปเที่ยวแต่ละครั้งก็มักจะเก็บภาพสถานที่หรือวิวทิวทัศน์ที่เราไม่เคยเห็นมาก่อนเก็บเอาไว้ บางทีก็แชร์ให้แฟนคลับหรือเพื่อนๆ ได้อิจฉากันบ้างเล็กน้อย

พอรู้ว่า บิ๊ก คาเมร่า เชิญไปร่วมทริปท่องเที่ยวเรียนรู้การถ่ายภาพแบบเอ็กซ์คลูซีฟ โดยมีพี่จอร์จ ธาดา วารีช เป็นครูร่วมสอน จึงตอบรับทันที เพราะอยากเรียนรู้เทคนิคการถ่ายภาพใหม่ๆ ที่สำคัญยังได้ไปเที่ยวเมืองในฝัน ที่กรุงมอสโก ประเทศรัสเซียอีกด้วย ประเทศนี้เบลเคยไปมาแล้วครั้งหนึ่งแต่ยังไม่เคยไปมอสโก ตอนนั้นเรายังถ่ายภาพไม่ค่อยเก่ง จึงไม่ค่อยมีรูปสวยๆ มาอวดมากนัก แต่ครั้งนี้เชื่อได้เลยว่าต้องมีรูปภาพสุดประทับใจมาให้แฟนคลับได้ดูเพียบ เพราะว่าตลอดทั้งทริปจะได้ไปสถานที่ต่างๆ ที่สวยงาม ไม่ว่าจะเป็น “พระราชวังแคทเธอรีน” ที่เป็นพระราชวังฤดูร้อนของจักรพรรดิแห่งรัสเซีย ไฮไลท์คือตัวอาคารที่มีสีขาวตัดกับสีฟ้าสดใสทำให้เห็นถึงลวดลายการออกแบบ “ป้อมปีเตอร์แอนด์ปอลด์” โดดเด่นด้วยหอระฆังสูงสีเหลืองอร่ามสวยงามด้วยสถาปัตยกรรมแบบบาโรก รวมถึง “ถนนเนฟสกี้” ถนนใจกลางเมืองที่รายล้อมด้วยอาคารที่สวยงาม และอีกหลายสถานที่ รับรองว่ารูปสวยๆ ต้องมาในไอจีของเบลแน่นอน รอติดตามได้เลย”

นอกจากจะได้เรียนถ่ายภาพแล้ว งานนี้สาวเบลยังได้รับเกียรติเป็นนางแบบกิตติมศักดิ์ ให้ผู้โชคดีทั้ง 20 ท่าน จากกิจกรรม บิ๊ก คาเมร่า บิ๊ก โบนัส ได้ร่วมถ่ายภาพพร้อมกระทบไหล่เบลล่าอย่างเอ็กซ์คลูซีฟ เรียกได้ว่ามีเฉพาะในกิจกรรมของบิ๊ก คาเมร่าเท่านั้น

สำหรับใครที่รักการถ่ายภาพและอยากร่วมทริปสุดเอ็กซ์คูลซีฟกับสาวเบลล่า สามารถร่วมสนุกกับกิจกรรม “บิ๊ก คาเมร่า บิ๊ก โบนัส 2019 (BIG CAMERA BIG BONUS 2019)” ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ – วันที่ 15 มกราคม 2563 เพียงซื้อสินค้าภายในร้าน บิ๊ก คาเมร่า และ บิ๊ก คาเมร่า แกลเลอเรีย กว่า 230 สาขา ทั่วประเทศ ครบทุก 3,000 บาท รับคูปอง บิ๊ก โบนัส 1 ใบ เพื่อร่วมลุ้นเป็นหนึ่งในผู้โชคดี ประกาศผลผู้โชคดีจำนวน 20 รางวัล หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.bigcamera.co.th และ Facebook: BIGCAMERACLUB

“อมรินทร์ จัดงานมอบรางวัล “Amarin Baby & Kids Awards 2019”

ระริน อุทกะพันธุ์ ปัญจรุ่งโรจน์ (ที่ 4 จากซ้าย) กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ พร้อมด้วย น้ำทิพย์    เงินแย้ม ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและกลยุทธ์ บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) จัดงานมอบรางวัลAmarin Baby & Kids Awards 2019 ครั้งแรกในเมืองไทย ให้กับสุดยอดแบรนด์สินค้าในดวงใจเหล่าคุณแม่ทั่วประเทศ มากถึง 40 รางวัล โดยมี ชาคริต แย้มนาม พร้อมครอบครัว, ภารดี อยู่ผาสุข และ เพชรแพรว อัครเตชวาทิน ร่วมงาน ณ งาน  Amarin Baby & Kids Fair ครั้งที่ 15 ไบเทค บางนา เมื่อเร็วๆ นี้

“นนท์ ธนนท์” บอกลาคำว่า “แพ้” ขอบคุณเพื่อนแท้ “ฟรีพลัส”

นนท์-ธนนท์ จำเริญ หนุ่มหล่อเสียงดีมากความสามารถ ผู้มัดใจแฟนๆ ด้วยหลากหลายบทเพลงแสนไพเราะ พ่วงด้วยความขยัน ตั้งใจทำงาน ทำให้เขามีผลงานเพลงใหม่ออกมาให้แฟนๆ ได้ติดตามกันอย่างต่อเนื่อง เรียกว่าส่งต่อความสุขไม่มีวันหยุด แต่ไหนจะงานคอนเสิร์ต อีเว้นต์ และตะลอนทัวร์ทั่วราชอาณาจักร หนุ่มนนท์มีเคล็ดลับอะไรกันนะ? ที่ช่วยให้แลดูสดชื่น สดใส ออร่า มาปังๆ ตลอดเวลา ซึ่งหนุ่มนนท์ เล่าว่ากว่าจะเจอสิ่งที่ใช่ และตอบโจทย์ เคยลองผิดลองถูกมามาก และเคยแพ้มาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ลองไปฟังประสบการณ์จริงเรื่อง “ความแพ้” ที่ทำให้เขารู้สึกแย่ จนขาดความมั่นใจ รวมถึงเคล็ดลับที่เอาชนะอย่างรู้เท่าทัน และการสร้างภูมิให้ตัวเอง จากปากหนุ่มนนท์กันเลย

“บอกตรงๆ ว่าก่อนหน้านี้ ผมเป็นคนที่ไม่ค่อยดูแลตัวเองเลย เพราะไม่ใช่ผู้ชายที่ดูแลตัวเองจ๋าขนาดนั้น” หนุ่มนนท์ เริ่มบทสนทนาแต่ด้วยงานในวงการที่เราทำ และการใช้ชีวิตของเราที่ต้องใช้รูปร่าง หน้าตา ตรงนี้เอง ที่ทำให้ผมหันมาดูแลตัวเองมากขึ้น เพื่อสร้างภูมิคุ้นกันและสร้างความมั่นใจในตัวเอง ผมจะพยายามดูแลตัวเอง และศึกษาเรื่องผิว อย่างผมเป็นคนที่แพ้ง่าย ก็ต้องหาสิ่งที่เราใช้แล้วเข้ากัน ไม่แพ้ เพราะก่อนหน้านี้ ไม่เคยสนใจและไม่เคยรู้มาก่อนเลยเรื่องการดูแลผิวพรรณ สบู่ก้อนเดียวใช้หัวจรดเท้า เหมือนผู้ชายทั่วๆ ไป การดูแลตัวเองของผม จะมีหลายๆ อย่างมิกซ์แอนด์แมตซ์เข้าด้วยกัน รวมทั้ง เสื้อผ้า แฟชั่นการแต่งตัว ก็ต้องให้เหมาะสมกับโอกาสต่างๆ แต่สิ่งสำคัญที่สุดผมมองว่าเป็นเรื่องผลิตภัณฑ์ที่เราใช้ในแต่ละวันต้องเลือกสรรตัวที่เหมาะกับสภาพผิว เพราะเราต้องดูแลภาพลักษณ์และบุคลิก เริ่มมาจากข้างใน ที่ทำให้เราแสดงออกมาถึงมั่นใจในตัวเอง”

หากให้นิยามคำว่า “แพ้” ในชีวิตของนนท์ และการเอาชนะมันล่ะคำว่า แพ้ สำหรับผม อันดับแรกเราต้องเข้าใจก่อนว่า เราเจอกับอะไร เราแพ้อะไร ทำไมเราถึงแพ้ แต่ท้ายที่สุด 80% มันก็เกิดจากตัวเราเองนี่แหละ บางทีเราพยายามไม่พอ หรือบางทีเราแก้ไม่ตรงจุด ถ้าเรารู้ว่าปัญหาคืออะไร สิ่งที่เราจะต้องเจอมันคืออะไร อุปสรรคที่เราจะต้องแก้มันคืออะไร แล้วหาวิธีแก้ให้ถูกต้อง เพราะฉะนั้น ก่อนอื่นเลยต้องถามตัวเองก่อนว่า เรารักในสิ่งที่เราทำมากแค่ไหน อย่างผมหลายคนอาจจะมองว่า เราได้ทำงานตรงนี้ โชคดีจังเลย ได้ทำงานที่รักตั้งแต่อายุ 16 ถึงตอนนี้ 20 กว่า ได้ขึ้นโชว์บนเวทีใหญ่ๆ ร่วมกับพี่ๆ ศิลปินชื่อดังมากมาย ซึ่งเราไม่เคยคิดหรอกว่าจะมีโอกาสแบบนี้”

“อย่างช่วงที่ประกวดเดอะวอยซ์ เราโชคดีตรงที่ว่า คนดูเขาโอเคกับเรา เขาให้ความรักความเอ็นดูกับเรา เขาก็เลือกให้เราเป็นวินเนอร์ หรืออย่าง เดอะ แมสก์ ซิงเกอร์ เองก็ตาม เรารู้สึกว่าที่ผ่านมาเราไม่มีเรื่องของรูปร่างหน้าตาเข้ามาเลย เราพยายามมันด้วยความสามารถทั้งสองรายการเลยนะ เป็นรายการที่ไม่ได้ใช้หน้าตาทั้งคู่เลย (ยิ้ม) ท้ายที่สุดเราก็ต้องหาว่าความพยายามของเรามันอยู่ตรงไหน เราถามตัวเอง รักมันมากแค่ไหน ในมุมของนักร้อง การได้ขึ้นไปอยู่บนเวที ได้ไปเป็นหนึ่งในความสุขของคนดู ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ในการใช้ชีวิต ผมมองว่าไม่ใช่วันของเราทุกวันหรอก แต่ต้องมีสักวันที่เป็นวันของเรา เราต้องพยายามไปก่อน ผมเองก็เช่นกัน กว่าจะมาถึงวันนี้ ต้องอดทนต่อสู้ และพยายามอย่างมาก ผมจะขอเป็นกำลังใจให้แฟนๆ ทุกคนนะครับ”

ท้ายนี้ หนุ่มนนท์ ฝากแฟนๆ ติดตาม ผลงานเพลงประกอบละคร “จะยอมแค่เธอคนเดียว” จากละครเรื่อง “รักหมดใจ” ทางช่อง GMM25 และ “อยากหยุดเวลาไว้” จากละครเรื่อง “ลิขิตรักข้ามดวงดาว” ทางช่อง 3 รวมถึงผลงานเพลงใหม่ เพลง Play, เพลง ไม่ใช่เวลาของเรา, เพลง หมื่นคำลา “ฝากติดตามกันด้วยนะครับ และขอขอบคุณที่คอยสนับสนุนกันเรื่อยมา” หนุ่มนนท์ กล่าว

PChome Thai ขนขบวนสินค้าลดกระหน่ำ ต้อนรับแคมเปญ 11.11

พร้อมจัดกิจกรรมกระทบไหล่ 2 ดาราหนุ่มหล่อ ออกัส วชิรวิชญ์ และ ไวท์ ณวัชร์ ในงาน ’11.11 Taiwanese Crazy Sale สินค้าไต้หวันลดหลุดโลก ส่งฟรีทั่วประเทศ’

บริษัท พีซีโฮม (ประเทศไทย) จำกัด แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชั้นนำจากประเทศไต้หวัน ได้จัดงานอีเวนต์เปิดแคมเปญลดราคาสินค้าคุณภาพดีจากไต้หวันเพื่อเอาใจขาช้อปออนไลน์ชาวไทย 11.11 The Taiwanese Crazy Sale สินค้าไต้หวันลดหลุดโลก ส่งฟรีทั่วประเทศ” ในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2562 ที่ผ่านมา ณ ศูนย์การค้า เซ็นทรัลพลาซา แกรนด์ พระราม 9 โดยมี 2 ดาราหนุ่มหล่อ ออกัส วชิรวิชญ์ และ ไวท์ ณวัชร์ มาร่วมเปิดแคมเปญอย่างยิ่งใหญ่ พร้อมร่วมเล่นกิจกรรมกับแฟนคลับอย่างใกล้ชิด

ภายในงาน นอกจากจะมีกิจกรรมระหว่าง 2 นักแสดงดังกับแฟนคลับแล้ว ยังมีการจัดแสดงสินค้าไต้หวันสุด พรีเมียมแบบอัดแน่น ที่ยกขบวนมาจากไต้หวันโดยตรง เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสประสบการณ์ความฟินกับสินค้าไต้หวัน อาทิ ช็อคโกแลตไข่มุก พายสับปะรด สกินแคร์ เครื่องนวดตา และอื่นๆอีกมากมาย

แบรนด์ชาเขียว เบอร์ 1 ปะทะ สุดยอดเกมมือถือสุดฮิต เมื่อ โออิชิ กรีนที จับมือ“การีน่า ออนไลน์”    จัดแคมเปญ “Oishi x ROV รับยกเซ็ท 5 สกินญี่ปุ่น” เปิดให้เหล่าเกมเมอร์วัยทีนรับสิทธิ์ลุ้นรางวัลสุดยิ่งใหญ่ รับยกเซต 5 สกินญี่ปุ่น และลุ้นรางวัลกว่า 50,000 ไอเท็มทุกวัน เพียงแกะฉลากพลิกหารหัสโออิชิ และนำรหัสหลังฉลากไปกรอกที่ oishi.rov.in.th โดย 2 รหัสโออิชิ รับ 1 OISHI BOX ที่ประกอบด้วยสุดยอดไอเทมในเกมอย่าง สกิน เพชร และลูกแก้ว ตั้งแต่วันที่ 21 ตุลาคม 2562 – 31 มกราคม 2563 โดยผลิตภัณฑ์ที่ร่วมรายการได้แก่ โออิชิ กรีนที รสต้นตำรับ, โออิชิ กรีนที รสข้าวญี่ปุ่น, โออิชิ กรีนที รสน้ำผึ้งมะนาว, โออิชิ กรีนที กลิ่นองุ่นเคียวโฮ รวมทั้ง 2 รสชาติใหม่ล่าสุด โออิชิ แอปเปิลฮันนี่ และ โออิชิ แอปเปิล ฮันนี่ไลท์

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.oishidrink.com, Facebook : OishiDrinkStation หรือ call center 02-793-930

ลาซาด้า นับถอยหลัง 11.11 จัดเต็มทุกความบันเทิงรับมหกรรมช้อปปิ้ง เอ็มวี-เกม-ซูเปอร์โชว์ แจกถล่ม 111ล้านคูปองให้ช้อปกระหน่ำวันเดียวได้ทุกดีล

Lazada 11.11 Biggest One Day Sale วันเดียวได้ทุกดีล กลับมาสร้างความสนุกให้กับนักช้อปได้ช้อปกันไม่ยั้งกับสินค้าและแบรนด์มากมายที่มาพร้อมข้อเสนอที่ดีที่สุดของปี พร้อมสนุกและกรี๊ดสนั่นกับขบวนความบันเทิงช้อปเปอร์เทนเม้นท์จัดเต็ม กับกองทัพดาราทั้งเอ็มวี เกม ไลฟ์สตรีม และซูเปอร์โชว์เซอร์ไพรส์จากศิลปินดาราดัง  นำทีมโดย เบลล่าราณี แคมเปน แจกกระหน่ำ 111 ล้านคูปองให้ช้อปกระจายวันเดียวได้ทุกดีล บนแอปพลิเคชันลาซาด้า วันที่ 11 เดือน 11 นี้ !!  

นางสาวภารดี สินธวณรงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด บริษัท ลาซาด้า ประเทศไทย จำกัด  กล่าวว่า มหกรรมช้อปปิ้ง Lazada 11.11 Biggest One Day Sale วันเดียวได้ทุกดีล กลับมาสร้างความสนุกให้กับนักช้อปอีกครั้ง โดยมาพร้อมกับสินค้าและแบรนด์มากมายด้วยข้อเสนอราคาที่ดีที่สุดของปี นอกจากนี้ มหกรรมช้อปปิ้งครั้งนี้ยังมีการแจกคูปองส่วนลดกว่า 111 ล้านคูปองให้ได้เลือกสะสมผ่านกิจกรรมสนุกๆ และความบันเทิงแบบจัดเต็มให้ฟินไปกับเหล่าศิลปินดาราขวัญใจนักช้อปมากมาย

เรียกน้ำย่อยกับเอ็มวี ลาซาด้าช้อปติดไซเรน

เพลงธีมของลาซาด้า 11.11 ซึ่งได้รับการแต่งขึ้นมาใหม่จากการ cover เพลงยอดฮิต รักติดไซเรนจากซีรีย์ “รักฉุดใจ นายฉุกเฉิน” โดยยังคงมี ไอซ์พาริส อินท-โกมาลย์สุต และแพรวาณิชาภัทร ฉัตรชัย-พลรัตน์ เจ้าของเสียงร้องของเพลงต้นฉบับเป็นผู้ร้องเพลงนี้ นอกจากนี้ยังได้ เบลล่าราณี แคมเปน และต่อธนภพ  ลีรัตนขจร สองแบรนด์แอมบาสเดอร์ลาซาด้า มาร่วมเซอร์ไพรส์ร้องและเล่นมิวสิควิดีโอด้วย  โดยสามารถรับชมได้พร้อมกันตั้งแต่ 5 พฤศจิกายน เป็นต้นไป และพบกับเซอร์ไพรส์จากเบลล่า และต่อ จากลาซาด้าช้อป ติดไซเรนในวันที่ 11 พฤศจิกายน เพียงพิมพ์ “LOVE1111” แล้วกดค้นหา (search) ในแอปพลิเคชันลาซาด้า

Lazada 11.11 SUPER SHOW 10 พฤศจิกายน

รายการวาไรตี้โชว์สุดอลังนำทีมโดยแบรนด์แอมบาสเดอร์สาวสาย เบลล่าราณี แคมเปน พร้อมด้วยกิจกรรมสุดพิเศษจากศิลปิน-นักแสดงชื่อดัง อาทิ จุ๋ยวรัทยา นิลคูหา, ต้นหอมศกุนตลา เทียนไพโรจน์, ซอ จียอน, แบงค์ธิติ มหาโยธารักษ์, เจนิส เจณิสตา พรหมผดุงชีพ,  ติช่ากันติชา ชุมมะ (ติช่า เดอะเฟซ ไทยแลนด์), ออฟจุมพล อดุลกิตติพร กันอรรถพันธ์ พูลสวัสดิ์ ที่ยกขบวนมาสร้างสีสันภายในรายการ พร้อมดีลเซอร์ไพรส์จากแบรนด์ดังมากมาย และพลาดไม่ได้กับช่วง Voucher Rain ที่ให้ผู้ชมสามารถเก็บคูปองส่วนลดระหว่างโชว์  สามารถร่วมสนุกพร้อมรับชมการถ่ายทอดสดในวันอาทิตย์ที่ 10 พฤศจิกายน 2562 ได้ตั้งแต่เวลา 23.00  น. ทางช่อง 33 และ Livestream สดผ่านแอปพลิเคชันลาซาด้า

เจนเฮลตี้ไลฟ์…แนะทานอย่างไรให้สุขภาพดี

เชื่อว่าชาวออฟฟิศหลายคน เคยประสบปัญหาเมื่อนัดมีตติ้งสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อน มักจะโดนแซวต่างๆ นานา ทั้ง “อ้วนขึ้นหรือเปล่า” “ปล่อยตัวเองโทรมแล้วนะ” เนื่องจากทุ่มเทให้กับงานจนลืมดูแลตัวเอง อาหารการกินจึงเน้นสะดวกที่สุด โดยอาจลืมคิดว่าจะดีต่อสุขภาพหรือไม่ “เจนเฮลตี้ไลฟ์” (GenHealthyLife) ศูนย์รวมคอนเทนท์ด้านสุขภาพของเจนเนอราลี่ อยากให้ชาวออฟฟิศ สละเวลาสักนิดกับการเลือกอาหารที่จะรับประทานในแต่มื้อ เพราะแค่เปลี่ยนเมนูชีวิตก็เปลี่ยนได้

เริ่มต้นด้วยมื้อแรกของวันอย่างBreakfast” มื้อที่สำคัญที่คนส่วนใหญ่มักจะมองข้ามเพราะด้วยเวลาที่เร่งรีบ จึงทำให้หลายคนหมองหาเมนูง่ายๆ มารับประทานหรือบางคนก็ไม่รับประทานเลย ดังนั้น ถ้าใครอยู่ในเคสเหล่านี้ ต้องรีบเปลี่ยนตัวเองแบบเร่งด่วน อันดับแรก ออกไปซุปเปอร์มาร์เก็ตใกล้บ้าน มองหาวัตถุดิบที่ทำง่ายมาตุนในตู้เย็นไว้บ้าง ไม่ว่าจะเป็น ผักสด เนื้อสัตว์ ไข่ไก่ ทูน่า ขนมปังโฮวีท ผลไม้นานาชนิด ที่สามารถที่จะหาซื้อได้ไม่ยาก ถึงจะไม่ค่อยมีเวลา แต่ก็สามารถสร้างสรรค์เมนูได้ง่ายๆ มีประโยชน์ เช่น กรีกโยเกิร์ตที่มีแคลเซียมสูง ช่วยกระตุ้นให้อารมณ์ดี ทำให้สมองพร้อมเรียนรู้ ไข่ลวกหรือไข่ต้ม ได้ประโยชน์มากและแคลอรี่ต่ำ เพียงกิน 2-3 ฟองในมื้อเช้าก็จะทำให้รู้สึกอยู่ท้องและร่างกายก็ได้รับประโยชน์ไปเต็มๆ สลัดผักและผลไม้ต่างๆ สามารถแพ็คแช่เย็นให้เรียบร้อย พอถึงมื้อเช้าก็แกะมารับประทานได้ทันที และสุดท้ายแซนวิชโฮลวีททูน่า เป็นเมนูแสนอร่อยที่ทำเองได้ง่าย เพราะสามารถเลือกสรรวัตถุดิบได้เอง

ซันนี่ ตัวแทนคนไทยหนึ่งเดียวเตรียมบินลัดฟ้าไปเดินพรมแดงงาน Festival de Cannes Film Week ณ K11 MUSEA บนเกาะฮ่องกง

ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ จะได้เป็นคนไทยคนแรกที่ได้ไปยืนหนึ่งบนพรมแดงสุดยิ่งใหญ่ เพื่อเฉลิมฉลองการเปิดตัวของงานเทศกาลหนัง Festival de Cannes Film Week ครั้งแรกในเอเชีย ณ K11 MUSEA ห้างสรรพสินค้าและศูนย์รวมความหลากหลายทางวัฒนธรรมบนเกาะฮ่องกง ในค่ำคืนวันที่ 12 พฤศจิกายน ที่จะถึงนี้

ครั้งนี้ ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ ได้รับเชิญโดยตรงจากทาง K11 MUSEA ซึ่งเป็นผู้จัดงาน Festival de Cannes Film Week จากการที่หนุ่มซันนี่เป็นนักแสดงที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามในแวดวงอุตสาหกรรมหนังทั้งในไทยและทั่วเอเชีย ทั้งยังเป็นคนที่มีความสนใจด้านการทำภาพยนตร์ ซึ่งตรงกับวิสัยทัศน์ของการจัดงานในครั้งนี้ของ K11 MUSEA ที่ต้องการเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ไฟแรงที่หลงใหลในโลกแห่งศิลปะของการทำภาพยนตร์เช่นเดียวกัน

K11 MUSEA ตั้งเป้าหมายในการเป็นซิลิคอนวัลเลย์แห่งวัฒนธรรมของเอเชีย โดยเป็นห้างสรรพสินค้าระดับลักชัวรี่แห่งแรกในเอเชียที่จัดแสดงชิ้นงานศิลปะอันทรงคุณค่ากว่า 100 ชิ้น มีสถาปัตยกรรมที่งดงาม มีร้านค้าแบรนด์ดังมากมาย พร้อมพรั่งด้วยร้านอาหารเลิศรสจากทั่วทุกมุมโลก และเป็นที่ตั้งของอีเว้นท์ด้านวัฒนธรรมอันโดดเด่น อย่างงาน Festival de Cannes Film Week ซึ่งเป็นงานเทศกาลหนังที่นำเอาเอกลักษณ์อันโดดเด่นของเทศกาลหนังนานาชาติเมืองคานส์ที่ได้รับความนิยมจากผู้คนทั่วโลกมาไว้ที่ย่าน จิม ซา จุ่ย บนเกาะฮ่องกงสำหรับคนรักหนังทั่วโลก ระหว่างวันที่ 12 – 17 พฤศจิกายนนี้ ด้วยความร่วมมือของ ปิแอร์ เลสคูร์ ประธาน และ เธียรี เฟรโมซ์ ผู้อำนวยการจากเทศกาลภาพยนตร์ Festival de Cannes และ เอเดรี่ยน เช็ง ผู้ก่อตั้ง K11 กรุ๊ป การจัด Festival de Cannes Film Week ครั้งแรกในฮ่องกงนี้ ยังเป็นเทศกาลภาพยนตร์ครั้งประวัติศาสตร์ในเอเชีย โดยภายในงาน จะมีการเปิดให้ชม 6 ภาพยนตร์ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ ทั้งยังได้รับเกียรติจากผู้กำกับและนักแสดงชื่อดังจากนานาประเทศที่ได้รับรางวัลจากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ ครั้งที่ 72 รวมถึงนักแสดงชื่อดังระดับโลกอีกมากมายที่จะได้มาร่วมเดินบนพรมแดงนี้

K11 MUSEA เป็นศูนย์กลางที่รวบรวมทุกไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ไว้ที่เดียว อาทิ K11 ARTUS เรซิเดนท์ผสานงานศิลปะที่หรูหราที่สุดในเอเชีย, K11 ATELIER อาคารสำนักงานที่ออกแบบมาส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ของพนักงานทุกคน รวมไปถึงโรงแรม Rosewood Hong Kong ที่เปิดตัวไปเมื่อต้นปี 2562 อีกด้วย

บริษัท เจ เอส แอล โกลบอล มีเดีย จํากัด ต่อยอดธุรกิจจากผู้ผลิตคอนเทนต์ ขยายตลาดสู่ธุรกิจสุขภาพและความงาม จับมือพันธมิตร พสุธารา จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวแบรนด์ อัลลี ( Ali ) Embracing Good Life ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติด้านการดูแลผิวพรรณ รวมทั้งผลิตภัณฑ์ธรรมชาติในครัวเรือนที่คืนความสมดุลให้กับชีวิต นำพาไปสู่การใช้ชีวิตแบบ toxin-free lifestyle โดยมี นางจำนรรค์ ศิริตัน หนุนภักดี , นางลาวัลย์ กันชาติ ,
นางรติวัลคุ์ ธนาธรรมโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ เอส แอล โกลบอล มีเดีย จำกัด , นางดรุณี วัฒน์นครบัญชา Co-Founder พสุธารา , นายปรมินทร์ วัฒน์นครบัญชา Co-Founder พสุธารา มาเป็นผู้ไขความลับความบริสุทธิ์จากธรรมชาติสู่คนเมือง ณ THE MARQUEE @ NAI LERT PARK HERITAGE HOME (บ้านปาร์คนายเลิศ)

บีบีดีโอ ประกาศศักดา! คว้า Advertising Agency of The Yearและ Digital Agency of The Year เป็นสมัยที่ 4 จากเวที ‘แอดแมน’ 2019

หากการได้แชมป์คือเรื่องยากแล้ว การได้แชมป์เป็นสมัยที่ 4 คงเป็นเรื่องที่ยากยิ่งกว่า แต่ที่เวที Adman Awards & Symposium 2019 หรือ ‘แอดแมน 2019’ เวทีประชันผลงานที่ใหญ่ที่สุดของคนโฆษณาไทยที่เพิ่งผ่านพ้นไป ผลปรากฏว่า บริษัท บีบีดีโอ กรุงเทพ จำกัด สามารถสร้างปรากฏการณ์ใหม่ ด้วยการคว้า 2 รางวัลใหญ่ของงานคือ Advertising Agency of The Year และ Digital Agency of The Year ได้เป็นสมัยที่ 4

โดยในปีนี้ บีบีดีโอ สามารถกวาดรางวัลจากผลงานที่เข้ารอบสุดท้ายสูงสุดถึง 56 Finalist จากโฆษณา โฮมโปร, ไวตามิลค์, เน็ตฟลิกซ์, พรูเด็นเชียล, แอร์เอเชีย, เจ ดี เซ็นทรัล, บาคามอล โดยแคมเปญโฆษณาโฮมโปร “7:1 เฟอร์นิเจอร์ คอลเลคชั่น” คว้าโกลด์อวอร์ด และแคมเปญ  “Targeted Gift ของขวัญตรงใจ..ไม่ต้องบอกตรงๆ” จาก เจ ดี เซ็นทรัล ก็สามารถคว้า 1 รางวัลใหญ่ BEST ในสาขาดิจิตอลมาครอง รวมรางวัลในปีนี้ทั้งสิ้น 35 รางวัล จาก 5 โกลด์ 7 ซิลเวอร์ และ 22 บรอนซ์

ซึ่งนอกจากรางวัลใหญ่อย่าง Advertising Agency of The Year ที่สามารถคว้ามาได้สำเร็จ บีบีดีโอ ยังสามารถเอาชนะอีกรางวัลสำคัญนั่นคือ Digital Agency of The Year ซึ่งนับเป็นการย้ำจุดยืนของบีบีดีโอที่ทำมาตลอด นั่นคือการเป็นเอเจนซี่ที่ช่ำชองและเชียวชาญทางด้านการสื่อสารในทั้งสื่อ Traditional และ Digital ซึ่งการคว้ารางวัลสูงสุดหรือ BEST ในสาขา Digital ของบีบีดีโอได้ในปีนี้นั้น ได้แสดงให้เห็นว่าบีบีดีโอนั้น ต้องการสร้างสรรค์มากกว่าแค่แคมเปญที่ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิตอล แต่คือการสร้างประสบการณ์ของ ‘Native Digital Communication’ หรือการสื่อสารที่คิดมาเพื่อตอบรับพฤติกรรม อินไซท์ และออกแบบสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุดบนโลกดิจิตอล ผ่าน Tools ต่างๆที่ถูกนำมาใช้โดยคำนึงถึงประสิทธิภาพในการสื่อสารเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็น AI Chatbot ที่สามารถโต้ตอบกับผู้ร่วมแคมเปญได้อย่างมีไหวพริบและชาญฉลาด และการใช้ Data Enhanced Creativity ที่ทำให้สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพจากแคมเปญ Targeted Gift ของขวัญตรงใจ..ไม่ต้องบอกตรงๆ รวมถึงการใช้ Design Innovation เพื่อสร้างสรรค์ Solution ใหม่ที่ช่วยเหลือสังคมได้อย่างที่ไม่มีใครเคยคิดมาก่อนในแคมเปญ 7:1 เฟอร์นิเจอร์ คอลเลคชั่น

เชฟ (พี่) โทนี่ ชวนเชฟ (น้อง) แพตตี้ แชมป์มาสเตอร์เชฟจูเนียร์ฯ เข้าครัวคูลิเนอร์

ผู้ชนะรายการมาสเตอร์เชฟจูเนียร์ไทยแลนด์ ซีซันที่ 1 ก็เช่นเดียวกัน
สาวน้อยวัยเพียง 10 ปีกับความฝันอันยิ่งใหญ่ ด้วยความที่เธอหลงเสน่ห์การทำอาหารตั้งแต่อายุยังน้อย น้องแพตตี้ใฝ่ฝันอยากจะเป็นเชฟมืออาชีพและเปิดร้านเป็นของตัวเองในสไตล์เชฟเทเบิล โดยล่าสุดเชฟตัวน้อยพูดเก่งคนนี้ ได้มาเรียนทำอาหารกับ เชฟ (พี่) โทนี่ แอนโทนี บิชท์ เชฟหนุ่มมาดอบอุ่นหนึ่งในผู้เข้าแข่งขัน ตัวเต็งจากรายการ ศึกค้นหาเชฟกระทะเหล็ก ที่ โรงเรียนศิลปะการอาหารและผู้ประกอบการคูลิเนอร์
ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

สาวน้อยมากเสน่ห์ผู้ชนะการประกวดรายการมาสเตอร์เชฟจูเนียร์ฯ เริ่มสนใจเข้าครัว ด้วยเพราะที่บ้านชอบทำอาหาร น้องแพตตี้เริ่มซึบซับความรู้พื้นฐานในการทำอาหารตั้งแต่อายุ 7 ปีจากการเป็นผู้ช่วยคุณแม่ในครัว แต่สาวน้อยไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่ช่วยหยิบจับเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น เธอหาความรู้เพิ่มเติมจากโลกออนไลน์อย่างวีดีโอบนยูทูป หรือรายการทำอาหารต่าง ๆ และเมื่อรายการมาสเตอร์เชฟจูเนียร์ประเทศไทยปีแรก ประกาศรับสมัคร ด้วยความชอบและแรงสนับสนุนของครอบครัว เธอจึงไม่ลังเลที่ลงสนามพิสูจน์ความสามารถของตัวเอง

“RBF”เคาะราคาขาย IPOอยู่ที่ 3.30 บาท เปิดจองซื้อ 16-18 ต.ค.

ตั้ง “บล.ฟินันเซีย ไซรัส”และ“บล.กสิกรไทย”

เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่าย

พร้อมผู้ร่วมจัดจำหน่าย อีก 11 แห่ง คาดเข้าเทรด SET ภายในเดือนนี้

“อาร์ แอนด์ บี ฟู้ด ซัพพลาย” แต่งตั้ง “บล.ฟินันเซีย ไซรัส” และ ”บล.กสิกรไทย” เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นและรับประกันการจัดจำหน่ายหุ้นไอพีโอ จำนวน 520 ล้านหุ้น โดยมีผู้ร่วมจัดจำหน่ายอีก 11 แห่ง ราคาเสนอขายอยู่ที่ 3.30 บาท ลุยนำเงินระดมทุนไปก่อสร้างโรงงานในต่างประเทศ ปรับปรุงและซื้อเครื่องจักรเพิ่มเติม รวมถึงลงทุนเปิดบริษัทตัวแทนและห้องทดลองในต่างประเทศ ส่งซิกเตรียมจองซื้อ 16-18 ต.ค. 62 จ่อเข้าเทรด SET ในหมวดธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มภายในเดือนนี้

บมจ. อาร์ แอนด์ บี ฟู้ด ซัพพลาย (RBF) กำหนดราคาเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO)จำนวน 520,000,000 หุ้น ราคาหุ้นละ 3.30 บาท โดยจะเปิดเสนอขายในวันที่ 16-18 ต.ค.62 ผ่านผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่าย คือ บล. ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน)และบล. กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) และผู้ร่วมจัดจำหน่ายอีก 11 แห่ง ได้แก่ บล. ไอร่า จำกัด (มหาชน) บล. เอเซีย พลัส จำกัด บล. โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) บล. โกลเบล็ก จำกัด บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) บล. เคที ซีมิโก้ จำกัด บล. เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) บล. ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)บล. อาร์เอชบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)บล. ทรีนีตี้ จำกัดและบล. ยูโอบีเคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

ทั้งนี้ การกำหนดราคาที่เสนอขายหุ้นละ 3.30 บาท มาจากการทำสำรวจความต้องการซื้อหุ้น (Book Building) ของนักลงทุนสถาบันทั้งไทยและต่างประเทศ โดยมีช่วงราคาเสนอขายที่ 3.00 – 3.30 บาทต่อหุ้น ปรากฏว่านักลงทุนสถาบันได้แสดงความต้องการซื้อหุ้นที่ราคาสูงสุดหุ้นละ 3.30 บาท อย่างล้นหลาม โดยมีความต้องการซื้อหุ้นรวมคิดเป็น 12.4 เท่าของจำนวนหุ้นที่จะจัดสรรให้กับนักลงทุนสถาบัน โดยบริษัทได้กำหนดราคาหุ้นที่จะเสนอขายให้กับประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) ในราคาหุ้นละ 3.30 บาท คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (Price to Earnings Ratio : P/E) เท่ากับ 22 เท่า โดยคำนวณกำไรสุทธิต่อหุ้นจากกำไรสุทธิในรอบ 4 ไตรมาสย้อนหลัง ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.61 ถึงวันที่ 30 มิ.ย.62 ซึ่งเท่ากับ 299 ล้านบาท หารด้วยจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมดของบริษัทหลังจากการเสนอขายหุ้นในครั้งนี้ (Fully Diluted) ซึ่งเท่ากับ 2,000 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.00 บาท จะได้กำไรสุทธิต่อหุ้นเท่ากับ 0.15 บาทต่อหุ้น สำหรับอัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไรสุทธิดังกล่าวคำนวณจากผลประกอบการในอดีต โดยที่ยังมิได้พิจารณาถึงผลการดำเนินงานในอนาคต ราคาเสนอขายในครั้งนี้ พิจารณาจากแผนธุรกิจของบริษัท และการนำเงินระดมทุนที่ได้จากประชาชนเป็นครั้งแรกไปใช้ในการขยายธุรกิจ

นายสมภพ ศักดิ์พันธ์พนม ประธานกรรมการ บริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ จำกัด (APM) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน ของ RBF เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา RBF ได้ทำการเดินสายเพื่อนำเสนอข้อมูล(โรดโชว์)ให้กับกองทุนและนักลงทุนสถาบันในประเทศจำนวน 22 กองทุนและต่างประเทศได้แก่ สิงคโปร์และญี่ปุ่นจำนวน 6 กองทุน นอกจากนี้ บริษัทยังโรดโชว์แก่นักลงทุนรายย่อยและประชาชนทั่วไปในประเทศจำนวน 15 จังหวัด  ได้แก่  ชลบุรี ระยอง ภูเก็ต นครปฐม ราชบุรี เชียงใหม่ อุดรธานี นครราชสีมา ขอนแก่น พิษณุโลก นครสวรรค์ อุบลราชธานี  สุราษฎร์ธานี สงขลา และกรุงเทพมหานคร เพื่อให้นักลงทุนรายย่อย สถาบันและคู่ค้ามีความเข้าใจและรู้จักธุรกิจของบริษัทมากยิ่งขึ้น

นายสมศักดิ์  ศิริชัยนฤมิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของ APM เปิดเผยว่า RBF มีจุดแข็งเรื่องการมีทีมวิจัยและพัฒนา(R&D)ที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ด้านอาหาร การวิเคราะห์กลิ่นและรสชาติอาหารโดยเฉพาะ รวมไปถึงมีความหลากหลายและครบวงจรมากกว่าผู้ผลิตรายอื่นๆในอุตสาหกรรม เพราะคู่แข่งของ RBF เป็นบริษัทต่างชาติทั้งหมด

ทั้งนี้ บริษัทแบ่งกลุ่มผลิตภัณฑ์ออกเป็น 6 กลุ่ม คือ กลุ่มวัตถุแต่งกลิ่นและรส และสีผสมอาหาร กลุ่มแป้งและซอส กลุ่มผลิตภัณฑ์อบแห้ง  กลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารแช่แข็ง  กลุ่มบรรจุภัณฑ์พลาสติก และกลุ่มผลิตภัณฑ์ซื้อมาเพื่อจำหน่าย สำหรับผลการดำเนินงานของบริษัทในปี 61 บริษัทมีรายได้รวม 2,738.25 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 321.11 ล้านบาท และสำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 62 บริษัทมีรายได้รวม 1,412.82 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 147.23 ล้านบาท                   

ดร.สมชาย รัตนภูมิภิญโญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาร์ แอนด์ บี ฟู้ด  ซัพพลาย จำกัด (มหาชน) หรือ RBF เปิดเผยว่า บริษัทจะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนไปก่อสร้างโรงงานผลิตและจำหน่ายเกล็ดขนมปังและแป้งประกอบอาหาร ณ เมืองสุราบายา ประเทศอินโดนีเซีย  โดยคาดว่าจะใช้เงินในการซื้อที่ดินและก่อสร้างโรงงานประมาณ 200 – 250 ล้านบาท และจะแล้วเสร็จมีรายได้เข้ามาภายในปี 2565

นอกจากนี้ บริษัทจะนำไปปรับปรุงและซื้อเครื่องจักรเพิ่มเติม ทั้งเครื่องจักรในการผลิตเกล็ดขนมปัง เครื่องจักรในการผลิตแป้งทอดกรอบ เครื่องจักรในการผลิตวัตถุแต่งกลิ่นรสแบบอัตโนมัติ มูลค่าประมาณ 130 ล้านบาท  ลงทุนเปิดบริษัทตัวแทนและห้องทดลองในต่างประเทศ มูลค่าประมาณ 25 ล้านบาท ที่เหลือจะเป็นชำระคืนเงินกู้และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ

“บริษัทได้ไปเปิดตลาดที่ประเทศอินโดนีเซียมาได้ระยะหนึ่งแล้วและเล็งเห็นถึงศักยภาพในการเติบโตอย่างมากในอนาคตจึงตัดสินใจลงทุนก่อสร้างโรงงานในเมืองสุราบายา ซึ่งบริษัทเชื่อว่าจะทำให้ลดต้นทุนทางด้านวัตถุดิบและต้นทุนค่าขนส่งได้อย่างมาก และปัจจัยนี้จะทำให้บริษัทมีความสามารถในการแข่งขันกับคู่แข่งท้องถิ่นได้มากขึ้น” นายสมชาย กล่าว

xCash และ AirAsia BIGผนึกกำลังโอนแต้มปุ๊บ แลกบินปั๊บ กว่า 150 เส้นทางตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ จัดโปรฯ โอนแต้มหากันรับเพิ่ม 50%

แอปพลิเคชัน “เอ็กซ์แคช” (xCash) ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ผู้บริโภค “ชีวิตสมาร์ท ฉลาดใช้…โหลด xCash” ภายใต้ บริษัท ดิจิต้าไลฟ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (DLC) เดินหน้าจับมือพันธมิตรทางธุรกิจ ล่าสุด ครั้งแรกกับการผนึกพลังกับโปรแกรมสะสมคะแนน AirAsia BIG จากสายการบินแอร์เอเชีย เพื่อเพิ่มอีกหนึ่งทางเลือก ด้วยสิทธิประโยชน์ทวีคูณให้กับลูกค้า สามารถโอนแต้มเงิน xCash เป็นคะแนน AirAsia BIG Points เพื่อรับสิทธิ์จากแอร์เอเชีย ทั้งการแลกคะแนนหรือใช้คะแนนจ่ายแทนเงินเป็นค่าบัตรโดยสาร และที่พักพันธมิตร รวมถึงกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวต่างๆ อัดโปรโมชั่นฉลองความร่วมมือ แลกคะแนนหากันสุดคุ้มโอนครั้งแรกรับเพิ่ม 50% ตั้งแต่ 10 ต.ค.- 31 ต.ค.นี้

นายนนทิ ศัพทเสวี ผู้อำนวยการอาวุโส บริษัท ดิจิต้าไลฟ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (DLC) เปิดเผยว่า “การจับมือกัน ระหว่าง “เอ็กซ์แคช” (xCash) กับ แอร์เอเชียบิ๊ก (AirAsia BIG) โปรแกรมสะสมคะแนนจากแอร์เอเชีย สายการบินชั้นนำของเอเชีย ซึ่งมอบสิทธิประโยชน์ด้วย “บิ๊กพอยท์” (BIG Points) เป็นการมอบความสุข และทวีคูณสิทธิประโยชน์ให้กับผู้ใช้บริการของเรา โดยจัดโปรโมชั่นพิเศษ สำหรับผู้ใช้บริการที่โหลดแอปพลิเคชันแล้ว สามารถโอนคะแนนหากัน ครั้งแรก รับเพิ่ม 50% เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะชื่นชอบการท่องเที่ยว ช้อป ชิม ชิลล์ ไอที บิวตี้ โดยลูกค้า AirAsia BIG สามารถเปลี่ยน BIG Points มาเป็น xCashPoint นำมาใช้แทนเงินสดกับร้านค้าพันธมิตรกว่า 1,000 ร้านค้า หรือใช้แลก e-Voucher ร้านค้าชื่อดังจาก xCash ได้ โดยผู้ใช้สามารถโอน BIG Points มาเป็น xCashPoint ได้ทุก 200 BIG Points = 150 xCashPoint (ปกติ 200 BIG Points = 100 xCashPoint) แลกแสนง่ายผ่านแอป xCash เลือกเมนูแลกแต้ม (Convert In)  ส่วนผู้ใช้บริการ xCash สามารถเปลี่ยน xCashPoint เป็น BIG Points เพื่อใช้แลกเที่ยวบินสุดคุ้ม จากสายการบินแอร์เอเชียได้ทุกเส้นทาง

โดยโอน xCashPoint มาเป็น BIG Points ได้ทุก 100 xCashPoint = 300 BIG Points (ปกติ 100 xCashPoint = 200 BIG Points) สามารถแลกทางแอป xCash เลือกเมนูแลกแต้ม (Convert Out) ยิ่งโอนมาก ยิ่งได้มาก ไม่ว่าจะโอนมา xCashPoint หรือจะโอนไปเป็น BIG Points ก็ได้เช่นกัน ตั้งแต่ 10 ต.ค. ถึง 31 ต.ค. 62

“นอกจากนี้ผู้ใช้บริการสามารถสะสมแต้มเงิน xCash ได้ถึง 3 ช่องทาง คือ ทุกการใช้จ่ายที่ร้านค้าพันธมิตร โดยสแกน QR code ที่ร้านค้านั้นๆ หรือโอนคะแนนสะสมจากบัตรเครดิตชั้นนำมาเป็นแต้มเงิน xCash และอีกวิธีคือ โอนแต้มเงิน xCash ให้กัน นับเป็นการมอบสิทธิประโยชน์ให้ผู้ใช้บริการแบบไร้ขีดจำกัดจริงๆ เพราะยิ่งใช้ ยิ่งได้คืน” นายนนทิ กล่าวเพิ่มเติม

ด้าน นางสาวบวรภัค ศิริพานิช ผู้อำนวยการประจำประเทศไทย AirAsia BIG กล่าวว่า “ปัจจุบันไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่เปลี่ยนไป และกระแส Cashless Society กำลังเกิดขึ้นและมาแรงในเมืองไทย จึงเชื่อได้ว่าในอนาคตอันใกล้นี้ ผู้บริโภคจะพกเงินสดน้อยลง เราจึงยินดีอย่างยิ่งที่ได้เข้าร่วมเป็นหนึ่งในพันธมิตรกับ “เอ็กซ์แคช” (xCash) เพื่อเพิ่มโอกาสและสิทธิประโยชน์ ทวีความสุขให้กับผู้ใช้บริการ ทั้ง บิ๊กพอยท์ และเอ็กซ์แคช สามารถเดินทางกับแอร์เอเชีย และแอร์เอเชีย เอ็กซ์ พร้อมกับสะสมคะแนนได้เวลาเดียวกัน อีกทั้งคะแนนยังมีค่าใช้ได้เหมือนกับเงินสด โดยสมาชิกสามารถนำไปใช้แลกเป็นบัตรโดยสารของสายการบินแอร์เอเชียสู่กว่า 150 เส้นทางบน www.airasiabig.com หรือโมบายแอป AirAsia BIG ซึ่งมีโปรโมชั่นแลกบัตรโดยสารลดพิเศษสูงสุดถึง 90% ที่เรียกว่า Final Call Sale และ Final Call X Sale ให้กับสมาชิกทุกเดือน รวมถึงยังสามารถใช้คะแนน BIG Points จ่ายค่าบัตรโดยสาร รวมถึงทัวร์และกิจกรรมต่างๆ เริ่มต้นเพียง 100 BIG Points แทนการใช้เงินได้ เมื่อจองผ่าน airasia.com”

ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่ แบรนด์แอมบาสเดอร์ realme สวยสะกดสายตาแบบเป็นธรรมชาติ ในงาน Thailand Mobile Expo 2019

ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่ แบรนด์แอมบาสเดอร์ realme ประเทศไทย เข้าร่วมบูธกิจกรรมจาก realme แบรนด์สมาร์ตโฟนเพื่อคนรุ่นใหม่ ในงาน Thailand Mobile Expo 2019 พร้อมเป็นอีกหนึ่งเสียงการันตีคุณภาพจากสมาร์ตโฟน realme พร้อมด้วย เกมเมอร์ กรุ๊ป จากวง Pinku Notori ที่จะมาร่วมสร้างสีสันและทดสอบประสิทธิภาพความเร็ว แรง ของ สมาร์ตโฟนรุ่นล่าสุด realme XT

คำอธิบาย: C:\Users\Realme-2\Desktop\รูปreal me\DSC01625.JPG

โดยภายในงานวางจำหน่ายสมาร์ตโฟนรุ่นล่าสุด realme XT 64 MP 4 เลนส์ สเปคสุดล้ำ เป็นวันแรก พร้อมกับกิจกรรมสุดพิเศษจาก ใหม่ – ดาวิกา โฮร์เน่นางเอกสาวที่ใช้สมาร์ทโฟจาก realme จริง มาช่วยยืนยันถึงความคุ้มค่าที่ทุกคนควรมี และอีกหนึ่งกิจกรรมพิเศษจาก เกมเมอร์ กรุ๊ป มาแรง Pinku Notri ที่จะมาเชิญชวนทุกท่านร่วมสัมผัสประสบการณ์แบบนักกีฬา E-sport กับการแข่งขัน สตรีมเกม เอาใจแฟนคลับเกมเมอร์

คำอธิบาย: C:\Users\Realme-2\Desktop\New folder (6)\DSC01590.JPG

นอกจากนี้ ยังมีโปรโมชั่นสุดพิเศษจากพาร์ทเนอร์ AIS และ truemove H ลดสูงสุดกว่า 8,000 บาท หากใครอยากสัมผัสประสบการณ์ความคุ้มค่าแบบใหม่ สามารถไปที่บูธกิจกรรมจาก realme ในงาน Thailand Mobile Expo 2019 ไบเทคบางนา Hall EH 98 – 99 ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 6 ตุลาคม และวางจำหน่ายพร้อมกันทุกช่องทางในวันที่ 5 ตุลาคม2562

 “โค้ดดิ้ง (Coding)” ภาษาใหม่ของเด็กยุคดิจิทัล

เด็กๆ ในปัจจุบันเติบโตขึ้นพร้อมกับความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ แล้วเคยสงสัยหรือไม่ว่าอะไรที่ทำให้เทคโนโลยีที่อยู่รอบตัวตอบสนองความต้องการของเราได้ คำตอบก็คือ การเขียนโปรแกรมหรือที่เรียกกันว่าโค้ดดิ้ง (Coding) นั่นเอง ซึ่งทุกวันนี้ถือเป็นเรื่องใกล้ตัวมากกว่าที่คิด คุณพ่อคุณแม่อาจจะยังไม่รู้ว่าโค้ดดิ้งคืออะไร และสำคัญกับเด็กๆ อย่างไร แต่งานเสวนาหัวข้อ “โค้ดดิ้งภาษาใหม่ที่เด็กทั้งโลกต้องตามให้ทัน การูด้า ลา ฟลอร่า หนังสือการ์ตูนความรู้ที่จะทำให้เด็กไทยรู้จักโค้ดดิ้งมากขึ้น” จากงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 24 (Book Expo Thailand 2019) ยกขบวนไปอิมแพ็ค ได้ขยายความให้เราเข้าใจมากขึ้น

วัชราภรณ์ ดอนแสง General Manager บริษัท โค้ดคิดส์ จำกัด เล่าว่า “ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทำให้เราต้องเตรียมตัวให้พร้อมและก้าวตามให้ทัน เมื่อทุกสิ่งรอบตัวเราต่างเป็นเทคโนโลยีที่ถูกเขียนโปรแกรมขึ้นมาได้ ซึ่งโค้ดดิ้ง (Coding) คือหนึ่งในการเขียนชุดคำสั่งของโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เพื่อให้โปรแกรมทำตามคำสั่งซึ่งหรือการสั่งงานให้คอมพิวเตอร์ทำตามที่เราต้องการด้วยการใช้ภาษาของคอมพิวเตอร์นั่นเอง โดยเด็กๆ สามารถเริ่มเรียนได้ตั้งแต่อายุ 4 ปีขึ้นไป จะเริ่มด้วยการให้ฝึกคิดให้เป็นระบบช่วยให้เด็กคิดทุกเรื่องอย่างเป็นเหตุเป็นผลส่งผลให้เกิดทักษะการแก้ปัญหา นำปัญหามาแยกย่อยเป็นส่วนๆ รู้จักจัดลำดับความสำคัญเพื่อหาสาเหตุและวิธีแก้ไขในแต่ละส่วน อีกทั้งในแต่ละขั้นตอนของการเขียนโค้ดดิ้งจะได้เรียนรู้ระบบการวางแผน เมื่อฝึกฝนไปสักพักก็จะทำให้เข้าใจหลักการและจับประเด็นได้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถนำไปต่อยอดได้ในทุกสาขาอาชีพไม่จำเป็นว่าเด็กๆ ที่เรียนจะต้องเป็นโปรแกรมเมอร์เพียงอย่างเดียว”

ด้าน ภาสกร กฤษสมัย Content Manager บริษัท อี.คิว.พลัส กรุ๊ป จำกัด เล่าว่า “โค้ดดิ้ง (Coding) ถือเป็นหนึ่งใน “ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 (21stCentury Skill)” เป็นเรื่องที่ใหม่มากสำหรับทั้งตัวผู้ปกครองและเด็กๆ เอง โดยสำนักพิมพ์ อี.คิว.พลัสต้องการที่จะสื่อสารและสร้างความเข้าใจในเรื่องโค้ดดิ้งผ่านการ์ตูนความรู้ สำหรับผู้ปกครองก็จะเป็นหนังสือเรื่อง “เตรียมลูกรักให้พร้อมรับ Coding” ที่จะช่วยสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับ “การเรียนเขียนโปรแกรม” หรือ “Coding” ว่ามีความจำเป็นและสำคัญต่อเด็กๆ ในปัจจุบันนี้และอนาคตอย่างไร ส่วนเยาวชนยังเพลินเพลินไปกับหนังสือการ์ตูนซีรีส์เสริมความรู้ในวิชาโค้ดดิ้ง อย่าง “โรงเรียนโรบอทถอดรหัสอัจฉริยะ การูด้า ปะทะ ยัยทิวาจอมป่วน” และ “7 ขั้นสุดง่ายสร้างเกมด้วย Scratch ตอน แผนพิชิตพลาสติกกลางทะเล”

จากการเสวนาครั้งนี้จะเห็นได้ว่า “โค้ดดิ้ง (Coding)” เป็นอีกความรู้หนึ่งที่ไม่ใช่แค่การเรียนไปเพื่อจบมาเป็นโปรแกรมเมอร์ แต่เป็นความรู้ทางกระบวนการคิดในแบบคอมพิวเตอร์ที่ได้ฝึกฝนระหว่างการโค้ดดิ้ง ซึ่งถือว่าเป็นทักษะที่สำคัญและสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับทุกเรื่องในชีวิตประจำวันได้

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเสวนาดีๆ อีกมากมาย อาทิ “การสร้างวิธีคิดและพัฒนาความสามารถในการคิดเชิงเหตุผลของเด็กปฐมวัย” โดย ศศิประภา สุนทรพิธ ในวันพุธที่ 9 ตุลาคม 2562 เวลา 14.00 – 15.00 น. และ “ผจญภัยในโลกแฟนตาซีกับ a place called perfect และ nevermoor” โดย อลิสา สันตสมบัติ และ ทศพล ศรีพุ่ม ในวันเสาร์ที่ 12 ตุลาคม 2562 เวลา 14.00 – 15.00 น. พร้อมเดินช้อปหนังสือแวะชิมกาแฟกันได้ที่ “มหกรรมหนังสือระดับชาติครั้งที่ 24” ยกขบวนไปอิมแพ็ค (Book Expo Thailand 2019) หนังสือดีมีชีวิต – Bring Content to Life จนถึงวันที่ 13 ตุลาคม 2562 เวลา 10.00 – 21.00 น. ณ ชาเลนเจอร์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ติดตามรายละเอียดได้ทาง Facebook Fanpage: Book Thai

“คูลิเนอร์” เปิดบ้านจัดเสวนา คูลิเนอร์ ทอล์ค ครั้งที่ 1 โดย 3 กูรูดังวงการอาหาร เผยเคล็ดลับสู่การเป็น “เชฟมืออาชีพ” และ “ผู้ประกอบการร้านอาหารที่ประสบความสำเร็จ”

โรงเรียนศิลปะการอาหารและผู้ประกอบการคูลิเนอร์ เปิดบ้านต้อนรับบุคคลทั่วไปที่สนใจเข้าเยี่ยมชมโรงเรียนศิลปะการอาหารระดับสากลในงาน Open House พร้อมจัดเสวนาครั้งแรก ได้ 3 ผู้เชี่ยวชาญในธุรกิจอาหารร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและแบ่งปันประสบการณ์ ในหัวข้อThe Right Start: How to make it big in the F&B business ณ โรงเรียนศิลปะการอาหารและผู้ประกอบการคูลิเนอร์ ชั้น 5 ห้างสรรพสินค้า เอ็มโพเรียมที่ผ่านมา

จัดต่อเนื่องมาเป็นประจำทุกเดือน สำหรับงานเปิดบ้าน หรืองาน Open House ของโรงเรียนศิลปะการอาหารและผู้ประกอบการคูลิเนอร์ สถาบันการศึกษาด้านอาหารชั้นนำในประเทศไทย ที่เปิดโอกาสให้บุคคลภายนอกเข้าเยี่ยมชมโรงเรียน พร้อมชมสาธิตการทำอาหารและชิมเมนูสุดอร่อยจากเชฟผู้สอนมากประสบการณ์ ตลอดจนรับคำปรึกษาด้านการเรียนที่มีหลักสูตรระดับสากลตั้งแต่หลักสูตรระยะสั้นไปจนถึงหลักสูตรประกาศนียบัตร และด้วยกระแสตอบรับที่ดีจากการจัดงานที่ผ่านมา เปิดบ้านครั้งนี้จึงมีความพิเศษกว่าทุกครั้ง โดยเชิญ 3 ผู้เชี่ยวชาญในแวดวงธุรกิจอาหาร ร่วมงานเสวนาที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรก หรือคูลิเนอร์ ทอล์ค ครั้งที่ 1 ปลดล็อคความสำเร็จ เตรียมความพร้อมเพื่อความสำเร็จสู่การเป็น “เชฟมือ

อาชีพ” และ “ผู้ประกอบการร้านอาหาร” กับ 3 กูรูดัง นำโดยอาจารย์บิ๊บ ชัชชญา รักตะกนิษฐ ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาด้านศิลปะอาหาร พร้อมด้วยคุณต่อ ธนพงศ์​ วงศ์ชินศรี หรือต่อ เพนกวิน เจ้าของธุรกิจอาหารยุคใหม่ที่ประสบความสำเร็จ และคุณสุ สุทิพยาพร ธนะโชติ ผู้ร่วมก่อตั้ง เพจถนัดชิม เพจรีวิวอาหารและคาเฟ่ชื่อดัง ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองประสบการณ์

 หน้าตาอาหารที่สวยงามหรือรสชาติที่ถูกใจ อาจจะทำให้ธุรกิจอาหารอยู่ได้ แต่อาจจะไม่รุ่งเสมอไป “การจะทำอาหารให้(ถูกตา)ถูกใจผู้บริโภค สร้างรายได้ให้ร้าน และสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงในธุรกิจร้านอาหาร ผู้ประกอบการจำเป็นต้องรู้ให้ครอบคลุมตั้งแต่ต้นกระบวนการ ไม่ว่าจะเป็นความรู้ในการคัดเลือกวัตถุดิบ การคำนวนต้นทุนกำไร การควบคุมคุณภาพของอาหาร การศึกษาตลาดและพฤติกรรมของผู้บริโภค เป็นต้น รสชาติอาหารดีอย่างเดียวเราอยู่ไม่ได้นะคะ เพราะร้านอาหารเปิดใหม่ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด เราต้องรู้ความเป็นไปของอุตสาหกรรม หมั่นหาความรู้และต้องพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลาค่ะ” อาจารย์บิ๊บ ชัชชญา รักตะกนิษฐ ผู้ที่คร่ำหวอดในวงการอาหารไทย และมีประสบการณ์มาอย่างยาวนานในด้านการศึกษาด้านศิลปะอาหารมามากกว่าสิบปี ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการฝ่ายการศึกษา โรงเรียนศิลปะการอาหารและผู้ประกอบการคูลิเนอร์ กล่าว

ในมุมมองของ คุณต่อ ธนพงศ์​ วงศ์ชินศรี หรือต่อ เพนกวิน เจ้าของธุรกิจอาหารที่สามารถฝ่าวิกฤตร้านอาหาร จนสามารถกลับมายืนอย่างสวยงามด้วยรายได้ที่มากกว่า 100 ล้านบาทต่อปี กล่าวว่าแบรนด์ดิ้งและกลยุทธ์ทางธุรกิจเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการทุกคนควรให้ความสำคัญ “การทำธุรกิจร้านอาหารก็เหมือนกับการเล่นฟุตบอล การทำงานเป็นทีมจึงมีความสำคัญมาก เปรียบกองหน้าเหมือนคนที่ต้องดูแลลูกค้า ขายอาหาร กองหลังเปรียบเหมือนคนหลังบ้านที่ต้องคอยควบคุมเกมส์หรือรักษาประตู ซึ่งในที่นี้คือไม่ใช่แค่เพียงแต่คุณภาพของอาหาร แต่ต้องดูไปถึงกลยุทธ์ในการบริหารร้าน ถ้าขายได้อย่างเดียว ต่อให้อาหารอร่อย มีลูกค้าประจำเยอะแค่ไหน แต่หลังบ้านเอาไม่อยู่ ต้นทุนกำไรบวกลบแล้วแทบไม่เหลืออะไร อย่างนี้ก็อยู่รอดได้ยากครับ การทำธุรกิจอย่าลืมว่าสุดท้ายแล้วเรามองที่บรรทัดสุดท้ายว่าเราได้กำไรเท่าไหร่ อย่าละเลยเรื่องการวางแผนบริหารต้นทุนกำไรเด็ดขาดครับ”

ต่อให้ทุกอย่างดี แต่ไม่ตรงโจทย์ความต้องการและกระแสนิยมของผู้บริโภคในปัจจุบัน ธุรกิจร้านอาหารจะไปรอดได้อย่างไร “ในฐานะที่เรามาจากเพจตัวแทนผู้บริโภครุ่นใหม่ที่มีใจรักในด้านการรับประทานอาหาร การค้นหาร้านอาหารและคาเฟ่ใหม่ๆ เราสังเกตว่าหนุ่มสาวยุคนี้มองหาความแปลกใหม่ค่ะ จริงอยู่ที่มีบางเมนู ร้านอาหารบางเจ้าที่เราไปทานซ้ำๆด้วยรสชาติ แต่เดี๋ยวนี้ อะไรก็มาไวไปไว การนำเสนอ เรื่องราว การตกแต่งร้าน เราว่าสำคัญ การตัดสินใจในแต่ละครั้งที่อยากจะไปร้านใหม่ๆ หนึ่งเลยเราจะมองเรื่องการตกแต่งร้าน ความใส่ใจดีเทลเล็กๆ แม้กระทั่งอาหารที่เสิร์ฟหรือการตกแต่งจานเสิร์ฟ ซึ่งทางทีมถนัดชิมก็เห็นพ้องต้องกันในเรื่องนี้ ร้านต้องไปตีโจทย์ว่าจะทำอย่างไรให้ตัวเองโดดเด่นจากร้านอื่น แต่ก็ยังคงมีจุดเด่นของตัวเอง” คุณสุ สุทิพยาพร ธนะโชติ ผู้ร่วมก่อตั้งเพจถนัดชิม เพจรีวิวอาหารและคาเฟ่ชื่อดังที่มีผู้ติดตามกว่าสี่แสนคน กล่าวเสริม

สิ่งหนึ่งที่ทั้ง 3 กูรูชื่อดังในธุรกิจร้านอาหารเห็นพ้องตรงกันคือผู้บริโภคยุคใหม่ยังคงให้ความสำคัญกับคำว่า“คุณภาพ” แต่คุณภาพในที่นี่ ไม่ได้หมายถึงเพียงแต่รสชาติของอาหารเท่านั้น หากแต่ยังหมายถึงในแง่ของคุณภาพของวัตถุดิบ การให้บริการและประสบการณ์ที่แปลกใหม่น่าประทับใจ รวมไปถึงราคาที่สมเหตุสมผล อย่างจะเห็นได้จากกระแสอาหารเพื่อคนรักสุขภาพที่กำลังมาแรงในขณะนี้ การใช้วัตถุดิบปลอดสารเคมีหรือปลูกในระบบฟาร์มปิด เรื่องราวแนวคิดการรังสรรค์เมนูอาหาร รวมถึงการประชาสัมพันธ์ที่ตรงจุดทั้งช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ ล้วนแล้วแต่มีความสำคัญในการตัดสินใจรับบริการของผู้บริโภคยุคนี้

“จริงอยู่มีหลายคนที่ประสบความเร็จในการประกอบธุรกิจร้านอาหารจากการลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง แต่ใครจะทราบว่า เจ้าของธุรกิจเหล่านั้นกว่าที่พวกเขาจะมาอยู่ในจุดที่ประสบความสำเร็จใช้เวลานาน บางครั้งนับเป็นสิบปี คูลิเนอร์ ยินดีต้อนรับผู้ที่สนใจที่จะเดินในเส้นทางสายธุรกิจอาหารทุกคน เรามุ่งมั่นที่จะเป็นจุดเริ่มต้นเพื่อให้ก้าวแรกของทุกท่านเป็นก้าวที่มั่นคงและนำไปสู่ความสำเร็จ ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ที่หลงใหลในการประกอบอาหาร หรืออยากที่จะมีธุรกิจเป็นของตัวเอง เรามีหลักสูตรระดับสากล และคณะอาจารย์มากประสบการณ์พร้อมพาคุณไปสู่ทุกเป้าหมายของคุณอยู่ค่ะ” อาจารย์บิ๊บ ชัชชญา กล่าวปิดท้าย

วัตสัน ร่วมกับ ลิสเตอรีน จัดแคมเปญ “GIVE A SMILE” เพื่อระดมทุน และมอบรายได้ให้แก่มูลนิธิสร้างรอยยิ้ม ประเทศไทย

ช่วยเหลือเด็กที่มีภาวะปากแหว่งและเพดานโหว่

วัตสัน ผู้นำร้านเพื่อสุขภาพและความงามอันดับหนึ่งของประเทศไทย ตอกย้ำการดำเนินงานในด้านความรับผิดชอบต่อสังคม จัดกิจกรรมจำหน่ายสินค้าสุดพิเศษภายใต้แคมเปญ“GIVE  A SMILE” ร่วมกับ ผลิตภัณฑ์ลิสเตอรีน เพื่อระดมทุนและนำเงินรายได้จากการจำหน่ายสินค้า มอบให้แก่ มูลนิธิสร้างรอยยิ้ม ประเทศไทย (Operation Smile Thailand) ซึ่งเป็นองค์กรการกุศลทางการแพทย์ที่ไม่แสวงหาผลกำไร มีพันธกิจในการให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ที่มีภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ และความผิดปกติอื่น ๆ บนใบหน้า

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการนี้ได้ เมื่อซื้อผลิตภัณฑ์ลิสเตอร์ลีน (ทุกสูตร) ที่ร้านวัตสัน หรือผลิตภัณฑ์วัตสันลาย “Smile” 3 อย่าง คือ  Watsons Mini hankie, Watsons antibacterial  และ Watsons mini wet wipe สำหรับสมาชิกวัตสัน สามารถใช้คะแนน 100 คะแนน แทนเงินสด 10 บาท ในการบริจาค ณ แคชเชียร์ร้านวัตสันทุกสาขาทั่วประเทศไทย หรือ ผ่านทางเว็บไซต์ www.watsons.co.th ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการมอบรอยยิ้มที่สดใสให้กับเด็กๆได้ ตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน จนถึง วันที่ 20 พฤศจิกายน ศกนี้ 

“วิวโซนิค” เปิดตัว “ViewSonic® X10-4K” สุดยอดสมาร์ทโปรเจคเตอร์แห่งปีเครื่องเดียวจบ…ครบทุกความบันเทิง

นายเชาว์ ฟูฮอง ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท วิวโซนิค อินเตอร์เนชั่นแนล คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำด้านการให้บริการโซลูชั่นการแสดงภาพระดับโลกจากอเมริกา เปิดตัวโปรเจคเตอร์รุ่นใหม่ ตระกูล X Series “ViewSonic® X10-4K” สุดยอดสมาร์ทโปรเจคเตอร์แห่งปี เจาะไลฟ์สไตล์กลุ่มคนเมืองที่เน้นความหรูหราในพื้นที่จำกัด อัดแน่นด้วยสมาร์ทฟังก์ชั่นความบันเทิงที่ครบครัน ความละเอียดระดับ 4K ที่สามารถฉายได้กว้างถึง 120 นิ้วพร้อมลำโพงคู่จาก Harman/Kardon® ที่การันตีได้ถึงคุณภาพเสียงที่กระหึ่มเร้าใจ
ช่วงเสียงกว้างเหมาะสำหรับความบันเทิงทุกรูปแบบ มี Wifi 5Gn , Bluetooth 4.0, HDMI 2.0 และพอร์ต USB-C รองรับการเชื่อมต่อกับมือถือ สามารถทำ Screen Mirror จากมือถือเข้า X10-4K ได้อย่างง่ายดาย น้ำหนักเบา ติดตั้งง่าย เคลื่อนย้ายสะดวก การันตีด้วยรางวัลผู้ชนะใน iF design award 2019 เครื่องเดียวจบ ครบทุกความบันเทิงที่คุณต้องการ ณ บริษัท วิวโซนิค อินเตอร์เนชั่นแนล คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด เมื่อเร็วๆ นี้

“นกแอร์” ร่วมกับ “โรงพยาบาลบางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล” พร้อมด้วย “กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์” และ“มูลนิธิร่วมกตัญญู” ร่วมมือขนย้ายผู้ป่วยที่ประสบอุทกภัยในจังหวัดอุบลฯ ขึ้นเครื่องนกแอร์ เพื่อเข้ารับการรักษาอย่างทันท่วงที

นายวุฒิภูมิ จุฬางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NOK เปิดเผยว่า การเกิดเหตุอุทกภัยจากพายุโพดุล และพายุคาจิกิ ซึ่งทำให้เกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ในจังหวัดอุบลราชธานี และส่งผลกระทบให้เกิดความเสียหายอย่างมากในจังหวัดอุบลราชธานี ทั้งอาคาร บ้านเรือน พร้อมทั้งยังมีผู้ประสบภัยเป็นจำนวนมาก

                ดังนั้นนกแอร์จึงได้ร่วมมือกับโรงพยาบาลบางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งเป็นโรงพยาบาลในเครือบางปะกอก ร่วมกันขนย้ายผู้ป่วยขึ้นเครื่องบินของสายการบินนกแอร์ เพื่อมาทำการรักษาที่โรงพยาบาลบางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล  และต่อจากนี้ทางนกแอร์จะเดินหน้าเตรียมการจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือในพื้นที่ ช่วยเหลือผู้ป่วยและผู้บาดเจ็บจากเหตุอุทกภัย เพราะว่านกแอร์เป็นสายการบินของคนไทย และยึดมั่นในอุดมการณ์ที่จะเข้าช่วยเหลือคนไทยทุกเหตุการณ์ความเดือดร้อน เพราะว่า “ทุกสาธารณภัยที่คนไทยเดือดร้อน ไม่เคยไม่มีเรา” นายวุฒิภูมิ กล่าว

โดยการเกิดอุทกภัยในครั้งนี้ ทางนกแอร์จะขอเริ่มที่จังหวัดอุบลราชธานีเป็นจังหวัดแรก เนื่องจากเป็นจังหวัดที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดในขณะนี้ ส่วนจังหวัดอื่นๆจะมีการพิจารณาในอันดับถัดไป และทางนกแอร์ยังได้มอบตั๋วเครื่องบินจำนวน 60 เที่ยวบิน ให้กับคุณบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ และทีมงานมูลนิธิร่วมกตัญญู เพื่อเป็นการลดเวลา และความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง ทำให้สามารถลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยได้อย่างทันที

                ด้านนายแพทย์พณะ จันทรกมล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารโรงพยาบาลในเครือบางปะกอก กล่าวอีกว่า โรงพยาบาลบางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล ยินดีเป็นอย่างยิ่งในการให้ความร่วมมือครั้งนี้ ทางโรงพยาบาลไม่ว่าจะเป็นทีมผู้บริหาร ทีมแพทย์เฉพาะทาง และพยาบาล ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการบรรเทาปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นกับประชาชนชาวไทยด้วยกัน ทางเราจะมีการเตรียมความพร้อมด้านการแพทย์ในการช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็น โรคฉุกเฉิน อุบัติภัยหมู่ และอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจากน้ำท่วมและหลังน้ำลด ดูแลโดยแพทย์เฉพาะทาง รวมถึงทีมแพทย์ และพยาบาลสหสาขาวิชา พร้อมด้วยอุปกรณ์ทางการแพทย์ จะทำการช่วยเหลือทันทีเมื่อผู้ป่วยหรือผู้บาดเจ็บถูกขนย้ายมายังโรงพยาบาล โดยเครื่องบินของสายการบินนกแอร์ และนอกจากนี้ เรายังเห็นถึงความสำคัญของภาวะโรคภัยที่ยังเกิดขึ้นได้แม้ในช่วงที่น้ำเริ่มลดแล้ว โดยจะมีการเตรียมจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือในพื้นที่ร่วมกับนกแอร์ จะนำทีมแพทย์ พยาบาลและยาของโรงพยาบาลจะลงพื้นที่ไปช่วยดูแลตรวจรักษาผู้ประสบภัย และขอร่วมเป็นกำลังใจให้พี่น้องประชาชนผู้ประสบภัยให้ก้าวผ่านช่วงเวลานี้ไปได้อย่างปลอดภัย     

พร้อมกันนี้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวเสริมว่า การร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้นทั้งจากภาครัฐ และเอกชน เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประสบภัยอุทกภัย โดยทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จะให้ความร่วมมือในทำหน้าที่คัดแยกผู้ป่วยที่เข้าข่ายการรักษาอย่างเร่งด่วน

สำหรับขั้นตอนต่อไปทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จะต้องประสานกับทางสายการบินนกแอร์ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ป่วยสามารถทำการเดินทางโดยอากาศยานได้ตามมาตรฐานการบิน เพื่อความปลอดภัยตัวผู้ป่วย และผู้โดยสารท่านอื่นที่ร่วมบินในเที่ยวนั้นโดยจะเห็นได้ว่าการขนย้ายผู้ป่วยในครั้งนี้มีมาตรฐานความปลอดภัยอยู่ในระดับที่สูงมาก เพื่อเป็นการคลายความกังวลของผู้โดยสารที่ร่วมบินในเที่ยวบินนั้น และยังทำให้เกิดการรักษาผู้ป่วยอย่างเร่งด่วน และลดจำนวนผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์อุทกภัยในครั้งนี้

ขณะเดียวกันนายอธิวัฒน์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ตัวแทนมูลนิธิร่วมกตัญญู กล่าวเสริมอีกว่า ทางมูลนิธิร่วมกตัญญูจะขอเข้าช่วยเหลือ และร่วมด้วยในการขนย้ายผู้ป่วยในครั้งนี้อีกแรง ซึ่งหากทางมูลนิธิร่วมกตัญญูพบเห็นผู้ป่วยที่เข้าข่ายการรักษาอย่างเร่งด่วน จะรีบประสานงานกับเจ้าหน้าที่กระทรวงการพัฒนาความมั่นคงของมนุษย์ที่อยู่ในจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อขนย้ายผู้ป่วยขึ้นมารักษาอย่างทันที

โดยนางสาวอัญรินทร์ ธีราธนันพัฒน์ อีกหนึ่งตัวแทนเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู ได้กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า มูลนิธิร่วมกตัญญูได้ลงพื้นที่ไปช่วยเหลือผู้ประสบเหตุการณ์อุทกภัยในครั้งนี้อย่างต่อเนื่อง และพบว่ามีผู้ป่วยเป็นจำนวนมาก ซึ่งจากการร่วมมือเพื่อนำผู้ป่วยขึ้นมารักษาในครั้งนี้ ถือเป็นเรื่องที่ดีที่ทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมมือกันช่วยพี่น้องชาวอุบลราชธานีที่ประสบอุทกภัย  

GRAND OPENING บาโนบากิ จัดใหญ่จัดบึ้ม”BANOBAGI Push Your Skin Perfect” เผยสูตรลับฉบับคุณหมอ

ดึงดีเจพุฒแชร์ประสบการณ์…กระหึ่ม!! เซ็นทรัลเวิร์ด

จัดใหญ่จัดบึ้มอลังการสมการรอคอยไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วแบบ Grand Opening กับงาน “BANOBAGI Push Your Skin Perfect” เผยสูตรลับฉบับคุณหมอ ที่คุณยศพร สุวรรณวิเชียร ซีอีโอ บริษัท บียอนด์ บิวตี้ เทรด จำกัด ร่วมกับ คุณหมอบันแจยง (Dr.Ban Jae Yong) ซีอีโอ บาโนบากิ คอสเมติก (เกาหลี) และคุณหมอโอชังฮยอน (Dr.Oh Chang Hyun) ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากโรงพยาบาลบาโนบากิ (รพ.ศัลยกรรมและความงามอันดับ 1 ของเกาหลี) และรายการ Let Me In เกาหลี ร่วมกันจัดงาน GRAND OPENING อย่างยิ่งใหญ่อลังการ ดึง “ดีเจพุฒ” ร่วมแชร์ประสบการณ์ พร้อมทั้งเปิดตัวมาส์ก 3 สูตรใหม่ที่คิดค้นมาเพื่อตอบโจทย์ผิวคนไทยโดยเฉพาะ โดยมีสาวๆ และผู้รักในการถนอมผิวหน้าผิวพรรณให้ความสนใจเข้าร่วมชมงานอย่างคับคั่ง พร้อมกับมินิคอนเสิร์ตจากดีเจพุฒ และการร่วมสนุกเล่นเกมแจกรางวัลใหญ่ไปทำหน้าสวยที่เกาหลี และของรางวัลพิเศษอีกมากมาย ณ ลานเอเทรียม 3 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

นอกจากนี้ภายในงานยังมี 3 สาวบล็อกเกอร์ผู้นำด้านความงามอย่าง สายป่าน Sp Saypan สาวแซ่บ      ตัวแม่ ยืนหนึ่งในวงการบิวตี้บล็อคเกอร์มานาน, ของขวัน Khwankhong สาวหมวยผิวดีผู้รอบรู้เรื่องสกินแคร์ เจ้าของแฮชแท็ก “ของขวันป้ายยา” และ กิ๊บ Gibby_p พิมพ์ชนก จิตชู แอร์โฮสเตสสาว ผิวดี ดีกรีรองอันดับ 1 นางสาวไทย 2557 พร้อมเหล่าบล็อกเกอร์ความงามกว่าครึ่งร้อย ที่มาร่วมแสดงความยินดี และแชร์ประสบการณ์การใช้จริง คุ้มราคาสมกับเป็นมาส์กขายดีของวัตสัน และ Best Mask 2019 จากนิตยสารคลีโอ พร้อมกิจกรรม      และเกมสุดพิเศษมาให้ได้ร่วมสนุกลุ้นรับของรางวัลอีกมากมายไปกับหนุ่มหล่อดีเจพุฒอย่างใกล้ชิดระดับถึงเนื้อ      ถึงตัว ทำเอาสาวๆ และแฟนคลับกรี๊ดกันลั่นห้าง เรียกได้ว่างานนี้เป็นการเปิดตัวมาส์ก 3 สูตรใหม่ ของบาโนบากิ       ได้อย่างอลังการและสวยงามไม่น้อยเลยทีเดียว

            พบกับ BANOBAGI JELLY MASK  3 สูตรเด็ด “Sleepless” บำรุงและฟื้นฟูผิวหน้าสำหรับคนนอนน้อย, “Acne” จัดการสิว ลดการอุดตัน และ “Brightening” ปรับผิวกระจ่างใส มีออร่า ได้แล้วที่วัตสัน             ทั่วประเทศ ติดตามความเคลื่อนไหว และโปรโมชั่นดีๆ ที่ Facebook : Banobagi Thailand Cosmetic, Instagram : Banobagithailand  สอบถามโทร 02-285-2975, 091-742-7890

วัตสัน ยืนหนึ่ง ตัวจริงเรื่องมาสก์ จัดงาน “Watsons Mask Festival” มหกรรมมาสก์นานาชาติ

จัดเต็มมาสก์กว่า 100 แบบ ให้สาวๆเลือกช้อปจุใจ ดูแลผิวหน้ากันได้ยาวๆตลอดทั้งปี

วัตสัน ผู้นำร้านเพื่อสุขภาพและความงามอันดับหนึ่งของประเทศไทย และในฐานะ Mask Destination” ตัวจริงเรื่องมาสก์ จึงได้จัดงาน “Watsons Mask Festival” มหกรรมมาสก์นานาชาติ เพื่อคนรักมาส์กโดยเฉพาะ โดยเป็นกิจกรรมที่ทางวัตสันจัดขึ้นทุกปีอย่างต่อเนื่อง และในปีนี้ วัตสัน ได้จำลองบรรยากาศงานสไตล์ตลาดนัดเปิดท้ายแบบต่างประเทศ เพื่อให้สาวๆ ได้มาพบกับผลิตภัณฑ์ดูแลความสวยความงาม ไม่ว่าคุณจะอยากได้ Whitening Mask, Anti-Aging Mask, Moisture Mask  หรือ Acne Mask ก็สามารถสวยครบ จบทุกการดูแลและบำรุงผิวหน้าในที่เดียว ที่สำคัญมาสก์ที่นำมายังมาจากนานาประเทศ รวมไปถึงอินเตอร์แบรนด์ชั้นนำมากมายกว่า 100 แบบ ที่มาจัดโปรโมชั่นราคาปัง ๆ พร้อมกิจกรรม และของสัมมนาคุณมากมาย เรียกได้ว่าเอาใจคนที่รักการดูแลผิว ให้มาช็อปกันแบบจุใจเต็ม 2 วันกันไปเลย แถมยังมี นักแสดงสาวแพท นปภา และดีเจนุ้ย ผลัดกันมาสร้างสีสันและมอบความสนุก ณ ลานชั้น 1 สีลมคอมเพล็กซ์ ที่ผ่านมา

วัตสัน จัดเต็มความสนุกกับกิจกรรมเพื่อคนรักมาสก์มากมาย ไม่ว่าจะเป็น บูธถ่ายภาพน่ารัก ๆ และมุมมาสก์ที่จัดตามความต้องการของผิว และที่น่าจะถูกใจสาว ๆ นักช้อปมากที่สุด ก็คงจะหนีไม่พ้นโปรโมชั่นซื้อชิ้นที่สองในราคา 1 บาท สุดฮอต ที่ทำให้สาว ๆ มาสก์เลิฟเวอร์ ถึงกับตาลุกวาว รีบพุ่งตัวเข้าไปช้อปกันไม่หยุดมือเลยทีเดียว ยังไม่หมดแค่นั้น สาวคนไหนที่เปย์หนักเปย์จริง ยังได้รับ Gift set และ Lucky Bag ที่มีสินค้าสุดฮอตอื่น ๆ ของวัตสัน กลับบ้านไปด้วยอีก งานนี้ สายมาสก์เลิฟเวอร์พูดเป็นเสียงเดียวกันเลยว่า “คุ้มจนไม่รู้จะคุ้มอย่างไงแล้วจ้า”

โดยในวันแรกเป็นการเปิดตัวงาน “Watsons Mask Festival”  และได้สาวแซ่บและฮาตัวแม่ อย่าง สาวแพท นปภา มาร่วมแนะนำทริค Beauty Shopping with guru การดูแลผิวหน้าตัวเองในเวลาอันน้อยนิดเฉพาะตัว พร้อมพาทัวร์โซนมาสก์ต่าง ๆ ให้กับผู้ที่มาร่วมงานอย่างสนุกสนาน และยังได้มาสก์ดูแลความสวยความงาม คืนความชุ่มชื่นให้ผิวหน้า ติดไม้ติดมือกันไปด้วย

ในส่วนของวันที่สอง ก็ไม่แพ้กัน เพราะนำทีมโดยดีเจนุ้ย ที่มาคอยอัปเดตเทรนด์และผลิตภัณฑ์ ที่จะช่วยให้สาวๆ ได้มีผิวหน้าสวย แลดูสุขภาพดี พร้อมแจกความสนุกกับผู้ที่มาร่วมงาน บอกเลยว่า มาสก์เลิฟเวอร์ที่มาร่วมงานนี้มีแต่ได้กับได้ ช้อปสนุกกันจนฟินตัวแตกไปเลย

สามารถติดตามข่าวกิจกรรมสุดพิเศษของ วัตสัน ได้ที่ สื่อ ณ จุดขาย Official Line WatsonsTH เว็บไซต์ www.watsons.co.th และแอปพลิเคชัน WatsonsTH ทั้ง PlayStore และ AppStore

“ดื้อโบ” เกิดขึ้นแล้วในเมืองไทย ทำยังไงถึงจะไม่ดื้อโบ

4 วิธีสังเกตุพฤติกรรมที่บ่งบอกว่าเรากำลัง “ดื้อโบ” และวิธีป้องกัน

ปัจจุบันการเดินเข้าคลินิกเสริมความงาม กลายเป็นเรื่องปกติของคนทั่วไป เพราะใบหน้าและผิวพรรณที่แลดูสุขภาพดี จะช่วยเสริมบุคลิกภาพที่ดีและความมั่นใจต่อตัวบุคคลด้วย โดยหนึ่งในวิธีเสริมความงามที่เป็นที่นิยมของสาว ๆ และหนุ่ม ๆ ไทยก็คือ การใช้ โบทูไลนุ่ม ท็อกซิน หรือที่เรียกกันสั้น ๆ “โบ” ที่ช่วยในเรื่องของการลดริ้วรอย ปรับใบหน้า ให้กระชับเข้ารูป เสริมความมั่นใจให้กับสาวๆ และด้วยความนิยมที่พุ่งสูงขึ้นจึงทำให้สารโบทูไลนุ่ม ท็อกซิน มีตัวเลือกที่หลากหลาย และด้วยราคาที่แตกต่างกัน ทำให้ผู้บริโภคหลายคนตัดสินใจเลือกเข้ารับบริการโดยที่ยังไม่ทันได้ศึกษาให้ดี สุดท้ายจึงนำไปสู่ความเสี่ยงที่ทำให้เกิดการ “ดื้อโบ”

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ในฐานะผู้นำนวัตกรรมความงามจากเยอรมัน จึงได้เรียนเชิญผู้เชี่ยวชาญ ทั้ง 3 ท่าน ได้แก่ รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิง รังสิมา วณิชภักดีเดชา ภาควิชาตจวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ศาตราจารย์ ดอกเตอร์ ไมเคิล มาร์ติน นักภูมิคุ้มกันวิทยา จากมหาวิทยาลัย Giessen ประเทศเยอรมนี และ ดอกเตอร์ เจอร์เกน เฟรเวิร์ต นักวิทยาศาสตร์ด้านชีวเคมีจากบริษัท Merz Healthcare ประเทศเยอรมนี หัวหน้าทีม ผู้คิดค้นวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์โบเยอรมัน มาร่วมแชร์ 4 วิธีสังเกตุพฤติกรรมที่บ่งบอกว่าเรากำลัง “ดื้อโบ” และวิธีป้องกัน

จากผลการสำรวจ ‘พฤติกรรมการรับบริการฉีดโบทูไลนุม ท็อกซิน ในกลุ่มตัวอย่างชายและหญิงไทย’ โดย NUMBERS 10 RESEARCH พบว่า ใน 1 ปี มีผู้รับบริการโบทูไลนุม ท็อกซิน ประมาณ 3,500,000 คน ต่อปี และมีอัตราส่วนของคนในกลุ่มอายุ 25 – 29 มากที่สุด คือ 36%[1] ขณะที่ เมิร์ซ เอสเธติกส์ ทำการสำรวจโดยวิธีการออนไลน์ ในแพทย์จากคลินิกความงาม จำนวน 107 คน เมื่อเดือนเมษายน ปีที่ผ่านมา พบว่าแพทย์ 8 ใน 10 คน เคยพบคนไข้ที่มีอาการดื้อโบมาแล้ว โดยอาการ คือ เกือบ 90% ผลการรักษาไม่เหมือนเดิม และ มากกว่า 60% แพทย์ใช้วิธีการเปลี่ยนแบรนด์[2] จากสถิติข้างต้นจะเห็นได้ว่า คนไทยเริ่มเข้าสู่การใช้โบทูไลนุม ท็อกซิน เร็วขึ้น และแพทย์ยังพบคนไข้ที่มีอาการดื้อโบมากขึ้นด้วย เพื่อเป็นการแก้ไขแต่เนิ่นๆ เราจะมาดู 4 วิธีสังเกตพฤติกรรมร่างกาย อาการแบบไหนที่เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าเรากำลัง “ดื้อโบ” เพื่อหาทางแก้ไขอย่างเร่งด่วนกัน

  1. ใช้ปริมาณยาเท่าเดิม แต่เห็นผลไม่เท่าเดิม หรือเห็นผลน้อยกว่าที่ผ่านมา พฤติกรรมนี้เป็นสัญญาณบอกเหตุอาการเริ่มต้นของการ “ดื้อโบ” ที่แสดงให้เห็นว่า ร่างกายของเราได้มีการผลิตสารขึ้นมาเพื่อต่อต้าน โบทูไลนุ่ม ท็อกซิน จึงทำให้เห็นผลลัพธ์ที่น้อยลง ไม่เหมือนครั้งแรกที่ทำ
  2. ต้องเพิ่มปริมาณยา ถึงจะเห็นผลเท่าเดิม หลายครั้งที่หลังจากใช้ปริมาณยาเท่าเดิม แต่ผลลัพธ์กลับน้อยกว่า แพทย์จึงได้แนะนำให้เพิ่มปริมาณยาเพื่อคงผลลัพธ์ให้เท่าเดิมเหมือนที่ผ่านมา ซึ่งวิธีนี้ ไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง เนื่องจากหากเรายิ่งเพิ่มปริมาณยา อาจจะยิ่งทำให้ร่างกายผลิตสารออกมาเพื่อต่อต้านมากยิ่งขึ้น และอาการดื้อโบ ก็จะยิ่งมากขึ้นด้วย
  3. ต้องกลับมาเติมบ่อยขึ้น ถึงจะเห็นผลเท่าเดิม แน่นอนว่า การกลับมาเติมสารบ่อยครั้งอาจจะทำให้ทุกคนเสียเวลาและค่าใช้จ่ายมากยิ่งขึ้น แถมพฤติกรรมนี้ก็ไม่ต่างจากการเพิ่มปริมาณยา ที่จะยิ่งทำให้ร่างกายผลิตสารต่อต้านมากยิ่งขึ้น จนสุดท้ายแล้ว อาจส่งผลให้ร่างกายไม่ตอบสนองต่อตัวยาและไม่แสดงผลลัพธ์ตามที่คาดหวัง
  4. เติมแล้วไม่เห็นผลการเปลี่ยนแปลงใด ๆ บอกเลยว่า หากใครที่ได้ลองมาเติมอีกครั้งแล้วไม่เห็นผล หรือต่อให้เปลี่ยนตัวยาก็แล้ว เพิ่มปริมาณก็แล้ว ทำยังไงผิวหน้าของเราก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลง อาการลักษณะนี้เป็นสัญญาณบ่งบอกว่า “คุณได้เกิดการดื้อโบแบบสมบูรณ์” ซึ่งจะต้องใช้ระยะเวลารักษาค่อนข้างนานกว่าจะสามารถกลับมาเป็นปกติได้ สาว ๆ และหนุ่ม ๆ จึงควรป้องกันไม่ให้เกิดอาการดื้อโบตั้งแต่ต้นจะดีที่สุด  
คำอธิบาย: Merz_Xeomin_0092

รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิง รังสิมา วณิชภักดีเดชา ภาควิชาตจวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีป้องกันการเกิดอาการดื้อโบ ไว้ว่า “การดื้อโบ โดยทั่วไปไม่ได้อันตรายถึงชีวิต เพียงแต่จะทำให้เวลาที่เราให้สารโบทูไลนุ่ม ท็อกซิน นั้น ร่างกายจะไม่แสดงผลลัพธ์ออกมาเท่าที่ควรหรืออาจจะไม่แสดงผลเลย ซึ่งมีผลต่อการรักษาโรคต่างๆ เมื่อเราอายุมากขึ้น อาทิ ภาวะความผิดปกติที่เกิดจากการทำงานมากเกินของกล้ามเนื้อ อาการปวดศีรษะแบบไมเกรน โรคคอบิด หรืออาการหน้ากระตุก เป็นต้น แถมในด้านความสวยความงามอาจจะทำให้หลายท่านต้องเสียเงินและเวลาฟรี แต่ก็ยังมีวิธีแก้ไข นั่นคือการหยุดใช้สารโบทูไลนุ่ม ท็อกซิน เป็นเวลานาน จนกว่าร่างกายจะหยุดหรือลดการผลิตสารต่อต้านลง หรือสำหรับใครที่เพิ่งจะมีอาการดื้อโบในระยะเริ่มแรก ก็สามารถเปลี่ยนไปใช้สารโบทูไลนุ่ม ท็อกซิน ที่มีความบริสุทธ์สูง โดยสามารถสอบถามแพทย์ที่เราเข้ารับการบริการได้ วิธีนี้จะทำให้ไม่เกิดการกระตุ้นสารที่ร่างกายผลิตออกมาเพื่อต่อต้าน และเมื่อเวลาผ่านไปสารที่ต่อต้านในร่างกายก็จะลดการผลิตลงด้วย ทั้งนี้ หมออยากแนะนำให้ทุกคนกันไว้มากกว่าหาวิธีแก้ไข โดยต้องรับบริการกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น รับบริการแต่พอดี ไม่ควรเกินปีละ 3 – 4  ครั้ง ใช้ปริมาณยาที่พอประมาณ ไม่ควรเกินครั้งละ 100 ยูนิต แนะนำให้เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและปลอดภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ควรเลือกโบทูไลนุ่ม ท็อกซินที่มีขนาดโมเลกุลเล็กและบริสุทธิ์ มีความปลอดภัยสูง เพื่อลดโอกาสของการผลิตสารต่อต้าน และเห็นผลลัพธ์ได้ดีที่สุด”

อย่าง “โบเยอรมัน By Merz Aesthetics” นวัตกรรมคุณภาพระดับพรีเมี่ยมจากเยอรมัน ผลิตในประเทศเยอรมนี ได้รับการรับรองประสิทธิภาพและความปลอดภัย โดยการขึ้นทะเบียนในสหรัฐอเมริกาและมากกว่า 20 ประเทศทั่วโลก รวมถึงสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแห่งประเทศไทย ผ่านการคิดค้นวิจัยและพัฒนาให้ได้มาซึ่งเอกลักษณ์เฉพาะ คือมีโมเลกุลขนาดเล็กและบริสุทธิ์ ปราศจากคอมเพล็กซิ่งโปรตีนที่อาจตกค้างสะสมในร่างกาย จึงออกฤทธิ์อย่างเฉพาะเจาะจง มอบความสวยได้รวดเร็วและยังรู้สึกเป็นธรรมชาติ แสดงอารมณ์ได้อย่างเต็มที่ และจากงานวิจัยยังพบว่าการใช้โบเยอรมันต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลานานนั้น มีโอกาสก่อให้เกิดการดื้อโบ ต่ำ เนื่องจากเป็นสูตรที่ปราศจากคอมเพล็กซิ่งโปรตีน จึงมั่นใจได้ว่าจะได้รับความงามแบบเป็นธรรมชาติ และไม่ต้องกังวลเรื่องอาการดื้อ หรือไม่เห็นผลหลังการใช้ ช่วยลดโอกาสการดื้อโบในอนาคตได้

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและค้นหาคลินิกให้บริการได้ที่ www.merzclubthailand.com หรือ ติดตามข่าวสารที่  Facebook: MerzAestheticsThailand

“คูลิเนอร์” จัดเสวนา Culineur Talk ครั้งที่ 1 พบกับ 3 กูรูวงการอาหาร ในวันที่ 29 กันยานี้

โรงเรียนศิลปะการอาหารและผู้ประกอบการคูลิเนอร์ ขอเรียนเชิญทุกท่านที่สนใจ เข้าร่วมงาน Open House และเสวนา Culineur Talk ครั้งที่ 1 ในหัวข้อThe Right Start: How to make it big in the F&B business เตรียมความพร้อมเพื่อความสำเร็จสู่การเป็น “เชฟมืออาชีพ” และ “ผู้ประกอบการร้านอาหาร” กับ 3 ผู้เชี่ยวชาญ ในแวดวงธุรกิจอาหาร ปลดล็อกความสำเร็จ กับ 3 หัวข้อสำคัญ: รสชาติ กลยุทธ์ กระแสนิยม

ในวันอาทิตย์ที่ 29 กันยายน 2562 เวลา 13.00 – 16.00 น. โดยไม่มีค่าใช้จ่ายตลอดงาน

เพราะที่คูลิเนอร์เชื่อว่า เริ่มต้นดี มีชัยไปกว่าครึ่ง ภายในงานผู้เข้าร่วมงานจะได้เยี่ยมชมโรงเรียนด้านศิลปะการอาหารมาตรฐานระดับสากล และร่วมฟังเสวนา Culineur Talk ครั้งที่ 1 จาก 3 ผู้เชี่ยวชาญในแวดวงธุรกิจอาหาร ที่จะมาแบ่งปันประสบการณ์ต่างๆ ที่ไม่เพียงจะทำให้เส้นทางสู่ความเป็นมืออาชีพและธุรกิจร้านอาหารอยู่รอด แต่ยังรุ่งอีกด้วย กับการ
ติดอาวุธให้อาหารจานเด่น ให้มีดีกว่าแค่รสชาติ โดยอาจารย์บิ๊บ ชัชชญา รักตะกนิษฐผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาด้านศิลปะอาหาร ฟังเคล็ดลับความสำเร็จและกลยุทธ์ทางธุรกิจจาก คุณต่อ เพนกวิน เจ้าของธุรกิจอาหารที่สามารถฝ่าวิกฤตร้านอาหารยุคใหม่ จนสามารถกลับมายืนอย่างสวยงามด้วยรายได้มากกว่า 100 ล้านบาทต่อปี และเข้าใจกระแสนิยมและความต้องการของผู้บริโภคชาวมิลลิเนียล ผ่านมุมมองของ เพจถนัดชิม เพจรีวิวอาหารและคาเฟ่ชื่อดังที่ผู้ติดตามกว่า 4 แสนคน

สิทธิพิเศษภายในงาน สำหรับผู้ที่สมัครเรียนหลักสูตรต่างๆในวันงาน รับทุนการศึกษาหรือส่วนลดสูงสุดถึง 25% ทันที สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมงาน โดยกรอกแบบฟอร์มลงทะเบียนออนไลน์ที่ http://bit.ly/2jZ57Vc

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ 02-090-2808 หรือ www.culineur.net

มาสด้าคว้าแชมป์ 2 สนามรวด ไทยแลนด์ ซูเปอร์ ซีรี่ส์ 2019

บางแสน สตรีท เซอร์กิต จังหวัดชลบุรี – ประเทศไทย, 6 กันยายน 2562 – มาสด้า2 สกายแอคทีฟคลีนดีเซล อวดความเป็นสายพันธุ์ตัวจริงด้วยความแรงและสมรรถนะอันยอดเยี่ยม ผนวกกับฝีมือ 2 นักแข่งระดับเทพอย่าง “มานะ พรศิริเชิด” หมายเลข 43 รุ่น 5 ประตู และหนุ่มน้อย “จารุตม์ จรวิเศษ” หมายเลข 55 รุ่น 4 ประตู นำทีม Mazda Innovation Motorsport คว้าแชมป์เรซที่ 3 ในการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ “Thailand Super Series 2019” ประเภทรุ่น Thailand Super Compact นับเป็นการครองแชมป์ประเภททีม 2 สนามติด พร้อมลุยต่ออีก 2 สนามสุดท้าย เป้าหมายตำแหน่งแชมป์ฤดูกาล 2019 ไม่ไกลเกินเอื้อม 

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารฝ่ายการตลาดและรัฐกิจสัมพันธ์ มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย กล่าวว่า แม้ว่าการแข่งขันในปีนี้จะมีการปรับเปลี่ยน กฎ กติกา และรูปแบบการแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นการลงแทร็คร่วมกับประเภทรุ่น Thailand Super Production การทำความเร็วยากขึ้นด้วยจำนวนรถที่เพิ่มขึ้น การแข่งขันในรูปแบบเอ็นดูรานซ์ ที่ต้องการทั้งสมรรถนะและความอึดของทั้งรถและนักแข่ง จากผลการแข่งขัน 2 สนาม ที่ผ่านมา สร้างความมั่นใจในขีดความสามารถของรถมาสด้า2 ได้เป็นอย่างดี ว่าจะสามารถนำทีมก้าวไปสู่การเป็นแชมป์ได้อย่างเต็มภาคภูมิ

การแข่งขันในสนามนี้เริ่มต้นในเรซที่ 3 มานะออกสตาร์ทอันดับ 6 ส่วนจารุตม์ ออกสตาร์ทในอันดับที่ 9 พร้อมกับสายฝนที่เริ่มโปรยปรายกลายเป็นอุปสรรคในการแข่งขัน ด้วยประสบการณ์ของนักแข่งและทีมงานตัดสินใจไม่เปลี่ยนเป็นยาง Wet Slick เพื่อไม่ให้ต้องเสียเวลา และเสียโอกาสในการทำความเร็ว ซึ่งแน่นอนว่า 2 นักแข่ง ต้องงัดทั้งฝีมือและประสบการณ์ทั้งหมดในการควบคุมรถบนถนนเปียก เสี่ยงต่อเสียการทรงตัวเป็นอย่างมาก แต่ทั้งคู่กลับทำผลงานได้ดีเยี่ยม มานะสามารถคว้าแชมป์ได้สำเร็จ ส่วนจารุตม์ เข้าเส้ยชัยอันดับ 5

ส่วนเรซที่ 4 ยังต้องลุ้นตัวโก่งไม่แพ้กัน ด้วยเป้าหมายสูงสุดคือตำแหน่งแชมป์ในสนามนี้ แม้มานะต้องบวกเวลาเพิ่มถึง 27 วินาที ด้วยการเข้าพิทตามกฎการแข่งขัน ทำให้หล่นมาอยู่ในอันดับ 8 แต่ยังสามารถไต่อันดับจนจบการแข่งการขันในอันดับ 5 ส่วนจารุตม์ แม้จะไม่ได้ออกสตาร์ทในอันดับหัวแถว แต่สามารถทำความเร็วเร่งแซงนักแข่งรุ่นพี่จนขึ้นไปยืนบนโพเดี้ยมในอันดับ 4 แต่เนื่องจากมีการปรับเปลี่ยนผลการแข่งขัน ส่งผลให้เจ้าจารุตม์ขยับตำแหน่งขึ้นมาเป็นอันดับ 3 และคว้าแชมป์ประเภททีมต่อเนื่องเป็นสนามที่ 2 ได้สำเร็จ 

โปรดติดตามความเคลื่อนไหวและกิจกรรมของมาสด้าผ่านทางทางโซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ www.mazda.co.th และ MazdaThailandOfficial: Facebook/YouTube/Instagram/LINE

“xCash” ผนึก “เพลย์บอย” เปิดมิติใหม่พลิกโฉมการจับจ่ายยุคสังคมไร้เงินสด มอบสิทธิพิเศษ

รับแต้มเงินคืนจากทุกการใช้จ่าย กินดื่ม ช้อป อย่างจุใจ กว่า 30 สาขาทั่วประเทศ

แอปพลิเคชัน “เอ็กซ์แคช” (xCash) ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ผู้บริโภค “ชีวิตสมาร์ท ฉลาดใช้…โหลด xCash” ภายใต้ บริษัท ดิจิต้าไลฟ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (DLC) เดินหน้าจับมือพันธมิตรทางธุรกิจ ล่าสุด ผนึกกำลังกับแบรนด์ “เพลย์บอย” ทั้งแฟชั่น และคาเฟ่ เพื่อเพิ่มอีกหนึ่งทางเลือก ด้วยสิทธิประโยชน์ทวีคูณให้กับลูกค้า มอบสิทธิพิเศษทั้งส่วนลดและรับแต้มเงินคืนจากทุกการใช้จ่าย ไม่ว่าจะกิน ดื่ม ช้อปฯ พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิต ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ตอบโจทย์การใช้จ่ายยุคสังคมไร้เงินสด เฉพาะลูกค้า xCash รับแต้มเงินคืนเพิ่มอีก 5% ที่เพลย์บอยช็อปกว่า 30 สาขาทั่วประเทศ และรับแต้มเงินคืน 7% ที่เพลย์บอยคาเฟ่ ทั้ง 4 สาขา ตั้งแต่กันยายน 2562 เป็นต้นไป  และเปิดตัวด้วยโปรโมชั่นสุดว้าว ภายในเดือนกันยายนนี้ ช้อปฯ ชิ้นที่ 2 ที่เพลย์บอยช็อป รับส่วนลดถึง 49% อีกด้วย

นายนนทิ ศัพทเสวี ผู้อำนวยการอาวุโส บริษัท ดิจิต้าไลฟ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (DLC) เปิดเผยว่า ตั้งแต่เปิดตัวแอปพลิเคชัน “เอ็กซ์แคช” (xCash) มาตั้งแต่เดือนเมษายน 2562 จนถึงขณะนี้ ได้มีการตอบรับดีมากจากคู่ค้าหลากหลายธุรกิจ เพื่อมอบความสุขผ่านสิทธิพิเศษมากมาย สำหรับคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบการช้อปปิ้ง กินดื่ม ท่องเที่ยว ผ่านการเปลี่ยนคะแนนสะสมต่างๆ มาใช้แลกแทนเงินสด

หรือการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต บัตรเดบิต พร้อมเพย์ แล้วรับแต้มเงิน xCash คืนกลับไป ซึ่งตอบสนองความต้องการของคนรุ่นใหม่ในยุคนี้ได้เป็นอย่างดีตามสโลแกน “ชีวิตสมาร์ท ฉลาดใช้…โหลด xCash”

“ล่าสุด เอ็กซ์แคช (xCash) ได้จับมือกับแบรนด์ เพลย์บอย (PLAYBOY) ที่ตอบสนองผู้บริโภคทั้งกลุ่มแฟชั่น และเพลย์บอยคาเฟ่ เพื่อเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้กับลูกค้า โดยผู้ใช้บริการจะได้รับส่วนลดเป็นแต้มเงินคืนสะสมจากการชำระค่าสินค้า เหตุผลที่เราจับมือแบรนด์เพลย์บอยเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ เพราะเป็นแบรนด์ที่มีกลุ่มเป้าหมายเดียวกับ xCash คือ กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีกำลังซื้อ และมีพฤติกรรมการใช้เทคโนโลยีเพื่อให้ชีวิตสะดวกง่ายขึ้น ขณะเดียวกันยังเป็นแบรนด์ที่มีสาขาจำนวนมาก ช่วยให้ลูกค้าสามารถเลือกใช้จ่ายได้ง่าย และเพลย์บอยมองว่า xCash เป็นเทคโนโลยีที่มีคุณภาพและความปลอดภัยสูง ที่จะสามารถช่วยหนุนธุรกิจให้เติบโตได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังคาดว่าจะช่วยเพิ่มยอดขาย และเสริมภาพลักษณ์แบรนด์ได้เป็นอย่างดี สำหรับแผนงานต่อจากนี้ไป เราจะยังคงเดินหน้าเจรจากับพันธมิตรทางธุรกิจ ย่านสุขุมวิท ตั้งแต่ชิดลมไปจนถึงบางนาโดยเน้นกลุ่มที่เป็นช้อปปิ้ง, กิน, เที่ยว, ร้านอาหาร, โรงแรม และเอสเอ็มอี”

นายนนทิ กล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมา ‘เอ็กซ์แคช’ จับมือเป็นพันธมิตรทางธุรกิจแล้วกว่า 500 แบรนด์  ถือว่าเกินกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้อย่างมาก และที่สำคัญมีลูกค้าให้การตอบรับอย่างดียิ่ง ณ วันนี้ เรามียอดการดาวน์โหลดสูงถึง 1 แสนดาวน์โหลดแล้ว และมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะพุ่งไปถึง 7 แสนดาวน์โหลดในเร็วๆ นี้ และมีร้านค้าพันธมิตรเข้าร่วมมากถึง 2,000 แบรนด์ภายในสิ้นปีนี้  นอกจากนี้เรายังพบว่าปัจจุบันลูกค้า 1 คน มียอดโอนคะแนนสะสมมาที่แอป xCash เฉลี่ยคนละ 1.4 หมื่นแต้ม มียอดการใช้จ่ายต่อคน 1,000– 10,000 บาทขึ้นไป

ด้าน นายภูมิวรรธน์  หวังวรวงศ์ ประธานบริหาร บริษัท ล้ำยุค (มิลเลนเนียม 2002) จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯ คือผู้จัดจำหน่ายสินค้าแบรนด์เพลย์บอย ซึ่งดำเนินธุรกิจมาแล้ว 16 ปี มีกว่า 100 สาขาทั่วประเทศ ที่ผ่านมาธุรกิจในกลุ่มแฟชั่นมีการขยายตัวดีโดยมีปัจจัยหลักมาจากการวางกลยุทธ์ทางการตลาดที่แม่นยำ ทั้งยังจับมือกับพันธมิตรทางธุรกิจรายใหญ่ที่มีศักยภาพสูง และมีฐานลูกค้าจำนวนมาก จึงทำให้เราประสบความสำเร็จเติบโตมาอย่างมั่นคง เช่น กลุ่มธนาคาร โทรทัศน์ แม็กกาซีน
เอ็นเตอร์เทนเม้นต์ ภาพยนตร์ โรงแรม ร้านอาหาร เอสเอ็มอี โดยมุ่งเน้นเจาะไลฟ์สไตล์ของกลุ่มลูกค้า

“ที่ผ่านมาเราได้วางให้เพลย์บอย คือ ไลฟ์สไตล์บิซิเนสมีสินค้า และบริการที่หลากหลาย ทั้ง เสื้อผ้า แอกเซสซอรี่ อาหาร และอื่นๆ ที่เราจับมือกับ xCash เพราะมองว่าเป็นนวัตกรรมใหม่ เพื่อรองรับคนรุ่นใหม่ รับสังคมไร้เงินสดที่มาจับจ่ายผ่านแอปพลิเคชัน และจะได้รับสิทธิประโยชน์ในการสะสมแต้มเงิน หรือนำคะแนนสะสมจากบัตรเครดิตโอนมาเป็นแต้มเงินเพื่อใช้แลกซื้อสินค้า แถมยังมีส่วนลดอีกมากมาย ซึ่งลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของเรา คือ รุ่นตั้งแต่เจน X และคนรุ่นใหม่อย่างเจน Y และเจน Z”

“เอ็กซ์แคช เป็นพันธมิตรที่มีฐานลูกค้าเป็นกลุ่มเป้าหมายของเพลย์บอยเช่นกัน เราจึงเชื่อมั่นว่าจะส่งเสริมกันได้ดี โดยจะเริ่มแผนงานตั้งแต่เดือนกันยายนเป็นต้นไป ทั้งนี้ฐานลูกค้าเพลย์บอย ปัจจุบันมีประมาณ 1 แสนคน และคาดว่า หลังจากจับมือกับ “เอ็กซ์แคช” จะเป็นปัจจัยหนุนให้มีฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องถึง 1.5 แสนคน โดยลูกค้าส่วนใหญ่จะอยู่ระดับตลาดกลางถึงบน เกรด B+ ขึ้นไป และมีกำลังซื้อ” นายภูมิวรรธน์  กล่าว

ขณะที่ นางสาวพรภัทร หวังวรวงค์ กรรมการผู้จัดการ บ.ล้ำยุคฟู๊ด จำกัด กล่าวเสริมว่า “นอกจากสินค้าแฟชั่นแล้ว Playboy Café เป็นอีกหนึ่งธุรกิจของเพลย์บอยที่ให้บริการด้านอาหาร และเครื่องดื่มPlayboy Cafe’ ถือได้ว่าเป็นร้านอาหารในรูปแบบ Pastries Bar ภายใต้โลโก้ Playboy ที่แรกของโลก

“เบลล่า” ทึ่ง! ลองรถยนต์ไร้คนขับ สุดว้าวควบคุมจากกรุงเทพฯ สู่ หาดใหญ่ ผ่าน 5G ฝีมือ “เอไอเอส-ม.อ.”

ตื่นเต้นสุดๆ ไปเล้ยยย สำหรับ นางเอกสาวสุดฮอต เบลล่า-ราณี แคมเปน พรีเซนเตอร์เอไอเอส ที่ได้มีโอกาสไปไดรฟ์เทสต์ (Drive Test) รถยนต์ไร้คนขับ!! ที่สามารถบังคับรถทางไกล ขับข้ามภูมิภาคระหว่างกรุงเทพฯ และสงขลา ด้วยระยะทางกว่า 900 กิโลเมตร ผ่านระบบ 5G (1st 5G Remote Control Vehicle) เป็นครั้งแรกของประเทศไทย พัฒนาโดย เอไอเอส ร่วมกับ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) บอกเลยว่า สาวเบลล่า กรี๊ดเว่อร์เพราะว่า ได้ลองสั่งบังคับรถให้วิ่งไกลถึงหาดใหญ่ ผ่านการสั่งงานระยะไกลแบบเรียลไทม์และปลอดภัย บนเครือข่าย 5G โดยที่ไม่จำเป็นต้องนั่งขับอยู่ในตัวรถเลย งานนี้ เบลล่า ฟันธง!! รถไร้คนขับ 5G  วิ่งได้จริงจ้า

สิงห์ เอสเตท ประกาศเข้าร่วมเป็นสมาชิก Bio-Diversity Network Alliance (B-DNA)

ผนึกกำลังภาคีเครือข่ายงานด้านอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย

สิงห์ เอสเตท ประกาศเดินหน้าเข้าร่วมเป็นสมาชิก Bio-Diversity Network Alliance (B-DNA) ซึ่งเป็นเครือข่ายความร่วมมือที่ดำเนินงานเพื่อขยายบทบาทของภาคเอกชนในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในประเทศไทย ผ่านการรณรงค์ให้องค์กรเห็นความสำคัญกับความหลากหลายทางชีวภาพ และมีการดำเนินงานโดยคำนึงถึงสังคมและสิ่งแวดล้อม สอดคล้องไปกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ (SDGs)

นายนริศ เชยกลิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การเข้าร่วมเป็นสมาชิก B-DNA ในครั้งนี้ สอดคล้องกับปรัชญาในการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบของสิงห์ เอสเตท เพื่อมุ่งสู่การเป็น Global Holding Company โดยการสร้างความสมดุลในการอยู่ร่วมกันของสังคมและสิ่งแวดล้อม ส่งมอบคุณค่าและความต้องการให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม บนพื้นฐาน Good Corporate Citizenship อีกทั้งเราตระหนักเสมอว่า การดำเนินกิจกรรมด้านการอนุรักษ์นั้น เป็นสิ่งที่ทำให้สำเร็จได้ยากถ้าหากต่างคนต่างทำ ดังนั้น       เราจึงดำเนินโครงการต่างๆโดยอาศัยความช่วยเหลือและความร่วมมือจากหลากหลายภาคส่วนในสังคม ที่มาช่วยขับเคลื่อนและผลักดันให้โครงการต่างๆเกิดขึ้น อาทิ โครงการ “พีพี กำลังจะเปลี่ยนไป” ซึ่งเป็นโครงการที่บริษัทฯจัดตั้งขึ้นในปี 2559 ตามกรอบแนวคิด “พีพี โมเดล” ซึ่งเป็นแนวทางที่อยู่บนพื้นฐานของ IUCN โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อฟื้นฟูปะการังฟอกขาวที่เกาะยูงและบริเวณอ่าวมาหยา โดยได้รับความร่วมมืออย่างดีจากภาครัฐ นักวิชาการจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คณะประมงมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ            ภาคประชาสังคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง”

นายนริศ กล่าวเสริม เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้าร่วมกับ B-DNA ซึ่งเป็นอีกหนึ่งภาคีเครือข่ายที่มีความสำคัญและมีการดำเนินกิจกรรมด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างแข็งขัน และในอนาคต สิงห์ เอสเตท จะยังคงเดินหน้าจัดกิจกรรมที่เกี่ยวกับการอนุรักษ์อีกหลากหลายโครงการ เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับทั้งชุมชนและสิ่งแวดล้อม รวมถึงส่งมอบคุณค่า ควบคู่ไปกับสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนในทุกสถานที่ที่บริษัทฯ เข้าไปพัฒนาโครงการ ไม่ว่าจะเป็นโครงการในประเทศไทยและโครงการในต่างประเทศ เช่น ในปี 2562 ที่ สิงห์ เอสเตท กำลังจะเปิดศูนย์การเรียนรู้ทางทะเลถึง 2 แห่ง ได้แก่  “มัลดีฟส์ ดิสคัฟเวอรี่ เซ็นเตอร์” (Maldives Discovery Center)  และ “มารีน ดิสคัฟเวอรี่ เซ็นเตอร์” (Marine Discovery Centre) ที่โครงการคร้อสโรดส์ สาธารณรัฐมัลดีฟส์ เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้และรักษาความหลากหลายทางชีวภาพของท้องทะเล ผ่านการให้ความรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์และการฟื้นฟูปะการังแก่นักท่องเที่ยวและคนในท้องถิ่น”

ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา สิงห์ เอสเตท ได้ดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มมาโดยตลอด       ด้วยการสร้างสมดุลให้เกิดขึ้นระหว่างชุมชนและสิ่งแวดล้อม ผ่านภาคีเครือข่ายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นองค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม และในอนาคตบริษัทฯจะเดินหน้าต่อไปในการขยายเครือข่ายคณะทำงานให้เข้มแข็ง เพื่อผลักดันให้หลากหลายโครงการเกิดขึ้น ครอบคลุมทุกมิติที่เกี่ยวเนื่องกับสังคมและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม อันจะนำไปสู่การสร้างสรรค์เศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมที่ดีและยั่งยืนต่อไป

Bio-Diversity Network Alliance (B-DNA) ก่อตั้งขึ้นจากความร่วมมือระหว่างบริษัทโตโยต้าและองค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ (IUCN) มีวัตถุประสงค์เพื่อขยายบทบาทของภาคเอกชนในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม และอนุรักษ์ไว้ซึ่งความหลากหลายทางชีวภาพ โดยเริ่มดำเนินงานมาตั้งแต่ปี 2561 และมีบริษัท              เข้าร่วมเป็นสมาชิก ณ ตอนนี้ 9 บริษัท ซึ่งในปี 2562 เป็นครั้งแรกของสิงห์ เอสเตท ที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ      เครือข่ายนี้

ล่าสุดหลังจากได้เข้าร่วมเป็นสมาชิก B-DNA สิงห์ เอสเตท ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม Coastal Cleanup      ณ ศูนย์ศึกษาธรรมชาติ บางปู จังหวัดสมุทรปราการ โดยได้นำนิทรรศการ #SeaYouTomorrow ไปร่วมจัดแสดง       เพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับขยะทะเล รวมถึงส่งตัวแทนบริษัทฯ ร่วมกิจกรรมเก็บขยะในป่าชายเลน ซึ่งภายในงานมีเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครเข้าร่วมจากเครือข่ายและพันธมิตรกว่า 2,000 คน หลังจากเสร็จสิ้นกิจกรรมพบว่าสามารถเก็บขยะในป่าชายเลนได้มากว่า 2,700 กิโลกรัม

อิน-สาริน เผยเคล็ดลับหน้าใสให้แฟนคลับ ได้กรี๊ดในมหกรรม “Watsons Mask Festival”

พร้อมมาส์กคุณหมอชื่อดัง “บาโนบากิ” อิมพอร์ตจากเกาหลี

อิน-สาริน รณเกียรติ นักแสดงหนุ่มสุดฮ็อตจากซีรี่ย์ “ลูกผู้ชาย : ภูผา” หรือ พ่อเพิ่ม จากละครดังแห่งปี     “ทองเอก -หมอยาท่าโฉลง” เผยทริคการดูแลสุขภาพกายและผิวพรรณ ให้กับแฟนคลับในงาน “Watsons Mask Festival” มหกรรมมาส์กเพื่อการดูแลผิวหน้า ที่รวบรวมมาส์กแบรนด์ดังมากมายกว่า 100 Items มาจัดโปรโมชั่นไว้ให้คนที่รักการดูแลผิวพรรณได้มาช็อปกันแบบจุใจ พร้อมกับกิจกรรมมากมาย ณ ลานชั้น 1 สีลมคอมเพล็กซ์

โดยภายในงานนอกจากหนุ่มหน้าใส อิน-สาริน รณเกียรติ ได้มาบอกต่อเคล็ดลับวิธีดูแลผิวแบบหมดเปลือกทั้งเรื่องการพักผ่อน เรื่องการเลือกใช้มาส์ก ที่เด็ดสุดคือแช่ตู้เย็นแล้วนำมามาส์กหน้า นอกจากนี้ยังได้ร่วมทำกิจกรรมเล่นเกมส์อย่างใกล้ชิดแฟนคลับให้ได้ฟินได้อินกันสุดฤทธิ์แล้ว ยังมีของสมนาคุณอีกมากมายมอบให้แฟนๆได้สวย..เป๊ะ..ปังอีกด้วย จนได้รับได้รับเสียงกรี๊ดและการตอบรับจากบรรดาแฟนคลับที่มาคอยให้กำลังใจล้นลานกิจกรรมสีลมคอมเพล็กซ์กลายเป็นอินห้างแตกไปอีกคน   ซึ่งงาน “Watsons Mask Festival” นี้ นับเป็นการรวมตัวของเหล่ามาส์กเลิฟเวอร์ที่ต่างจดจ่อและรอคอยการมาถึงของ “JELLY MASK” มาส์กคุณหมอ ภายใต้แบรนด์ “บาโนบากิ”     ที่ถูกคิดค้นโดยทีมแพทย์จากโรงพยาบาลบาโนบากิ (รพ.ศัลยกรรมและความงามอันดับ 1 ของเกาหลี) และยังได้รับรางวัล Best Sheet Mask 2019 จากนิตยสาร Cleo ซึ่งนำเข้าโดย บริษัท บียอนด์ บิวตี้ เทรด จำกัด ซึ่งได้รับความนิยมและการตอบรับเป็นอย่างดีในเวลาอันรวดเร็วจากบรรดามาส์กเลิฟเวอร์ ตอบโจทย์ความต้องการของสาวๆ ที่ต้องการกู้ผิวแบบเร่งด่วน  และที่ต้องตื่นตะลึงจนน่าตกใจนั่นคือการหมดเกลี้ยงแทบจะทันทีที่วางเชลฟ์ของมาส์กสูตร “Sleepless” มาส์กบำรุงและฟื้นฟูผิวหน้าสำหรับคนนอนน้อยที่บรรดาแฟนคลับผู้ชื่นชอบการมาส์กหน้าแห่จับจองเป็นเจ้าของกันจนเกลี้ยงเชลฟ์ นั่นการันตีถึงการตอบรับของคนที่รักและดูแลผิวหน้าได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

และข่าว Insight ที่แฟนๆ คนรักการดูแลผิวพรรณต้องตื่นเต้น เมื่อวงในกระซิบมาว่า เร็วๆ นี้จะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ “JELLY MASK” มาส์กคุณหมอ 3 สูตรใหม่ล่าสุดที่ทีมแพทย์จากโรงพยาบาลบาโนบากิคิดค้นมาเพื่อตอบโจทย์ปัญหาผิวของคนไทยโดยเฉพาะ และมีวางจำหน่ายเฉพาะประเทศไทยเท่านั้น  รวมถึงสกินแคร์ไอเท็มเด็ดในกลุ่มครีมและเซรั่มที่ Must have ของ บาโนบากิ อีกด้วย ส่วนจะเปิดอย่างยิ่งใหญ่ที่ไหนอย่างไรนั้น โปรดติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดได้ที่ Facebook : Banobagi Thailand Cosmetic

วัตสัน เปิดตัวโปรแกรม ‘Watsons One Pass©‘ชูสิทธิประโยชน์บัตรสมาชิกวัตสัน : บัตร 1 ใบ ใช้ได้ทั่วเอเชีย

วัตสัน ผู้นำร้านเพื่อสุขภาพและความงามอันดับหนึ่งของประเทศไทย เปิดตัวโปรแกรมใหม่ เอาใจสมาชิก กับ Watsons One Pass © สิทธิประโยชน์สำหรับผู้ถือบัตรสมาชิกวัตสัน ที่ชื่นชอบการช้อปปิ้งและท่องเที่ยวในแถบเอเชีย พบกับประสบการณ์การช้อปปิ้งแบบไร้พรมแดน และสนุกกับการช้อปได้มากกว่าที่เคย โดยผู้ถือบัตรสมาชิกวัตสัน สามารถเข้าร่วมโปรแกรมได้โดยอัตโนมัติ  สามารถรับคะแนนสะสมได้ทั่วเอเชีย และได้รับสิทธิประโยชน์ตามโปรโมชั่นสำหรับสมาชิกของร้านวัตสันในแต่ละที่ที่กำหนดอีกด้วย

วัตสัน ได้จัดทำผลสำรวจเพื่อเจาะลึกเทรนด์การช้อปปิ้งความสวยความงาม กับผู้บริโภคขนาดใหญ่[1] จำนวน 14,000 คน ใน 7 ตลาดเอเชีย พบว่าผู้บริโภคมีการเดินทางไปยังประเทศอื่นๆ ในเอเชีย ประมาณ 1.7 ครั้งต่อปี สำหรับคนไทยได้มีการเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ในเอเชียประมาณ 1.2 ครั้งต่อปี โดยแหล่งท่องเที่ยว หรือสถานที่ที่คนไทยเดินทางไปช้อปปิ้งและท่องเที่ยวบ่อยที่สุด ได้แก่ ฮ่องกง และสิงคโปร์

จากสถิติข้างต้น วัตสัน ได้เล็งเห็นถึงโอกาสในการเพิ่มประสบการณ์ใหม่ที่จะทำให้ลูกค้ามีประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ดี และสนุกไปกับการเลือกซื้อสินค้าวัตสันได้อย่างอิสระในหลากหลายมาร์เก็ต จึงได้จัดโปรแกรม Watsons One Pass© สิทธิประโยชน์สำหรับผู้ถือบัตรสมาชิกวัตสันขึ้น โปรแกรมนี้พร้อมให้บริการแล้วในร้านวัตสันที่ตั้งอยู่ในไทย ฮ่องกง มาเก๊า จีนแผ่นดินใหญ่ ไต้หวัน สิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย

โดยผู้ถือบัตรสมาชิกวัตสันในประเทศไทยจะได้รับสิทธิประโยชน์เมื่อเดินทางไปช้อปใน ร้านวัตสันมาร์เก็ตอื่นๆ อย่างคุ้มค่า เพียงแค่โชว์บัตรสมาชิกวัตสัน หรือโชว์บัตรสมาชิกอิเล็กทรอนิกส์ในแอพพลิเคชั่นวัตสัน, Virtual card  ในขั้นตอนการชำระเงิน  ก็สามารถรับสิทธิประโยชน์ได้ง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็น

  • ได้รับคะแนนสะสมปกติ 2
  • รับส่วนลดพิเศษเมื่อซื้อสินค้าในร้านวัตสัน

คุณพสิษฐ์ มั่นคงขันติวงศ์  General Manager  วัตสัน ประเทศไทย  กล่าวว่า “วัตสัน ประเทศไทย ในฐานะผู้นำร้านเพื่อสุขภาพและความงามอันดับหนึ่งของประเทศไทย  เราพบว่า คนไทยชื่นชอบการเดินทางไปท่องเที่ยวช้อปปิ้งในภูมิภาคเอเชียบ่อยครั้ง และด้วยความเข้าใจในลูกค้าของวัตสันเป็นอย่างดี เราจึงขอมอบสิทธิประโยชน์ จาก ‘Watsons One Pass© บัตรสมาชิกที่สามารถใช้ได้ในร้านวัตสัน 8 มาร์เก็ตในเอเชีย ให้คนไทยได้มีประสบการณ์การช้อปปิ้งอย่างไร้พรมแดน สะสมคะแนนปกติได้ พร้อมรับสิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิกได้มากขึ้น รับรองว่าสมาชิกวัตสันจะได้รับความคุ้มค่า และความสนุกกับการช้อปปิ้งในรูปแบบใหม่นี้อย่างแน่นอน”

“Watsons Member Day” จัดกิจกรรมประทับใจสุดพิเศษ ขนดาราศิลปินมอบความสุข แทนคำขอบคุณให้กับเหล่าสมาชิกวัตสัน ณ ห้างเซ็นทรัลพลาซ่า ขอนแก่น

ผ่านมาแล้ว! กับกิจกรรมสุดประทับใจสำหรับสมาชิกวัตสัน ในวัน “Watsons Member Day” ที่ทาง วัตสัน ผู้นำร้านเพื่อสุขภาพและความงามอันดับหนึ่งของประเทศไทย จัดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยครั้งนี้ยกไปจัดกันถึงจังหวัดขอนแก่นและนอกจากจะมีกิจกรรมให้เหล่าสมาชิกคนพิเศษของวัตสันได้ทำกันอย่างหลากหลายตลอดทั้งวันแล้ว ยังขนดาราศิลปินไปร่วมทำกิจกรรมและมอบความสุขให้กับแฟน ๆ และสมาชิกวัตสันอีกด้วย ได้แก่ จุ๋ย วรัทยา นิลคูหา และหนุ่ม เวียร์ ศุกลวัฒน์ คณารศ งานนี้ มีเหล่าสมาชิกวัตสันมาร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมากณ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพลาซ่า จังหวัดขอนแก่น

ภายในงาน วัตสัน ได้จัดเตรียมกิจกรรมสุดพิเศษไว้ให้กับเหล่าสมาชิกวัตสันมากมาย ทั้ง เกม Shop Super Fin ให้สมาชิกได้ลุ้นรับ Gift Voucher ไปช้อปฟิน ๆ กันต่อที่ร้านวัตสัน กิจกรรมเวิร์คช็อปเสริมดวงด้วย Lucky Stone มุม Beauty Zone แต่งหน้าเสริมบุคลิก สำหรับสาว 12 ราศี หรือรับเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่เหมาะกับกรุ๊ปเลือด ได้ที่มุม Healthy Recipes และสำหรับสาย DIY ก็ยังมีกิจกรรมน่ารัก ๆ อย่าง Bucket Hat DIY ให้ทุกคนได้ขุดความเป็นศิลปะในตัวเองออกมาโชว์กันอีกด้วย

นายบดินทร์ เปรมประเสริฐ Marketing Communications Controller วัตสัน ประเทศไทย กล่าวว่า “วัตสัน ประเทศไทย ในฐานะร้านเพื่อสุขภาพและความงามอันดับหนึ่งของประเทศไทยและเป็นแบรนด์ที่เข้าใจไลฟ์สไตล์ของลูกค้า เรามีความยินดีอย่างยิ่ง ที่ได้จัดกิจกรรม “Watsons Member Day” เพื่อมอบความสุขและตอบแทนสมาชิกวัตสันทุกท่าน ที่ให้ความไว้วางใจและอยู่เคียงข้างวัตสันมาโดยตลอด เราพยายามที่จะไปจัดกิจกรรมมอบความสุขให้กับสมาชิกวัตสันในทุกพื้นที่ทั่วประเทศไทย และในปีนี้เราได้มาจัดกิจกรรมกันที่จังหวัดขอนแก่น โดยเราได้เตรียมกิจกรรมสนุกๆและของรางวัลมามากมาย เพื่อมอบความสุขให้กับสมาชิกวัตสันชาวขอนแก่นทุกคนอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ เรายังมีโปรโมชั่นดีลดี ๆ ที่มามอบให้กับสมาชิกวัตสันทุกคนตลอดทั้งเดือน เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า งานในวันนี้จะมอบความสุขให้กับสมาชิกวัตสันชาวขอนแก่นทุกคน และในครั้งต่อไปเราจะไปจัดกิจกรรมกันที่ไหน ชาวสมาชิกวัตสันคอยเตรียมตัวและติดตามข่าวกันได้เลยครับ”

โดยกิจกรรมภายในงานที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากก็คือ กิจกรรมเวิร์คช็อปสุดเอ็กซ์คลูซีฟ กับ จุ๋ย วรัทยา นิลคูหา ที่มาให้ความรู้และสอนทำสร้อยข้อมือเสริมดวง ด้วย Lucky Stone หินที่เหมาะกับวันเกิดของแต่ละบุคคล เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลให้กับชีวิต นอกจากนี้ อีกหนึ่งกิจกรรมที่ฮิตไม่แพ้กัน ก็คือ มุม Beauty Zone ที่ให้ สาว ๆ ทั้ง 12 ราศี ได้มาแต่งหน้าเสริมบุคลิกกับช่างแต่งหน้าผู้เชี่ยวชาญ

ปิดท้ายด้วยมินิคอนเสิร์ตสนุก ๆ จากหนุ่มมาดเข้ม เวียร์ ศุกลวัฒน์ คณารศ ที่มาร้องเพลงเพราะๆ และเล่นเกมกับแฟน ๆ บนเวที งานนี้เหล่าสมาชิกวัตสันชาวขอนแก่น นอกจากจะได้ช้อปฟิน ๆ กันแล้ว ยังสนุกกับกิจกรรมและของรางวัลมากมาย จนเต็มอิ่มกันไปเลย

สามารถติดตามข่าวกิจกรรมสนุก ๆ สุดพิเศษ สำหรับชาวสมาชิกวัตสันได้ที่ สื่อ ณ จุดขาย Official Line WatsonsTH เว็บไซต์ www.watsons.co.th และแอปพลิเคชัน WatsonsTH ทั้ง PlayStore และ AppStore

ยิปซี คีรติ มหาพฤกษ์พงศ์ และ โต้ง    ทูพี พิทวัส พฤกษกิจ ร่วมงานฟิตเกินร้อยชวนคนกรุงเทพฯมาออกกำลังกายลดแคลอรี่    

ยิปซี คีรติ มหาพฤกษ์พงศ์ และ โต้งทูพี พิทวัส พฤกษกิจ ชวนร่วมงาน    101 ฟิตเกินร้อย ที่จัดโดย 101ทรูดิจิทัลพาร์ค และฟิตเนสคลับแบรนด์ดังระดับโลก   เวอร์จิ้น แอ็คทีฟ ไทยแลนด์ (Virgin Active Thailand) จัดกิจกรรมเปิดประสบการณ์  ใหม่ในการออกกำลังกายในรูปแบบฟิตเนสและกีฬาเพื่อส่งเสริมให้คนกรุงเทพฯ   มีแรงบันดาลใจในการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ในคอนเซ็ปต์ 101 ฟิตเกินร้อย”   พร้อมชวนบรรดาสายฟิตมาร่วมเต้น “คลับเบอร์ไซส์” (Clubbercise) แด๊นซ์สลายแคลอรี่สุดฮิตกับเซเลปชื่อดัง พร้อมจัดคลาสออกกำลังกายพิเศษในสวนลอยฟ้าทุกวันหยุดสุดสัปดาห์   สนใจร่วมกิจกรรมฟรีกับดาราและคนดังในวงการตั้งแต่วันนี้  – 1 กันยายน  2562 ที่วัน-โอ-วัน การ์เด้น ทรูดิจิทัลพาร์ค ลงทะเบียนได้ที่ fb 101TrueDigitalPark   

ตารางกิจกรรมบริเวณ 101 Garden ชั้น 3 ที่ 101 True Digital Park

วัน / ช่วงเวลา 08.00-09.00 น. 17.00-17.45 น. 18.00-18.45 น. 19.00-19.45 น.
วันพฤหัสบดีที่ 8 ส.ค. 62       Clubbercise ร่วมกับ โต้ง ทูพี, ฟิลลิปส์ The Face Men และ คิม โดเชคาโลวา
วันเสาร์ที่ 10 ส.ค. 62   Zumba Body Combat ร่วมกับ ก๊อต จิรายุ ออกัส วชิรวิชญ์ และ เบเบ้ ธันย์ชนก Pop Pilates
วันอาทิตย์ที่ 11 ส.ค. 62 Yoga      
วันเสาร์ที่ 17 ส.ค. 62   Sh’bam ร่วมกับ ดีเจเอกกี้ และอ้น ศรีพรรณ Pound Flow Yoga
วันอาทิตย์ที่ 18 ส.ค. 62 Yoga      
วันเสาร์ที่ 24 ส.ค. 62   Pop Pilates Free Dance ร่วมกับ กอล์ฟ พิชญะ Body Combat
วันอาทิตย์ที่ 25 ส.ค. 62 Yoga      
วันเสาร์ที่ 31 ส.ค. 62   Align Yoga Sh’bam Zumba ร่วมกับ แกรนด์ The Star
วันอาทิตย์ที่ 1 ก.ย. 62 Yoga      

###

ข้อมูลเพิ่มเติม

101 True Digital Park จัดสรรสิ่งอำนวยความสะดวกและร้านค้าที่ตอบโจทย์ทุกมิติของชีวิตประจำวันไว้ในพื้นที่หลัก 3 โซน ได้แก่

1. 101 Garden พื้นที่ภายในอาคารและภายนอกอาคารจะถูกผสานรวมกันด้วยพื้นที่พื้นที่สีเขียวกว่า 5,000 ตารางเมตรที่สอดแทรกอยู่ทั่วคอมเพล็กซ์ ซึ่งมีแลนด์สเคปเป็นพื้นที่แนวนอนกว่า 3 ไร่ (เสร็จสมบูรณ์ในปี 2563) ประกอบด้วยสวนบนดาดฟ้า สวนที่ออกแบบให้สอดคล้องกับธรรมชาติท้องถิ่นเพื่อคืนระบบนิเวศดั้งเดิมสู่พื้นที่โดยรอบโครงการ และสนามหญ้าขนาดใหญ่ที่สามารถดัดแปลงเป็นลานกิจกรรม โดยผู้ใช้บริการจะได้ชมการแสดงไปพร้อมๆ กับพักผ่อนท่ามกลางแมกไม้ร่มรื่นในแบบเดียวกับสวนสาธารณะตามเมืองใหญ่ๆ ของโลก

2. Hillside Town นี่คือพื้นที่ค้าปลีกที่ไม่ได้มีเพียงร้านค้าเรียงตัวกัน แต่แตกต่างด้วยประสบการณ์การช้อปและชิมท่ามกลางบรรยากาศเมืองเล็กๆ กลางหุบเขา ลัดเลาะตามทางเดินบนเนินที่โค้งตัวไปมา สำรวจสินค้าไลฟ์สไตล์และอาหารหลากหลายประเภทที่ซ่อนตัวอยู่ตามตรอกซอกซอย ทั้งร้านอาหารง่ายๆ สำหรับวันสบาย ร้านอาหารที่ตกแต่งสวยงามสำหรับโอกาสพิเศษ รวมถึงร้านสุดชิคที่คุณไม่ควรพลาด

3. 24-Hour Street เพราะชีวิตคนเมืองไม่เคยหยุดนิ่ง 101 @True Digital Park จึงเปิดให้พวกเขาได้ใช้ชีวิตแบบไร้ขีดจำกัด ในถนนที่ไม่มีวันหลับไหลสายนี้รายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน มีพร้อมทั้งร้านอาหาร คาเฟ่และร้านสะดวกซื้อ เพื่อตอบโจทย์คนนอนดึก

ทั้งนี้ โครงการฯยังได้รับรางวัลจากThe Japan International Property Awards 2018 จัดโดยบริษัท Property Access สาขา Best Mix – Integrated Development และ Best Townshipรวมทั้งได้รับรางวัล BCI Asia Top 10 Award ซึ่งถือเป็นรางวัลสำคัญด้านสถาปัตยกรรมและอสังหาริมทรัพย์ที่มอบให้แก่นักสถาปนิกและบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่มีผลงานดีเด่นและมีอิทธิพลต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมการก่อสร้าง

ค่ายเพลง What The Duck ชวนร่วมงานเทศกาลดนตรีแจ่มที่สุดของกรุงเทพ

“ Jameson presents JAM Fest 2019 ” ใหญ่กว่าเดิม 3 เวที 24 วง

                เตรียมกลับมาสร้างความประทับใจอีกครั้ง สำหรับเทศกาลดนตรีที่แจ่มมากที่สุดในกรุงเทพอย่าง Jameson presents JAM Fest 2019” ครั้งที่ 2 หลังจากประสบความสำเร็จ และเคยฝากความทรงจำดี ๆ ไปแล้วเมื่อปีที่ผ่านมา จนกลายเป็นงานเทศกาลดนตรีที่ชาวปาร์ตี้และเด็กแนวทุก generation พูดถึงมากที่สุด

โดยปีนี้ค่ายเพลง What The Duck (วอท เดอะ ดัก) ร่วมกับพาร์ทเนอร์หลักอย่าง Jameson ขอเนรมิตคอนเสิร์ต ยกระดับความมันส์ขั้นสุดแจ่มกว่าเดิม ใหญ่กว่าเดิม และคุ้มมากกว่าเดิมแน่นอน ซึ่งงานนี้ยังคงเน้นคอนเซ็ปต์ “รวมวงดนตรียุค 90s ที่หาดูได้ยาก” กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง แต่เพิ่มดีกรีความพิเศษด้วยวงดนตรีรุ่นใหม่แห่งยุค โดดร่วมแจมบนเวทีเดียวกันอีกด้วย นอกจากนั้นยังเสริมทัพความมันส์จัดเต็มอีก 2 เวที อัดแน่นด้วยศิลปินคุณภาพแบบไม่จำกัดแนวดนตรี รวมแล้ว 3 เวที ศิลปินกว่า 24 วง! ตอกย้ำความมาแรงมากที่สุดด้วยการเปิดขายบัตรรอบแรก Blind Ticket ที่ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดศิลปินต่าง ๆ ได้เพียงไม่นานบัตรก็ SOLD OUT อย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม แฟน ๆ เตรียมติดตามการประกาศไลน์อัพศิลปิน พร้อมรายละเอียดต่าง ๆ ทั้งหมดในวันที่ 16 สิงหาคมนี้ และเปิดขายบัตรรอบ Early Jam พร้อมกันวันที่ 24 สิงหาคมนี้ ส่วนใครที่พลาดไปรอซื้อบัตรรอบ Regular ได้วันที่ 31 สิงหาคมนี้ ใครมีบัตรแล้วเตรียมตัวให้พร้อม แล้วไปสนุกพร้อมกันวันที่ 26 ตุลาคมนี้ ณ Voice Space วิภาวดี ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง www.facebook.com/jamfestbkk

การศึกษามาตรฐานระดับโลก ใจกลางกรุงเทพฯ

เมื่อใดก็ตามที่มีการพูดถึงโรงเรียนด้านธุรกิจบริการต้อนรับที่มีชื่อเสียงระดับโลก Ecole Hôtelière de Lausanne (EHL) มักจะถูกจัดให้อยู่ในอันดับต้น ๆ ของรายการอยู่เสมอ EHL ได้รับการยกย่องให้เป็นโรงเรียนด้านการบริหารจัดการธุรกิจโรงแรมแห่งแรกและเป็นสถาบันดีที่สุดของโลกจากการจัดอันดับของหลากหลายสถาบัน ซึ่งรวมถึง QS World University ranking for Hospitality & Leisure Management Universities นอกจากนี้ EHL ยังเป็นหนึ่งในสถาบันที่สร้างบุคลากรคุณภาพในสายธูรกิจการให้บริการมากมาย

จุดเด่นของ EHL ก็คือการที่มหาวิทยาลัยมุ่งเตรียมความพร้อมให้กับนักเรียนเพื่อให้สามารถก้าวเข้าสู่สายงานด้านการบริหารจัดการ การวางแผนกลยุทธ์ในธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว หรือแม้แต่การทำงานในสายธูรกิจลักชัวรี่ การเงิน การค้าปลีก หรือแม้แต่สายงานอื่นๆ ที่มุ่งเน้นเรื่องความความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้า

“EHL คือสถาบันที่มีความสัมพันธ์อันเหนียวแน่นและแข็งแกร่งกับธุรกิจการท่องเที่ยวและการโรงแรมมาอย่างช้านาน ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ทำให้เราโดดเด่นและแตกต่าง อีกทั้งยังทำให้การทำงานร่วมกับสถาบันการศึกษา หรือองค์การต่างๆ ทั่วโลกเป็นไปอย่างราบรื่นมาโดยตลอด นอกจากนี้ การทำงานผ่านหน่วยธุรกิจอย่าง EHL Advisory Services ก็ทำให้เราสามารถขยายศูนย์การเรียนรู้ ที่เปิดโอกาสให้นักเรียนสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ด้านธุรกิจบริการต้อนรับและประสบการณ์ในสายงานที่มีมาอย่างยาวนานกว่า 125 ปีของเรา” นายโอลิวิเยร์ รูห์ กรรมการผู้จัดการอาวุโส แห่ง EHL Advisory Services กล่าว

การศึกษาด้านธุรกิจบริการมาตรฐานระดับโลกสู่ใจกลางกรุงเทพฯ

ด้วยเป้าหมายในการพัฒนาผู้เชี่ยวชาญด้านมีความเป็นเลิศด้านธุรกิจการบริการต้อนรับ รวมถึงการหล่อหลอมสร้างนวัตกรและผู้ประกอบการคุณภาพให้แก่ตลาดเอเซีย  โรงเรียนศิลปะการอาหารและผู้ประกอบการคูลิเนอร์ โความร่วมมือกับ EHL Advisory Services ซึ่งเป็นองค์กรสมาชิกของกลุ่มบริษัท EHL ได้พัฒนาหลักสูตรอาหารนานาชาติและผู้ประกอบการ (Diploma Programme) ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับคูลิเนอร์ โดยเป็นหลักสูตรเต็มเวลาสองปีประกอบด้วยโมดูลการเรียนการสอนที่ออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน มุ่งเน้นให้ความรู้ด้านการทำอาหารระดับมืออาชีพ รวมถึงวิชาที่เกี่ยวข้องกับการจัดการธุรกิจและผู้ประกอบการ

“ที่คูลิเนอร์ เรามุ่งมั่นในการพัฒนาศักยภาพผู้เชี่ยวชาญด้านการทำอาหารและนักนวัตกรรมรุ่นใหม่เพื่อธุรกิจอาหารแห่งอนาคต และจึงร่วมมือกับ EHL Advisory Services บริษัทที่ปรึกษาด้านธุรกิจบริการต้อนรับที่ใหญ่ที่สุดจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และเป็นหนึ่งในหน่วยธุรกิจของกลุ่มบริษัท EHL เพื่อให้เราสามารถนำเอาความรู้และความเชี่ยวชาญของ École Hôtelière de Lausanne อันมีชื่อเสียงเพื่อให้แน่ใจว่าเรามีทีมผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้าในการพัฒนารูปแบบการศึกษาและดูแลควบคุมด้านคุณภาพของโรงเรียนของเรา นอกจากนี้นักเรียนของเราจะได้รับการฝึกอบรมและพัฒนาทักษะ ความรู้ ควบคู่ไปกับปลูกฝังแนวคิดสู่การเป็นเชฟมืออาชีพและเจ้าของร้านอาหารที่ประสบความสำเร็จ ในขณะที่มีความเข้าใจอย่างแท้จริงเกี่ยวกับอุตสาหกรรมอาหาร รวมถึงเข้าใจความต้องการของตลาดในอนาคต” นายแอนโทนี ออสบอร์น ผู้อำนวยการใหญ่ โรงเรียนศิลปะการอาหารและผู้ประกอบการคูลิเนอร์ กล่าว

โรงเรียนศิลปะการอาหารและผู้ประกอบการคูลิเนอร์ ตั้งอยู่บนชั้น 5 ของห้างสรรพสินค้าเอ็มโพเรียม หนึ่งในห้างสรรพสินค้าไลฟ์สไตล์ที่ใหญ่และทันสมัยที่สุดในใจกลางกรุงเทพฯ คูลิเนอร์มีหลักสูตรอาหารนานาชาติและผู้ประกอบการ (Diploma Programme) ที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีความใฝ่ฝันอยากจะเป็นเชฟมืออาชีพและผู้ประกอบการ

นอกจากนี้ คูลิเนอร์ ยังมีหลักสูตรระยะสั้นที่หลากหลายซึ่งได้รับการรับรองจากกระทรวงศึกษาธิการของประเทศไทย ตั้งแต่ชั้นเรียนสนุกสี่ชั่วโมง ไปจนถึงเวิร์คช็อปช่วงสุดสัปดาห์ และหลักสูตรธุรกิจแบบเร่งรัดยาวเจ็ดวัน ซึ่งหลักสูตรเหล่านี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบรับกับเทรนด์และความต้องการที่หลากหลายของนักเรียน  

“นอกเหนือจากการเรียนการสอนในห้องเรียนแล้ว เรายังให้ความสำคัญอย่างมากกับรูปแบบการศึกษาตามมาตรฐานของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งก็คือการเปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรง โดยภายในพื้นที่ของโรงเรียนจะถูกแบ่งออกเป็น ห้องเรียนภาคทฤษฎี 4 ห้อง ห้องเรียนเกี่ยวกับเครื่องดื่ม ห้องฝึกปฏิบัติขนาดใหญ่ 6 ห้อง รวมถึงร้านอาหารและเครื่องดื่มอีก 4 ร้าน ได้แก่ การ์นิช ร้านอาหารที่ให้บริการแบบฟูลเซอร์วิส เฟลเวอร์ ร้านอาหารบรรยากาศเป็นกันเอง ร้านเบเกอรี่ขนม และคาเฟ่ เกลซ  โดยตลอดช่วงเวลาเรียน นักเรียนทุกคนที่คูลิเนอร์จะได้เรียนและปฏิบัติงานในสภาพแวดล้อมทางธุรกิจจริงร่วมกับผู้สอนและพนักงานของโรงเรียน” นายแอนโทนี กล่าวเสริม

สำหรับข้อสอบถามเพิ่มเติม หรือเยี่ยมชมโรงเรียน กรุณาติดต่อที่ 02-090-2808 หรือ www.culineur.net

มาสด้ามอบช่วงเวลาดีๆ กับแคมเปญพิเศษรับวันแม่

มาสด้ามอบช่วงเวลาดีๆ ให้ลูกค้าได้เป็นเจ้าของรถมาสด้าได้อย่างคุ้มค่ามากที่สุด กับแคมเปญ Mazda Finest Moment ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10 – 18 สิงหาคม 2562 เพียง 9 วัน เท่านั้น เพื่อมอบความพิเศษสุดในช่วงวันแม่ ด้วยอัตราดอกเบี้ย 0% ฟรีประกันภัยชั้น 1 Mazda Premium Insurance 1 ปี ครบทุกรุ่น เพิ่มดีกรีความคุ้มค่าด้วยบัตรเติมน้ำมันสูงสุดมูลค่า 10,000 บาท สำหรับลูกค้าที่จองซื้อรถ 5,000 บาท รับหูฟังไร้สายแบรนด์ JBL รุ่น TUNE 120TWS มูลค่า 3,990 บาท และหากจองซื้อรถ 10,000 บาท ในรุ่น มาสด้า CX-5 รับหูฟังไร้สายแบรนด์ JBL รุ่น UNDER ARMOUR FLASH มูลค่า 6,990 บาท เมื่อออกรถภายในเดือนสิงหาคมนี้  สอบถามรายละเอียดแคมเปญ และทดลองขับได้ที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารฝ่ายการตลาดและรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า มาสาด้าตั้งใจที่จะส่งมอบความสุขให้กับลูกค้าที่ต้องการเป็นเจ้าของรถยนต์มาสด้าทุกรุ่น ด้วยการมอบแคมเปญ Mazda Finest Moment เกิดขึ้นจากความตั้งใจของมาสด้าที่ต้องการสร้างช่วงเวลาดีๆ ในวันสำคัญของคนไทยทุกคน อย่างวันแม่แห่งชาติ ซึ่งตรงกับวันที่ 12 สิงหาคม ของทุกปี ด้วยการมอบแคมเปญพิเศษให้กับลูกค้าที่เลือกมาสด้าเป็นรถยนต์ของทุกคนในครอบครัว

  • มาสด้า2 ดอกเบี้ย 1.99% ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี, Mazda Care Program 3 ปี หรือระยะทาง 60,000 กิโลเมตร และบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 2,000 บาท
  • มาสด้า3 ดอกเบี้ย 0% ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี และ Mazda Care Program 3 ปี หรือระยะทาง 60,000 กิโลเมตร และบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท
  • มาสด้า CX-3 ดอกเบี้ยต่ำสุด 0% และฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี
  • มาสด้า CX-5 ดอกเบี้ยต่ำสุด 0%, ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี พร้อมโปรแกรมขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์สูงสุด 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร และบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท
  • มาสด้า BT-50 Pro ดอกเบี้ย 0% ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี
  • มาสด้า MX-5 RF ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี, โปรแกรมขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์สูงสุด 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร

“คูลิเนอร์” ชวนลูกปรุงรัก รังสรรค์เมนูดอกมะลิทานได้ วันแม่ปีนี้

โรงเรียนศิลปะการอาหารและผู้ประกอบการคูลิเนอร์ ณ ศูนย์การค้าเอ็มโพเรียม ชั้น 5 ชวนลูกๆ เข้าครัววันหยุดสุดสัปดาห์นี้ ปรุงรักเติมความผูกพันผ่านเวิร์กช็อปทำอาหารกับสองเมนูจานอร่อย “ช่อมะลิ” อาหารว่างสไตล์ไทย และ “คัพเค้กดอกมะลิ” ขนมหวานเนื้อเนียมนุ่มสไตล์ตะวันตก เพื่อมอบเป็นของขวัญให้คุณแม่คนพิเศษ เนื่องในโอกาสวันแม่แห่งชาติปีนี้

“Mother’s Day Workshop” จัดขึ้นระหว่างระหว่างวันที่ 10 – 11 สิงหาคม 2562 ระยะเวลา 3 ชั่วโมง โดยคอร์ส ช่อมะลิ เปิดสอนวันที่ 10 สิงหาคม 2562 เวลา 13.00 น. – 15.00 น. และคอร์สคัพเค้กดอกมะลิ เปิดสอน ในวันที่ 11 สิงหาคม 2562 เวลา 13.00 น. – 15.00 น. สมัครวันนี้รับส่วนลดทันที 15% จาก 2,500 บาท เหลือเพียง 2,125 บาท

สำหรับข้อสอบถามเพิ่มเติม หรือเยี่ยมชมโรงเรียน กรุณาติดต่อที่ 02-090-2808 หรือ www.culineur.net

ฟิลิปส์ ส่งแคมเปญ ‘Experience The Best’ มอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้บริโภค ผ่าน 4 สุดยอดนวัตกรรม

วันนี้ บริษัท ฟิลิปส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำด้านเทคโนโลยีเพื่อการดูแลสุขภาพ เปิดตัวแคมเปญ Experience The Best’ ชูแนวคิดมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้บริโภค เน้นกลยุทธ์หลัก Consumer Insight โดยการพัฒนานวัตกรรมจากความต้องการของผู้บริโภค พร้อมทั้งการจัดกิจกรรมสื่อสารที่ตรงใจกลุ่มเป้าหมาย ผ่าน 4 สุดยอดนวัตกรรมจากฟิลิปส์ ได้แก่ หม้อทอดอากาศ AirFryer เครื่องปั่นสูญญากาศ Vacuum Blender เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย SpeedPro Max Aqua และเตารีดแรงดันไอน้ำ PerfectCare Elite Plus หวังดันยอดขายในช่วงครึ่งปีหลังให้เติบโต

นางสาวสิริวรรณ นิจกิจจาทร ผู้จัดการทั่วไป กลุ่มธุรกิจ Personal Health บริษัท ฟิลิปส์ (ประเทศไทย) จํากัด กล่าวว่า “ในปัจจุบัน เราพบว่าเทรนด์เรื่องการรักสุขภาพกำลังเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ไปพร้อมๆ กับการขยายตัวของสังคมเมือง และการก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ ดังนั้น ผู้บริโภคชาวไทย จึงเริ่มหันมาใส่ใจกับการดูแลสุขภาพมากขึ้น พร้อมๆ กับการมองหานวัตกรรมที่จะมาช่วยให้พวกเขาดูแลสุขภาพได้มากขึ้น และอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันไปพร้อมๆ กัน ฟิลิปส์ ในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีเพื่อการดูแลสุขภาพ เราจึงต้องการสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าของเรา วันนี้ เราจึงเปิดตัวแคมเปญ Experience The Best’ เพื่อนำเสนอ 4 สุดยอดนวัตกรรมของเรา ที่มาช่วยในการดูแลสุขภาพ ไปพร้อมๆ กับการอำนวยความสะดวกสบายและยกระดับความเป็นอยู่ที่ดีให้ผู้บริโภค”

“ซึ่งภายใต้แคมเปญ Experience The Best’ เราจะเน้นกลยุทธ์หลัก 2 เรื่อง คือ 1) Consumer Insight คือการพัฒนานวัตกรรมที่มาจากความต้องการของผู้บริโภคอย่างแท้จริง ในขณะที่เมื่อเราพัฒนานวัตกรรมออกมาแล้ว การทำกิจกรรมการตลาด เราจำเป็นต้องคำนึงถึงสิ่งที่จะสื่อสารไปยังผู้บริโภค ต้องเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคมองหา และอยากได้ยินอย่างตรงจุด ทั้งผ่านการสื่อสารแบบออนไลน์และออฟไลน์  2) Shift from Pull to Push กระตุ้นให้ผู้บริโภคไปหาสินค้าเราที่หน้าร้านค้ามากขึ้น เพื่อที่จะได้มีโอกาสสัมผัสประสบการณ์ตรงกับสินค้าเรา โดยหน้าร้านเราจะมีการจัดสินค้าในแคมเปญฯ นี้ อย่างโดดเด่น มีการติดตั้งจอแบบอินเทอร์แอคทีฟเพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าไปหาข้อมูลและเรียนรู้ผลิตภัณฑ์ ไปพร้อมๆ กับการมีผู้ให้คำแนะนำผลิตภัณฑ์หน้าร้านที่เป็นมืออาชีพ นอกจากนี้ เรายังมีการจัดกิจกรรมโรดโชว์เพื่อสาธิตผลิตภัณฑ์ของเราตามร้านค้าและห้างสรรพสินค้าชั้นนำด้วย เพราะเราเชื่อว่าการได้มาสัมผัสประสบการณ์ตรงที่เป็นประสบการณ์ที่ดีที่สุดเช่นนี้ จะช่วยให้ผู้บริโภคเข้าใจและตัดสินใจซื้อสินค้าได้มากขึ้น” นางสาวสิริวรรณ กล่าวเพิ่มเติม

4 สุดยอดนวัตกรรมจากฟิลิปส์ ประกอบด้วย

  • หม้อทอดอากาศ Philips AirFryer โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี Turbostar Rapid Air เอกสิทธิ์เฉพาะจากฟิลิปส์ เพื่อให้ได้อาหารที่สุกอย่างทั่วถึง โดยไม่ต้องใช้น้ำมัน และยังสามารถลดไขมันได้สูงสุดถึง 90%[1] แถมการควบคุมอุณหภูมิที่แม่นยำ จึงปรุงเมนูได้หลายสไตล์ตามที่ต้องการ ทั้งเมนูทอด ย่าง อบ และรมความร้อน
  • เครื่องปั่นความเร็วสูงระบบสุญญากาศ Philips High Speed Vacuum Blender มาพร้อมเทคโนโลยีใบมีด Problend6 3D ที่สามารถผ่าลึกถึงเซลล์ผักผลไม้ ทำให้ได้สารอาหารมากกว่าเครื่องปั่นทั่วไป ลดการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่นขณะปั่น ช่วยคงคุณค่าสารอาหารและความสดใหม่ไว้ได้ถึง 8 ชั่วโมง และยังสามารถเลือกใช้งานฟังก์ชันการปั่นได้ถึง 5 แบบ
  • เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย Philips SpeedPro Max Aqua ใหม่ล่าสุด เครื่องดูดฝุ่นไร้สายที่เร็วที่สุด[2] ทำความสะอาดแบบ 3-in-1 ระบบดูดและเช็ดถูในคราวเดียว เมื่อทำสองอย่างในขั้นตอนเดียวก็ทำให้ทำความสะอาดได้เร็ว ฝุ่นก็ไม่ฟุ้งกระจาย มาพร้อมหัวดูด 360 องศา ที่ดักจับฝุ่นผงและสิ่งสกปรกจากทุกซอกทุกมุมได้อย่างรวดเร็ว เคลื่อนไหวได้สะดวกทุกพื้นผิว ไม่ว่าจะเป็นพื้นแข็งหรือบนพรม
  • เตารีดแรงดันไอน้ำอัจฉริยะ Philips PerfectCare Elite Plus ที่สุดแห่งนวัตกรรมเตารีดมาพร้อม DynamiQ Sensor เซ็นเซอร์อัจฉริยะที่นำมาไว้ในเตารีดเป็นครั้งแรกของโลก ช่วยควบคุมการปล่อยไอน้ำตามแรงมือที่จับขณะรีด โดยไม่ต้องกดปุ่มใดๆ ผสานกับเทคโนโลยี OptimalTEMP เอกสิทธิ์เฉพาะของฟิลิปส์ที่มาช่วยป้องกันผ้าไม่ไหม้และการรีดทุกเนื้อผ้าตั้งแต่ผ้ายีนส์ไปถึงผ้าไหมได้เรียบโดยไม่ต้องตั้งอุณหภูมิ เพื่อช่วยให้การรีดผ้าเป็นเรื่องง่ายและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

“หลังจากเราที่ได้เริ่มดำเนินการกิจกรรมการตลาดภายใต้แคมเปญ ‘Experience The Best’ ตั้งแต่ช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เราได้รับผลตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคเป็นอย่างมาก รวมถึงการเติบโตของสินค้าในกลุ่มสุดยอดนวัตกรรมทั้ง 4 ก็เติบโตอย่างมากเช่นกัน ซึ่งต้องบอกว่าแคมเปญนี้เราจะยังคงดำเนินกิจกรรมต่างๆ ไปจนถึงสิ้นปี และยังจะมีกิจกรรมดีๆ พร้อมโปรโมชั่นต่างๆ ออกมาอีกมากมาย นั่นทำให้เรามั่นใจว่าเราจะประสบความสำเร็จทั้งด้านยอดขายและการสร้างแบรนด์จากแคมเปญนี้อย่างแน่นอน” นางสาวสิริวรรณ กล่าวสรุป

ออกัส ท้าให้ลอง วัตสัน #TRYMELOVEME ลองสิจ๊ะแล้วจะเลิฟ

วัตสัน ผู้นำร้านเพื่อสุขภาพและความงามอันดับหนึ่งของประเทศไทย  ได้จัดกิจกรรม ภายใต้แคมเปญ TRY ME LOVE ME” ลองแล้วจะเลิฟ โดยมีนักแสดงหนุ่มหล่ออย่าง ออกัส วชิรวิชญ์ มาร่วมเดินนำขบวนในกิจกรรมนี้ พร้อมเชิญชวนแฟน ๆ ให้เข้ามาลองใช้สินค้าตราวัตสัน ซึ่งมีแฟนคลับยกขบวนมาให้กำลังใจหนุ่มหล่อน่ารักคนนี้กันอย่างมากมาย ณ ร้านวัตสัน สาขา ซี.พี. ทาวเวอร์ สีลม ที่ผ่านมา

งานนี้ สาว ๆ เป็นต้องใจละลายให้กับหนุ่มหล่อออกัส เพราะคอยเทคแคร์แฟน ๆ ไม่หยุด ทั้งยื่นกระดาษทิชชูสำหรับซับเหงื่อ ลิปทิ้นที่ช่วยเพิ่มความสดใสให้กับริมฝีปาก และผลิตภัณฑ์ตราวัตสันอื่น ๆ ให้กับแฟน ๆ ตลอดการทำกิจกรรม พร้อมพูดคุยกับแฟน ๆ อย่างใกล้ชิด ทำให้งานนี้มีสาว ๆ ‘โดนตก’ และใจละลายกันไปหลายคนเลยทีเดียว

โดยหนุ่ม ออกัส วชิรวิชญ์ ไพศาลกุลวงศ์ ได้กล่าวถึงความรู้สึกจากการร่วมกิจกรรมในงานนี้ว่า “รู้สึกประทับใจและขอขอบคุณแฟนคลับทุกคนที่มาให้กำลังใจและคอยสนับสนุนกัสและวัตสันมาโดยตลอด กัสรู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับการต้อนรับและการสนับสนุนจากแฟน ๆ มากมายขนาดนี้ โดยสำหรับแคมเปญ “TRY ME LOVE ME” ลองแล้วจะเลิฟ ก็เป็นอีกหนึ่งแคมเปญที่ทางวัตสันอยากให้ทุกคนได้ลองใช้และสัมผัสกับผลิตภัณฑ์ตราวัตสันจริง ๆ อย่างกัสเอง พอได้ลองใช้ผลิตภัณฑ์จากวัตสัน ก็รู้สึกว่าเป็นอีกหนึ่งสินค้าที่มีคุณภาพดี ในราคาที่จับต้องได้ แล้วก็ซื้อง่าย ซื้อผ่านวัตสันออนไลน์ก็ได้ คือเขามีความเข้าใจในความต้องการของลูกค้าและทำสินค้ามาตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลาย กัสจึงอยากให้ทุกคนได้ลองใช้สินค้าตราวัตสัน บอกเลยว่า ถ้าได้ลองสักครั้งแล้วจะติดใจแน่นอนครับ”

แหมมม ได้ยินออกัสพูดแบบนี้ ก็อย่าลืมไปช็อปปิ้งสินค้าคุณภาพตราวัตสันกันได้ที่ร้านวัตสันทุกสาขาหรือวัตสันออนไลน์กันได้เลย แถมรับฟรี! เสื้อยืด TRY ME LOVE ME ไปใส่เล่นกันเก๋ ๆ เหมือนออกัสได้ เมื่อซื้อสินค้าตราวัตสันทางวัตสันออนไลน์ครบ 500 บาท ตั้งแต่ วันนี้ จนถึง 21 สิงหาคม 2562 หรือจนกว่าของจะหมด สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สื่อ ณ จุดขาย Official Line WatsonsTHเว็บไซต์ www.watsons.co.th และแอปพลิเคชัน WatsonsTH ทั้ง PlayStore และ AppStore หรือติดต่อสอบถามข้อมูลที่ Watsons call center 02-017-8899 (ทุกวัน เวลา 9.00-21.00 น.)

#อยากให้เธออยู่คอนเสิร์ตนี้ เอ-ไทม์ โชว์บิส เปิดขายบัตร     “ RHYTHM Of BEAU SUNITA Concert ” 2 ส.ค.นี้

ยืนหนึ่งในทำเนียบ ศิลปินล้านตลับ ระดับประเทศมากว่า 24 ปี สำหรับ “โบ สุนิตา” ด้วยน้ำเสียงหวานใสคุณภาพที่มีเอกลักษณ์บวกกับเนื้อหาเพลงที่โดนใจ ทำให้ยอดขายอัลบั้มแรกและอัลบั้มต่อๆมาทะลุล้านตลับติดต่อกันภายในเวลาอันรวดเร็ว จนกลายเป็นปรากฏการณ์สถิติล้านซ้อนล้านที่ศิลปินน้อยคนจะทำได้ในยุคนั้น จากวันนั้นจนถึงวันนี้แฟนๆยังคงคิดถึงและเรียกร้องให้ “โบ สุนิตา” กลับมามีคอนเสิร์ตใหญ่อีกครั้ง

#อยากให้เธออยู่คอนเสิร์ตนี้ เอ-ไทม์ โชว์บิส

ปี 2562 สิ้นสุดการรอคอยเมื่อ เอ-ไทม์ โชว์บิส ผู้ผลิตคอนเสิร์ตเบอร์ต้นของเมืองไทยประกาศจัดคอนเสิร์ต “RHYTHM Of BEAU SUNITA Concert”  ในวันเสาร์ที่ 23 และวันอาทิตย์ที่ 24 พฤศจิกายนนี้ ที่ รอยัล พารากอน ฮอลล์ ใครที่ยังคิดถึงเพลงฮิตติดหูอย่าง “ไม่อยากรัก(คนที่         ไม่อยากรักเรา)” เพลงเหงา ๆ อย่าง “อยู่คนเดียว” เพลงอกหักบาดใจ “ไม่มีอีกแล้ว” เพลงโดนใจคนแอบรักอย่าง       “เธอไม่เคยถาม”  และเพลงฮิตอีกมากมายที่ยังอยู่ในความทรงจำ อาทิ “ฉันรู้” , “เสียใจ” , “รักซะแล้ว” , “ฉันจะจำเธอแบบนี้” , “บอกอะไรป่านนี้” , “กีรติ” , “รักครั้งสุดท้าย”, “รักยิ่งใหญ่จากชายคนหนึ่ง” , “เจ้าหญิงในนิยาย” , “ถ้าเธอพร้อม              ฉันก็พร้อม” , “รักแท้หรือแค่เหงา” , “หนึ่งในไม่กี่คน” เตรียมตัวให้พร้อมแล้วมาร่วมร้องเพลงที่ประทับใจกันอีกครั้ง จำหน่ายบัตรวันแรกในวันศุกร์ที่ 2 สิงหาคมนี้ ที่ ไทยทิคเก็ต เมเจอร์ทุกสาขา  บัตรราคา 4,000 / 3,500 / 3,000 / 2,500 และ 2,000 บาท รายละเอียดเพิ่มเติม www.atimeshowbiz.com www.facebook.com/Atimeshowbiz #อยากให้เธออยู่คอนเสิร์ตนี้

Oxy Family Run 2019″ เติมอ๊อกซิเจนทั่วไทย แบ่งปันน้ำใจร่วมกัน

โรงพยาบาลคูเมือง ร่วมกับ ภาครัฐและเอกชน จังหวัดบุรีรัมย์ ขอเชิญร่วมกิจกรรม “วิ่งการกุศล Oxy Family Run 2019″ เติมอ๊อกซิเจนทั่วไทย แบ่งปันน้ำใจร่วมกัน เพื่อนำรายได้สมทบทุนจัดซื้อครุภัณฑ์ทางการแพทย์ ให้กับโรงพยาบาลคูเมือง พบกับดาราคู่ขวัญจิตอาสาร่วมวิ่งให้โรงพยาบาล กับ มิกซ์ ทองระย้า และ โบว์ เมลดา จากช่อง 7 HD  พร้อมนักวิ่ง คุณสมเกียรติ จินดากุล ฉายาคุณตามาราธอน ไอดอลแห่งความพยายาม ณ วันอาทิตย์ที่ 22 ธันวาคม 2562 เวลา 04.00 น.  ณ อุทยานไม้ดอกเพลาเพลิน บุรีรัมย์

เปิดรับสมัครวันที่ 2 สิงหาคม 2562 นี้ ช่องทางการสมัคร www.runlah.com

วัตสัน ฉลองครบรอบ 23 ปี แจกทองยิ่งใหญ่ สะใจทั้งเดือน

มอบความสุขให้กับนักช้อป ลุ้นรับทองคำมูลค่ารวมกว่า 1.6 ล้านบาท

วัตสัน ครบรอบ 23 ปี แจกทองยิ่งใหญ่ สะใจทั้งเดือน!!  วัตสัน ผู้นำร้านเพื่อสุขภาพและความงามอันดับหนึ่งของประเทศไทย ฉลอง “ครบรอบ 23 ปี” ขนทัพสินค้าน่าสนใจหลายรายการ จัดเต็มด้วยราคาน่าช็อป เริ่มต้นที่ 23 บาท พร้อมกันนี้แจกหนักแจกจริงทุกสัปดาห์!! กับ ทองคำ 1 บาท จำนวน 28 รางวัล และรางวัลใหญ่ ทองคำแท่ง 23 บาท จำนวน 1 รางวัล มูลค่ารวมกว่า 1.6 ล้านบาท  เมื่อซื้อสินค้าที่ร้านวัตสันครบ 300 บาทรับคูปองลุ้นชิงทองคำจำนวน 1 ใบ สำหรับสมาชิกวัตสัน รับคูปองและลุ้นชิงทองคำ คูณ 2 กันไปเลย! พร้อมประกาศผลผู้โชคดีทุกสัปดาห์ ผ่านทางเฟสบุ๊ค Watsons Thailand เริ่มช้อป และลุ้นชิงทองคำกันได้ ตั้งแต่วันที่ 25 กรกฎาคม ถึง 21 สิงหาคม 2562 นี้ ที่ร้านวัตสันทุกสาขาทั่วประเทศไทย หรือช้อปออนไลน์ผ่านวัตสันออนไลน์ และสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สื่อ ณ จุดขาย  Official Line WatsonsTH เว็บไซต์ www.watsons.co.th และแอปพลิเคชัน WatsonsTH ทั้ง PlayStore และ AppStore

สินค้าที่น่าสนใจ ราคาเริ่มต้นที่ 23บาท 

  • วัตสัน เอ็กซ์เพลส ,เจลลี่ ,โมบายเกิร์ล , เอชเอมาสก์ ทุกสูตร ราคาปกติ 49-59  เหลือชิ้นละ 23 บาท
  • ลิสเตอรีน น้ำยาบ้วนปาก ราคาปกติ 177  เหลือชิ้นละ 123 บาท
  • เมย์เบลลีน เซนเซชั่นแนล ลิควิดแมท ทุกเฉด ราคาปกติ 149 เหลือ แท่งละ123 บาท
  • เทรซาเม่ แชมพู / คอนดิชั่นเนอร์ ราคาปกติ 159 เหลือ แท่งละ123 บาท
  • บิโอเรยูวี บอดี้เซรั่ม SPF50+ PA++++ (ทุกสูตร) ราคาปกติ 290  เหลือชิ้นละ 223 บาท
  • แบลคมอร์ส โอเดอร์เลส ฟิช ออยล์ มินิแคป 60 แคปซูล ราคาปกติ 480 เหลือชิ้นละ 323 บาท
  • กลุ่มผลิตภัณฑ์เดอมาแอคชันพลัส บายวัตสัน แอดวานซ์ ซันโซล่าร์  แบริเออร์ (ทุกสูตร) ราคาปกติ 580  เหลือชิ้นละ 423 บาท

เริ่มการเขียน หรือพิมพ์เครื่องหมายทับ (/) เพื่อเลือกบล็อก

รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ วัตสัน-ฉลองครบรอบ-23-ปี-แจกทองยิ่งใหญ่-สะใจทั้งเดือน-772x1024.jpg

Deep Tissue Massage Yoga เหยียดกาย คลายปวด

รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ Deep-Tissue-Massage-Yoga-workshop_4-683x1024.jpg

ไลฟสไตล์ของคนในปัจจุบันที่มีทั้งความเครียด เร่งรีบ และกิจกรรมที่อัดแน่นตลอดทั้งวัน การขาดการออกกำลังกาย โภชนาการที่ไม่เหมาะสม แม้พักผ่อนอยู่บ้านสมองยังคงครุ่นคิดกับการอัพเดตเรื่องราวต่างๆ ผ่านสื่อและโซเชียลมีเดียจนกระทั่งเวลานอน การมีวิถีชีวิตที่ไม่ถูกต้องอาจทำให้เกิดความเครียดและเหนื่อยล้าสะสม โยคะจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ถูกนำมาช่วยบำบัดร่างกายและจิตใจอย่างเห็นผล และพัฒนาเป็นโยคะประเภทต่างๆ ให้เหมาะสมกับจริตของผู้ปฏิบัติ

รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ Deep-Tissue-Massage-Yoga-workshop_19-1-1024x683.jpg

อารียา สิริโสดา ผู้หญิงเก่งที่สวมบทบาทมามากมาย ทั้ง อดีตนางสาวไทย อาจารย์ นางแบบ และนักแสดง ปัจจุบันเธอค้นพบวิถีชีวิตใหม่ที่ทำให้เธอมีความสุขมาก  เธอกำลังสร้างคอมมิวนิตี้สำหรับคนที่ชื่นชอบโยคะ ณ ศาลาอารียาแห่งนี้เพื่อที่จะดูแลตัวเองพร้อมทั้งแบ่งปันให้แก่คนอื่น โยคะช่วยให้เธอหลุดพ้นความทรมานจากโรคกระดูกสันหลังส่วนที่เชื่อมต่อกับต้นคอและไหล่ซ้ายคด ส่งผลให้หลังคดและสะโพกไม่ตรง ทำให้ต้องเผชิญกับความเจ็บปวดจนแทบหมุนศรีษะไม่ได้ เธอใช้เวลากว่า 10 ปีในการฝึกฝนโยคะเพื่อบำบัดตัวเอง เรียนรู้จากโยคะกูรูประเทศต่างๆ และนำมาพัฒนาให้เป็นสไตล์ของตัวเองจนกลายเป็น Deep Tissue Massage Yoga ที่ช่วยในการบำบัดร่างกายและคลายความปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ

Deep Tissue Massage Yoga คือการผสมผสานระหว่างโยคะและการนวดกดจุด โยคะคือการหลอมรวมกาย จิต และวิญญาณ เข้าด้วยกันด้วยการเคลื่อนไหวอย่างช้า ๆ ประสานลมหายใจเข้าออก ด้วยจิตใจที่สงบนิ่ง การบริหารกายตามหลักโยคะนี้ช่วยบำรุงกล้ามเนื้อ วิธีดัดตนในท่าปกติหรือท่าโค้งงอ ช่วยให้กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น ยืดหยุ่นและผ่อนคลายจนเกิดความสมดุล ช่วยเสริมในส่วนที่ขาด ลดในส่วนที่เกินจนกระชับ ฝึกโยคะผสานกับการนวดกดจุดด้วยตัวเองโดยใช้ Yoga Massage Ball หรือลูกบอลนวดผ่อนคลายกล้ามเนื้อ เพื่อช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของร่างกาย เพิ่มช่วงการเคลื่อนไหว ช่วยรักษาอาการเจ็บปวดเรื้อรัง เช่น ปวดหลัง ปวดไหล่ และยังช่วยฟื้นฟูอาการปวดกล้ามเนื้อภายหลังการออกกำลังกาย”

อารียา กล่าวว่า “โยคะ ไม่ใช่แค่เทรนการออกกำลังกาย แต่เป็นไลฟสไตล์ของเรา หัวใจของโยคะคือการกำหนดลมหายใจการควบคุมพลังชีวิตจากภายใน เป็นการผสานเอาร่างกาย จิตวิญญาณ และสมาธิเข้าด้วยกัน ทำให้เราละทิ้งความวุ่นวายและวัตถุภายนอก หันมาสังเกตตัวเอง การปฏิบัติโยคะทำให้เรามีวินัย ไม่เพียงแต่บำบัดร่างกายและช่วยบำบัดจิตใจ โยคะคือของขวัญที่ช่วยให้เราพ้นทุกข์จากโรค เราได้เรียนรู้จากอาจารย์หลายๆท่าน ปฏิบัติและใช้รักษาตัวเองจนหาย และอยากแบ่งปันให้คนอื่นๆ”

รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ Deep-Tissue-Massage-Yoga-workshop_20-1-1024x683.jpg

การเตรียมตัวเหมือนการฝึกโยคะทั่วไป สวมใส่เสื้อผ้าที่สบาย อยู่ในที่สงบอากาศถ่ายเทสะดวก ใช้เวลาประมาณ 60-120 นาที สามารถฝึกบนเสื่อโยคะเพื่อความสะดวกสบายพร้อมอุปกรณ์สำคัญ Yoga Massage Ball บริหารกายตามท่าดัดตนต่างๆ เปิดร่างกายอย่างค่อยเป็นค่อยไปเพื่อผ่อนคลาย เพิ่มความยืดหยุ่นและปรับตำแหน่งของร่างกาย กดส่วนของร่างกายที่มีความปวดเมื่อยและกล้ามเนื้อที่มีความแข็งตึงบนลูกบอลเป็นเวลานานพอ (ประมาณ 1 นาที) หรือจนกว่าอาการเจ็บจะหาย ออกแรงกดและคลึงไปยังจุดที่กล้ามเนื้อแข็งเป็นปมจะทำให้ค่อยๆคลายตัว ใช้น้ำหนักตัวในการกำหนดแรงกดหนักเบา

รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ Deep-Tissue-Massage-Yoga-workshop_14-1-1024x683.jpg

เคล็ดลับการทำ Deep Tissue Massage Yoga ให้ได้ผลดีขึ้นด้วยการใช้คู่กับผลิตภัณฑ์บรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ เพื่อช่วยให้เนื้อเยื่อ พังผืดยืดตัวออก ลดการติดขัดของข้อต่อ ลดการปวดเกร็งของกล้ามเนื้อ ช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือด ลดบวมจากการอักเสบ ผลิตภัณฑ์ยาหม่องตราเสือ Tiger Balm Soft บรรเทาความปวดเมื่อยสูตรล่าสุดจาก ผลิตภัณฑ์ยาหม่องตราเสือ ที่มีกลิ่นหอมของลาเวนเดอร์ (Lavender) นอกจากช่วยบรรเทาอาการเมื่อยและให้กลิ่นหอมผ่อนคลาย ผลิตภัณฑ์ยาหม่องตราเสือ  เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านศาสตร์สมุนไพรที่สั่งสมภูมิปัญญาตะวันออกที่มีมายาวนานกว่า 100 ปี ด้วยเคล็ดลับการคัดสรรคุณภาพของสมุนไพรและส่วนประกอบให้ได้ตามมาตรฐานการสูตรตำรับสากล ด้วยสูตรเฉพาะจากส่วนผสมจากธรรมชาติที่ได้คัดอย่างพิเศษ ซึ่งได้รับการยอมรับและพิสูจน์ในประสิทธิภาพและความปลอดภัย ร่วมกับปริมาณของส่วนประกอบในสูตรตำรับที่มีความเข้มข้นพอเหมาะ นั่นทำให้ผลิตภัณฑ์ยาหม่องตราเสือ ได้ผลการรักษาที่ดี จึงเป็นสาเหตุว่าทำไมผลิตภัณฑ์ยาหม่องตราเสือจึงเป็นที่ยอมรับและมีจำหน่ายทั่วทั้งเอเชีย ยุโรป และ อเมริกา

นอกจากคุณสมบัติในการรักษาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อแล้ว ผลิตภัณฑ์ยาหม่องตราเสือ อื่นๆยังสามารถใช้บรรเทาอาการปวด เคล็ดขัดยอก ท้องอืด และคันเนื่องจากแมลงสัตว์กัดต่อย คืนความสมดุลให้กับชีวิตยุคใหม่ และคืนความสมบูรณ์แก่ร่างกายและจิตใจ

SQ Squeeze เพื่อนสายเฮลตี้ ชวนเป่าเป้ Masterchef Thailand

ร่วมทำ Workshop เครื่องดื่มน้ำผักผลไม้สกัดเย็น

SQ Squeeze จัด Workshop เครื่องดื่มน้ำผักผลไม้สกัดเย็น 100% โดยเชฟชื่อดัง เป่าเป้ Yu-Heng Wang หนึ่งในผู้เข้าร่วมแข่งขันจากรายการ Masterchef Thailand Season 3 กับ 3 สูตรเด็ดทั้งสูตรแก้หวัด สูตรบำรุงสายตาและสูตรสำหรับระบบขับถ่าย โดยใช้ผักและผลไม้ทั้งหมดจาก   SQ Squeeze และสับปะรดสายพันธุ์หอมสุวรรณที่ให้ความหอมหวานได้อย่างลงตัว

รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ SQ-Squeeze-workshop-พล-ศรีแดง-1-683x1024.jpg

คุณพล ศรีแดง, Managing Director บริษัท ทิปโก้ รีเทล จำกัด กล่าวถึง SQ Squeeze ว่า “SQ Squeeze แบรนด์เครื่องดื่มน้ำผักผลไม้สกัดเย็นแท้100% ที่เต็มไปด้วยวิตามินแบบเน้นๆ เพราะใช้วิธีการสกัดเย็นด้วยเครื่องไฮโดรลิคแรงดันสูง โดยไม่ทำให้เกิดความร้อน จึงช่วยคงคุณภาพของวิตามินและเอนไซม์ รวมถึงได้รสชาติของผักผลไม้จากธรรมชาติ โดยปราศจากน้ำตาล และวัตถุกันเสียหรือสารใดๆ ซึ่งใน 1 แก้วของเรานั้น มีสารอาหารที่ร่างกายควรได้รับจากผักผลไม้เพียงพอต่อวัน หรือมากกว่าปริมาณ 400 กรัม ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่รักสุขภาพอีกด้วย เพราะผักและผลไม้เป็นแหล่งที่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุรวมถึงไฟโตนิวเทรียนท์

 (Phytonutrients) ซึ่งช่วยในเรื่องชะลอการเสื่อมของเซลล์ ลดความเสื่อมโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดัน หัวใจ ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อไวรัส และส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกัน

ซึ่งทางแบรนด์ มีการจำหน่ายเครื่องดื่ม และสินค้าเพื่อสุขภาพอย่างแท้จริง อาทิเช่น 100% Cold Pressed Juice, Smoothie, 100% Wheatgrass (Shot) และ 100% Whole Wheat Cookie ในส่วนของเมนู 100% Cold Pressed Juice มีให้เลือกมากถึง 14 เมนู ไม่ว่าจะเป็นเมนู  ซูปเปอร์ไฟเบอร์, แอนตี้อ๊อกซิเดนท์,  เบิร์นเอ้าท์,  โกลว์สกิน, ซูปเปอร์ซี, รีแล็กซ์, ฟูลดีท็อกซ์, เบต้าไชน์, เอนเนจไจซ์, เวคอัพ, เดอะบูทส์, กรีนไลท์, กรีนรีบูทส์ และซูปเปอร์สกีน 

รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ SQ-Squeeze-workshop-เป่าเป้1-1-1024x683.jpg

ในงาน Workshop เป่าเป้  ได้สาธิตการทำน้ำผลไม้สกัดเย็น 3 สูตร ได้แก่ สูตรแก้หวัด ที่มีการนำบีทรูด แครอท ส้ม เลม่อน ขมิ้น ขิง และสับปะรดมาสกัดเย็น ทำให้ได้รสชาติที่กลมกล่อม ทานง่ายและหอมกลิ่นขมิ้น สูตรที่สองเป็นสูตรบำรุงสายตา ซึ่งในปัจจุบันแทบจะทุกคนต้องใช้สายตากับโทรศัพท์มือถือ หรือคอมพิวเตอร์  โดยสูตรนี้มีส่วนผสมของผักโขม สาลี่ บล็อกโคลี่ ขิงและสับปะรด และแน่นอนสูตรนี้ไม่ทำให้ผิดหวังกับรสชาติที่กลมกล่อมเช่นเดิมและไม่มีกลิ่นเหม็นเขียวแต่อย่างใด และสูตรสุดท้ายเป็นสูตรสำหรับระบบขับถ่าย ที่รวมเอาสับปะรด แอปเปิ้ล และราสเบอร์รี่ ซึ่งเรียกได้ว่าอร่อยมากจนอยากจะดื่มทุกวันเลยทีเดียว

นอกจากนี้ ทางแบรนด์ SQ Squeeze เปิดแล้วทั้งหมด 3 สาขา ได้แก่ อาคาร Interchange 21 ชั้นUL, Gateway บางซื่อ ชั้น G และ Royal Garden Plaza Pattaya ชั้นG และอีก 3 สาขา ที่จะเปิดเร็วๆ นี้ ได้แก่ Fashion Island,  Bangkok Plaza Hospital และ Bangkok Hospital พัทยา โดยสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมของแบรนด์ได้ที่ Facebook : https://www.facebook.com/SQSQUEEZE/ หรือ Line Official : @SQSQUEEZE

แบรนด์นี้ที่แม่เลือก! ส่องแฟชั่นการแต่งตัวสุดเก๋ของ ‘ชมพู่-อารยา’

รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ ชมพู่-อารยา-เอ-ฮาร์เก็ต-2-1.jpg
รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ เบลล่า-ราณี-แคมเปน-2-831x1024.jpg

และเหล่าคนดังที่ต่างเลือกสวมใส่ชุดจากแบรนด์ยอดนิยม ‘ลา บูทีคส์’ (La Boutique)พร้อมครีเอทีฟไดเร็คเตอร์ฝีมือเฉียบที่จะมาแนะนำเคล็ดลับการแต่งตัวให้สวยโฉบเฉี่ยวอย่างซุป’ตาร์

​                เพราะแม่สะดวกแบบนี้… ล่าสุดตัวแม่แห่งวงการแฟชั่น ชมพู่-อารยา เอ ฮาร์เก็ต ได้สร้างเสียงฮือฮาในโลกโซเชียลอีกครั้ง ด้วยการโพสต์ภาพตนเองในขณะที่กำลังซื้อข้าวโพดต้มอยู่ข้างทาง แต่สิ่งที่สะดุดตาเหล่าแฟนคลับนั้นกลับเป็นชุดดีไซน์เก๋ที่แม่ชมเลือกใส่มามากกว่า ซึ่งเป็นชุดในคอลเลกชั่นล่าสุดจากแบรนด์แฟชั่นชั้นนำ ‘ลา บูทีคส์’ (LA BOUTIQUE) ที่นอกจากแม่ชมจะเลือกให้เป็นหนึ่งแบรนด์ในดวงใจแล้ว เหล่าซุป’ตาร์ชื่อดังอีกมากมายต่างก็ชื่นชอบแบรนด์ดังกล่าวเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น                เบลล่า-ราณี แคมเปน, ปราง-กัญญ์ณรัณ วงศ์ขจรไกล, ใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์, มิน-พีชญา วัฒนามนตรี, แซมมี่-ดลลชา ภูวิจารย์ เคาวเวลล์, เก้า-สุภัสสรา ธนชาต, ดาว พิมพ์ทอง วชิราคม, วิว-วรรณรท สนธิไชย, เมย์     เฟื่องอารมย์, เป้ย-ปานวาด เหมมณี, เอ๋-พรทิพย์ สกิดใจ, เฮเลน่า-ขนิษฐา บุช, ฟ้าใส-ปวีณสุดา ดรูอิ้น และอีกมากมาย

​                ‘ลา บูทีคส์’ (La Boutique) แบรนด์แฟชั่นสตรี ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘นีโอ โรแมนติก’ ที่ถ่ายทอดความงดงามทางแฟชั่นกับกลิ่นอายประวัติศาสตร์ทางศิลปะอันน่าจดจำมาผสมผสานด้วยแนวความคิดที่ร่วมสมัย หล่อหลอมผ่านมุมมองการออกแบบอันสร้างสรรค์ออกมาเป็นเครื่องแต่งกายดีไซน์ทันสมัย พร้อมการตัดเย็บสุดประณีตให้สัมผัสในแบบฉบับของห้องเสื้อชั้นสูงสไตล์ฝรั่งเศส ให้ผู้สวมใส่มีเสน่ห์โดดเด่นกว่าใครทั้งในชีวิตประจำวันจวบจนถึงกระทั่งปาร์ตี้ในยามค่ำคืน

​                โดย Damini Dress ชิ้นที่ชมพู่-อารยา เอ ฮาร์เก็ต สวมใส่นั้นเป็นบูสติเย่ร์มินิเดรส ชุดกระโปรงสั้นในผ้าทวีตสีม่วง  ไลแลค ที่ผสานระหว่างความเฟมินีนและความโมเดิร์นได้อย่างลงตัว โดยมีโครงสร้างซิลลูเอทแบบคอร์เซ็ทที่ช่วยเสริมรูปร่างให้กับผู้สวมใส่ให้ผอมเพรียวขึ้น และดีเทลแขนแบบ Leg o’ mutton ที่สร้างวอลลุ่มบริเวณหัวไหล่ให้ดูน่าสนใจยิ่งขึ้น โดยชุดดังกล่าวนี้ เป็นหนึ่งในชุดซิกเนเจอร์จากคอลเลกชั่นพรีฟอล 2019 ที่ชื่อว่า เลอ พาสสาจ ออง อินเดีย (Le Passage En India) จาก      ‘ลา บูทีคส์’ (La Boutique) ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากไลฟ์สไตล์ของสตรีสูงศักดิ์ของอินเดียที่ชื่อว่า มหารานี คยาตรี เทวี (Maharani Gayatri Devi) เจ้าหญิงผู้เลอโฉมที่ครั้งหนึ่งเคยถูกยกย่องให้เป็น 1 ใน 10 สตรีที่งดงามที่สุดในโลก ทั้งยังเป็นตัวแทนของผู้หญิงยุคใหม่ที่มีอิสระทางความคิด และใช้ชีวิตได้อย่างมีสีสัน ซึ่งได้ถูกถ่ายทอดผ่านการออกแบบเสื้อผ้าที่แฝงไว้ด้วยกลิ่นอายของศิลปะ               อันงดงามแบบอินเดีย โคโลเนียล (India Colonial) มาผสานกับสไตล์นีโอ-โรแมนติก (Neo-Romantic) นิยามแห่งความงามที่ถูกตีความขึ้นใหม่ ผ่านมุมมองทางความคิด ศิลปะ วัฒนธรรม  และสังคมยุคปัจจุบันจากครีเอทีฟไดเร็คเตอร์ฝีมือเฉียบ ที่สามารถสร้างเสน่ห์ชวนหลงใหลอันเป็นเอกลักษณ์ให้กับเสื้อผ้าของ ‘ลา บูทีคส์’ (La Boutique) ได้อย่างน่าสนใจ

​                ด้านครีเอทีฟไดเร็คเตอร์ พัชรวัฒน์ ตระกาลสันติกูล ได้แนะนำเคล็ดลับการแต่งตัวให้สวยโฉบเฉี่ยวอย่างซุป’ตาร์ว่า “จากประสบการณ์ที่ได้ร่วมงานกับนักแสดง นางแบบทั้งในและต่างประเทศมามาก เราจะเห็นว่าคุณสมบัติที่ทุกคนมีคือความมั่นใจ ดังนั้นสิ่งสำคัญสำหรับการเลือกใส่เสื้อผ้าให้ดูดีข้อแรกเลยคือความรักในตัวเองและเสื้อผ้าที่สวมใส่ เพราะจะทำให้เรารู้สึกมั่นใจมากยิ่งขึ้น ขั้นตอนต่อมาคือการรู้จักเลือกเสื้อผ้าที่ดี มีคุณภาพ โดยให้เริ่มจากการเลือกที่คัตติ้งการตัดเย็บที่ปราณีต มีมาตรฐาน ต่อมาควรเลือกจากสีของเสื้อผ้าที่เข้ากับโทนสีผิวของเรา เพราะจะช่วยขับให้เราดูโดดเด่นขึ้น รวมถึงดีไซน์ที่มีความทันสมัยทั้งซิลลูเอท เนื้อผ้า และวัสดุ จะต้องมีลูกเล่นของดีเทลที่แปลกใหม่ เช่น การตัดเย็บผ้าด้วยเทคนิคแพทช์เวิร์ค ที่จะเลือกใช้ผ้าต่างสีหรือต่างชนิดมาตัดเย็บเข้าด้วยกัน รวมถึงการปักประดับคริสตัลต่างๆ ก็จะช่วยสร้างลุคที่น่าสนใจขึ้นได้”

ร่วมสร้างสรรค์สไตล์ให้โดดเด่นกว่าใครด้วยเสื้อผ้าจากแบรนด์ ‘ลา บูทีคส์’ (La Boutique) ได้แล้ววันนี้ที่ แฟลกชิพสโตร์ ศูนย์การค้าสยามสแควร์วัน ชั้น 2 โทร. 096-884-0825, แฟลกชิพสโตร์โฉมใหม่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 1 โทร.096-884-0295, ศูนย์การค้าสยามพารากอน ชั้น 1 โทร.090-797-2479 และทาง www.laboutiqueofficial.com

รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ ชมพู่-อารยา-เอ-ฮาร์เก็ต-1-831x1024.jpg

งานผิวต้องมา! หมอโอ๊ค แนะนำ 5 วิธีดูแลผิวให้สวยใส ฉ่ำวาว แลดูสุขภาพดี

แบบ ‘Glass Skin’ เทรนด์ผิวใหม่ ในปี 2019 – 2020

สำหรับสาว ๆนอกจากใบหน้าและรูปร่างที่ต้องคอยดูแลอย่างสม่ำเสมอแล้วงานผิวก็เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะถ้าเรามีผิวที่เปล่งปลั่ง เรียบเนียน สดใส แลดูสุขภาพดี ก็จะช่วยเสริมบุคลิกภาพให้ดูสดใส น่าเข้าใกล้ พร้อมเสริมเสน่ห์และความั่นใจให้กับสาว ๆ ได้เลยทีเดียว เมิร์ซ เอสเธติกส์ ในฐานะผู้นำนวัตกรรมความงามจากเยอรมัน จึงได้เชิญแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมาร่วมพูดคุยและอัปเดตเทรนด์ผิวประจำปี พร้อมแชร์วิธีการดูแลผิวให้สวยใส แลดูสุขภาพดี  ไม่ตกเทรนด์ กับ หมอโอ๊ค หรือ นายแพทย์ สมิทธิ์ อารยะสกุล จาก Smith Prive’ Aesthetique Clinic จะเป็นอย่างไรบ้างนั้นตามมาดูกันเลย

“คำว่า “ผิวสวย” ในปัจจุบัน ไม่จำเป็นต้องเป็นผิวขาว แต่ต้องเป็นผิวที่ดูสุขภาพดี มีความเรียบเนียน สีผิวสม่ำเสมอ ไม่มีริ้วรอยหรือจุดด่างดำ และต้องมีความชุ่มชื้นที่พอเหมาะ โดยในปีนี้ ผิวแบบ “Glass Skin” ได้รับความนิยมจากสาว ๆ ทั่วโลกเป็นอย่างมากและยังเป็น New Beauty Trend ในปี 2019 – 2020 อีกด้วย ซึ่งเป็นลักษณะผิวที่มีสุขภาพดีจนสามารถเปล่งประกาย เงาวาว เหมือนมีน้ำใต้ผิว ยกตัวอย่างนักแสดงที่เห็นได้ชัด อาทิ Jennifer Lawrence กับ Bella Hadid ในโซนตะวันตก หรือ โซนของเอเซีย ก็อย่างเช่น จวน จี ฮุน ที่มีความใกล้เคียงกับผิวแบบ Glass Skin มากที่สุดครับ โดยวิธีการที่จะดูแลผิวให้สวยใส ฉ่ำวาว และดูสุขภาพดีแบบ Glass Skin ก็มีหลายวิธี ทั้งวิธีการที่เริ่มจากการดูแลจากภายในสู่ภายนอก เพื่อเสริมสร้างโครงสร้างภายในของผิวเราให้แข็งแรงก่อน และวิธีที่ช่วยให้เห็นผลได้รวดเร็ว อย่างการปรึกษาคุณหมอในคลินิกเสริมความงาม ทั้งนี้ หมออยากแนะนำให้ตรวจสอบและเลือกสถานพยาบาลที่มีมาตรฐาน น่าเชื่อถือ มีแพทย์ที่เชี่ยวชาญ รวมทั้งมีเครื่องมือและนวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพสูง เพื่อความปลอดภัยและเห็นผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจน”

รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ หมอโอ๊ค-1024x1024.jpg
รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ Bella-Hadid-1-845x1024.jpg
รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ Jennifer-Lawrence-1-819x1024.jpg

Prive’ Aesthetique Clinic ร่วมกับ Merz Aesthetics เพื่อเพิ่มความ Radiance บริเวณพวงแก้ม ซึ่งเป็นจุดกระทบแสง ให้เปล่งประกายอย่างมั่นใจ

หากท่านใดสนใจ สามารถรับบริการ Skin Radiance Program by Merz Aesthetics ได้แล้ววันนี้ ที่คลินิกความงามกว่า 300 แห่งทั่วประเทศ โดยสังเกตเครื่องหมาย Skin Radiance by Merz Aesthetics  ณ คลินิกให้บริการ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและค้นหาคลินิกให้บริการได้ที่ www.merzclubthailand.com หรือ ติดตามข่าวสารที่  Facebook: MerzAestheticsThailand

เครดิตรูปภาพ

IG: @junjihyun_81

IG: @bellahadid

IG: @jlawthequeen

รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ จวน-จี-ฮุน-1-1024x1024.jpg

มาสด้าพร้อมมอบบริการสู่ลูกค้าเมืองกาญจนบุรี

มาสด้าผุดโชว์รูมแห่งใหม่ใจกลางเมืองกาญจนบุรี จัดพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ พร้อมให้บริการทั้งด้านการขาย และการบริการลูกค้าในจังหวัดและพื้นที่ใกล้เคียง จ่อเตรียมเปิดศูนย์ซ่อมสีและตัวถังเร็วๆ นี้ เพื่อให้การบริการแบบครบวงจรอย่างแท้จริง ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการ จังหวัดกาญจนบุรี ร่วมแสดงความยินดี

รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ Mazda_3-2-1024x682.jpg

นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า จังหวัดกาญจนบุรีเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศไทย อีกทั้งสภาวะเศรษฐกิจมีแนวโน้มที่ดีขึ้นจากการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ในประเทศเพื่อนบ้านอย่างพม่า ส่งผลให้กาญจนบุรีที่เปรียบเสมือนประตูสู่ประเทศไทยได้รับผลดีไปด้วยทั้งด้านการค้าชายแดนและการท่องเที่ยว จากความตั้งใจที่จะมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า การยกระดับคุณภาพมาตรฐานการบริการ รวมถึงการขยายเครือข่ายให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ จึงเป็นเรื่องสำคัญอันดับต้นๆ เพื่อรองรับกับจำนวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และด้วยผลลัพธ์เชิงบวกจากความทุ่มเทของมาสด้าที่ได้สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักธุรกิจรายใหม่ๆ ทั้งที่ดำเนินธุรกิจในวงการรถยนต์อยู่แล้ว หรือจากธุรกิจอื่นๆ ต่างให้ความสนใจร่วมลงทุนกับมาสด้ามากขึ้น

กาญจนบุรีเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพสูงในการเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของภาคตะวันตก ทั้งในด้านการค้าการ การลงทุนชายแดน เมื่อเชื่อมโยงกับท่าเรือน้ำลึกทวาย จะทำให้สามารถขนส่งและแปรรูปวัตถุดิบและสินค้าออกสู่ตลาดโลกได้สะดวกยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นพื้นที่เศรษฐกิจหลักที่กระตุ้นให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมและพาณิชยกรรมต่างๆ โดยเฉพาะการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมและท่าเรือน้ำลึกทวาย จะเป็นการเปิดประเทศสู่เส้นทางเดินเรือใหม่ของโลก มีโอกาสในการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมในเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน เพื่อรองรับอุตสาหกรรมหนักในนิคมอุตสาหกรรมทวาย และมีบทบาทสำคัญในการแก้ไขข้อจำกัดการขยายพื้นที่อุตสาหกรรมของประเทศไทย สนับสนุนการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในอนาคต

รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ Mazda_4-1-1024x683.jpg

ด้านนาย โสภณ สามัคคีธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจ เอส ออโตโมบิล จำกัด กล่าวว่า ด้วยประสบการณ์ในการประกอบธุรกิจรถยนต์มานานกว่า 20 ปี กอปรกับความคุ้นเคยกับคนในพื้นที่เป็นอย่างดี ทำให้เราเข้าใจรูปแบบการใช้ชีวิต จึงสามารถเติมเต็มความต้องการของลูกค้าได้ตรงจุด ดังนั้นเป้าหมายในการสร้างความประทับใจจนเกิดความพึงพอใจสูงสุดจึงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับ มาสด้า กาญจนบรี โดยมีทำเลที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองบนพื้นที่กว่า 3,000 ตารางเมตร การเดินทางสะดวกสบาย พร้อมให้บริการทั้งด้านการขาย การซ่อมบำรุงทุกรายการ และเตรียมเปิดศูนย์ซ่อมสีและตัวถังในเร็วๆ นี้ เพื่อมอบการบริการแบบครบวงจรให้กับลูกค้า

รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ Mazda_5-1-1024x682.jpg

โปรดติดตามความเคลื่อนไหวและกิจกรรมของมาสด้าผ่านทางทางโซเชียลมีเดีย

เว็บไซต์ www.mazda.co.th และ MazdaThailandOfficial: Facebook/YouTube/Instagram/LINE

Benz Star Flag Point Maniaจัดแคมเปญเขย่าวงการนักช้อปออกรถวันนี้แลกพอยท์รับส่วนลดเงินสดฟรี 1แสนบาท หรือ จองรถวันนี้รับพอยท์เพิ่มทันที x20 เท่า!

รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ Photo_Benz-Star-Flag-Point-Mania-877x1024.jpg

บริษัท สตาร์แฟลก จำกัด ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการ เอาใจ สายช้อป มอบโปรโมชั่นสุดพิเศษที่นักช้อปตัวจริงห้ามพลาด!กับแคมเปญเขย่าวงการ “Benz Star Flag Point Mania” เตรียมตัวให้พร้อม จับบัตรเครดิตของคุณให้มั่น แล้วรูดให้สุดพลัง กับข้อเสนอสุดปังจากเบนซ์สตาร์แฟลก ที่ยังให้ทั้งส่วนลดเหมือนเดิม  แจกเต็มเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือ เพียงแค่คุณนำพอยท์บัตรเครดิตของคุณมาออกรถกับเบนซ์สตาร์แฟลกวันนี้ 10,000 พอยท์ แลกรับส่วนลดเงินสดทันที100,000 บาท(เฉพาะรุ่นที่ร่วมรายการ) หรือ เมื่อจองรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ วันนี้ รับพอยท์เพิ่มฟรีทันที x20 เท่า! เมื่อชำระการจองผ่านบัตรเครดิต *ที่ร่วมรายการ แค่นี้ก็สามารถถอยเมอร์เซเดส-เบนซ์ คันโปรดของคุณกลับบ้านได้สบายๆ พร้อมสิทธิประโยชน์มากมายรอคุณอยู่ เมื่อจองรถและออกรถที่บนซ์สตาร์แฟลก ตั้งแต่วันนี้ -30 กันยายน 2562

       เงื่อนไข  

  • เมื่อจองรถผ่านบัตรเครดิต (ธนาคารที่ร่วมรายการ) รับพอยท์เพิ่มทันที x 20 เท่า
  • แลก 1,000 พอยท์ เพื่อจองรถได้สูงสุดถึง 100,000 บาท
  • เปลี่ยนพอยท์เป็นส่วนลดเงินสดเพิ่มอีกทันที ทุก 1 พอยท์ เท่ากับ 1 บาท คิดเป็นมูลค่าสูงกว่าปกติถึง  10 เท่า
  • และรุ่นพิเศษ S-Class ทุก 1 พอยท์ เท่ากับ 10 บาท มูลค่าสูงกว่าปกติ 100 เท่า

เริ่มการเขียน หรือพิมพ์เครื่องหมายทับ (/) เพื่อเลือกบล็อก ย่อหน้าการเล่าเรื่องทั้งหมดเริ่มต้นด้วยการสร้างบล็อกขนาดตัวอักษรDrop Cap

เปิดตัวเลือกการแสดงอักษรตัวแรกขนาดใหญ่ค้นหาบล็อก

เปิดรับสมัครวันที่ 2 สิงหาคม 2562 นี้ ช่องทางการสมัคร

วัตสัน ฉลองครบรอบ 23 ปี แจกทองยิ่งใหญ่ สะใจทั้งเดือน

มอบความสุขให้กับนักช้อป ลุ้นรับทองคำมูลค่ารวมกว่า 1.6 ล้านบาท

วัตสัน ครบรอบ 23 ปี แจกทองยิ่งใหญ่ สะใจทั้งเดือน!!  วัตสัน ผู้นำร้านเพื่อสุขภาพและความงามอันดับหนึ่งของประเทศไทย ฉลอง “ครบรอบ 23 ปี” ขนทัพสินค้าน่าสนใจหลายรายการ จัดเต็มด้วยราคาน่าช็อป เริ่มต้นที่ 23 บาท พร้อมกันนี้แจกหนักแจกจริงทุกสัปดาห์!! กับ ทองคำ 1 บาท จำนวน 28 รางวัล และรางวัลใหญ่ ทองคำแท่ง 23 บาท จำนวน 1 รางวัล มูลค่ารวมกว่า 1.6 ล้านบาท  เมื่อซื้อสินค้าที่ร้านวัตสันครบ 300 บาทรับคูปองลุ้นชิงทองคำจำนวน 1 ใบ สำหรับสมาชิกวัตสัน รับคูปองและลุ้นชิงทองคำ คูณ 2 กันไปเลย! พร้อมประกาศผลผู้โชคดีทุกสัปดาห์ ผ่านทางเฟสบุ๊ค Watsons Thailand เริ่มช้อป และลุ้นชิงทองคำกันได้ ตั้งแต่วันที่ 25 กรกฎาคม ถึง 21 สิงหาคม 2562 นี้ ที่ร้านวัตสันทุกสาขาทั่วประเทศไทย หรือช้อปออนไลน์ผ่านวัตสันออนไลน์ และสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สื่อ ณ จุดขาย  Official Line WatsonsTH เว็บไซต์ www.watsons.co.th และแอปพลิเคชัน WatsonsTH ทั้ง PlayStore และ AppStore

สินค้าที่น่าสนใจ ราคาเริ่มต้นที่ 23บาท 

  • วัตสัน เอ็กซ์เพลส ,เจลลี่ ,โมบายเกิร์ล , เอชเอมาสก์ ทุกสูตร ราคาปกติ 49-59  เหลือชิ้นละ 23 บาท
  • ลิสเตอรีน น้ำยาบ้วนปาก ราคาปกติ 177  เหลือชิ้นละ 123 บาท
  • เมย์เบลลีน เซนเซชั่นแนล ลิควิดแมท ทุกเฉด ราคาปกติ 149 เหลือ แท่งละ123 บาท
  • เทรซาเม่ แชมพู / คอนดิชั่นเนอร์ ราคาปกติ 159 เหลือ แท่งละ123 บาท
  • บิโอเรยูวี บอดี้เซรั่ม SPF50+ PA++++ (ทุกสูตร) ราคาปกติ 290  เหลือชิ้นละ 223 บาท
  • แบลคมอร์ส โอเดอร์เลส ฟิช ออยล์ มินิแคป 60 แคปซูล ราคาปกติ 480 เหลือชิ้นละ 323 บาท
  • กลุ่มผลิตภัณฑ์เดอมาแอคชันพลัส บายวัตสัน แอดวานซ์ ซันโซล่าร์  แบริเออร์ (ทุกสูตร) ราคาปกติ 580  เหลือชิ้นละ 423 บาท

Deep Tissue Massage Yoga เหยียดกาย คลายปวด

ไลฟสไตล์ของคนในปัจจุบันที่มีทั้งความเครียด เร่งรีบ และกิจกรรมที่อัดแน่นตลอดทั้งวัน การขาดการออกกำลังกาย โภชนาการที่ไม่เหมาะสม แม้พักผ่อนอยู่บ้านสมองยังคงครุ่นคิดกับการอัพเดตเรื่องราวต่างๆ ผ่านสื่อและโซเชียลมีเดียจนกระทั่งเวลานอน การมีวิถีชีวิตที่ไม่ถูกต้องอาจทำให้เกิดความเครียดและเหนื่อยล้าสะสม โยคะจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ถูกนำมาช่วยบำบัดร่างกายและจิตใจอย่างเห็นผล และพัฒนาเป็นโยคะประเภทต่างๆ ให้เหมาะสมกับจริตของผู้ปฏิบัติ

อารียา สิริโสดา ผู้หญิงเก่งที่สวมบทบาทมามากมาย ทั้ง อดีตนางสาวไทย อาจารย์ นางแบบ และนักแสดง ปัจจุบันเธอค้นพบวิถีชีวิตใหม่ที่ทำให้เธอมีความสุขมาก  เธอกำลังสร้างคอมมิวนิตี้สำหรับคนที่ชื่นชอบโยคะ ณ ศาลาอารียาแห่งนี้เพื่อที่จะดูแลตัวเองพร้อมทั้งแบ่งปันให้แก่คนอื่น โยคะช่วยให้เธอหลุดพ้นความทรมานจากโรคกระดูกสันหลังส่วนที่เชื่อมต่อกับต้นคอและไหล่ซ้ายคด ส่งผลให้หลังคดและสะโพกไม่ตรง ทำให้ต้องเผชิญกับความเจ็บปวดจนแทบหมุนศรีษะไม่ได้ เธอใช้เวลากว่า 10 ปีในการฝึกฝนโยคะเพื่อบำบัดตัวเอง เรียนรู้จากโยคะกูรูประเทศต่างๆ และนำมาพัฒนาให้เป็นสไตล์ของตัวเองจนกลายเป็น Deep Tissue Massage Yoga ที่ช่วยในการบำบัดร่างกายและคลายความปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ

Deep Tissue Massage Yoga คือการผสมผสานระหว่างโยคะและการนวดกดจุด โยคะคือการหลอมรวมกาย จิต และวิญญาณ เข้าด้วยกันด้วยการเคลื่อนไหวอย่างช้า ๆ ประสานลมหายใจเข้าออก ด้วยจิตใจที่สงบนิ่ง การบริหารกายตามหลักโยคะนี้ช่วยบำรุงกล้ามเนื้อ วิธีดัดตนในท่าปกติหรือท่าโค้งงอ ช่วยให้กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น ยืดหยุ่นและผ่อนคลายจนเกิดความสมดุล ช่วยเสริมในส่วนที่ขาด ลดในส่วนที่เกินจนกระชับ ฝึกโยคะผสานกับการนวดกดจุดด้วยตัวเองโดยใช้ Yoga Massage Ball หรือลูกบอลนวดผ่อนคลายกล้ามเนื้อ เพื่อช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของร่างกาย เพิ่มช่วงการเคลื่อนไหว ช่วยรักษาอาการเจ็บปวดเรื้อรัง เช่น ปวดหลัง ปวดไหล่ และยังช่วยฟื้นฟูอาการปวดกล้ามเนื้อภายหลังการออกกำลังกาย”

อารียา กล่าวว่า “โยคะ ไม่ใช่แค่เทรนการออกกำลังกาย แต่เป็นไลฟสไตล์ของเรา หัวใจของโยคะคือการกำหนดลมหายใจการควบคุมพลังชีวิตจากภายใน เป็นการผสานเอาร่างกาย จิตวิญญาณ และสมาธิเข้าด้วยกัน ทำให้เราละทิ้งความวุ่นวายและวัตถุภายนอก หันมาสังเกตตัวเอง การปฏิบัติโยคะทำให้เรามีวินัย ไม่เพียงแต่บำบัดร่างกายและช่วยบำบัดจิตใจ โยคะคือของขวัญที่ช่วยให้เราพ้นทุกข์จากโรค เราได้เรียนรู้จากอาจารย์หลายๆท่าน ปฏิบัติและใช้รักษาตัวเองจนหาย และอยากแบ่งปันให้คนอื่นๆ”

การเตรียมตัวเหมือนการฝึกโยคะทั่วไป สวมใส่เสื้อผ้าที่สบาย อยู่ในที่สงบอากาศถ่ายเทสะดวก ใช้เวลาประมาณ 60-120 นาที สามารถฝึกบนเสื่อโยคะเพื่อความสะดวกสบายพร้อมอุปกรณ์สำคัญ Yoga Massage Ball บริหารกายตามท่าดัดตนต่างๆ เปิดร่างกายอย่างค่อยเป็นค่อยไปเพื่อผ่อนคลาย เพิ่มความยืดหยุ่นและปรับตำแหน่งของร่างกาย กดส่วนของร่างกายที่มีความปวดเมื่อยและกล้ามเนื้อที่มีความแข็งตึงบนลูกบอลเป็นเวลานานพอ (ประมาณ 1 นาที) หรือจนกว่าอาการเจ็บจะหาย ออกแรงกดและคลึงไปยังจุดที่กล้ามเนื้อแข็งเป็นปมจะทำให้ค่อยๆคลายตัว ใช้น้ำหนักตัวในการกำหนดแรงกดหนักเบา

เคล็ดลับการทำ Deep Tissue Massage Yoga ให้ได้ผลดีขึ้นด้วยการใช้คู่กับผลิตภัณฑ์บรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ เพื่อช่วยให้เนื้อเยื่อ พังผืดยืดตัวออก ลดการติดขัดของข้อต่อ ลดการปวดเกร็งของกล้ามเนื้อ ช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือด ลดบวมจากการอักเสบ ผลิตภัณฑ์ยาหม่องตราเสือ Tiger Balm Soft บรรเทาความปวดเมื่อยสูตรล่าสุดจาก ผลิตภัณฑ์ยาหม่องตราเสือ ที่มีกลิ่นหอมของลาเวนเดอร์ (Lavender) นอกจากช่วยบรรเทาอาการเมื่อยและให้กลิ่นหอมผ่อนคลาย ผลิตภัณฑ์ยาหม่องตราเสือ  เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านศาสตร์สมุนไพรที่สั่งสมภูมิปัญญาตะวันออกที่มีมายาวนานกว่า 100 ปี ด้วยเคล็ดลับการคัดสรรคุณภาพของสมุนไพรและส่วนประกอบให้ได้ตามมาตรฐานการสูตรตำรับสากล ด้วยสูตรเฉพาะจากส่วนผสมจากธรรมชาติที่ได้คัดอย่างพิเศษ ซึ่งได้รับการยอมรับและพิสูจน์ในประสิทธิภาพและความปลอดภัย ร่วมกับปริมาณของส่วนประกอบในสูตรตำรับที่มีความเข้มข้นพอเหมาะ นั่นทำให้ผลิตภัณฑ์ยาหม่องตราเสือ ได้ผลการรักษาที่ดี จึงเป็นสาเหตุว่าทำไมผลิตภัณฑ์ยาหม่องตราเสือจึงเป็นที่ยอมรับและมีจำหน่ายทั่วทั้งเอเชีย ยุโรป และ อเมริกา

นอกจากคุณสมบัติในการรักษาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อแล้ว ผลิตภัณฑ์ยาหม่องตราเสือ อื่นๆยังสามารถใช้บรรเทาอาการปวด เคล็ดขัดยอก ท้องอืด และคันเนื่องจากแมลงสัตว์กัดต่อย คืนความสมดุลให้กับชีวิตยุคใหม่ และคืนความสมบูรณ์แก่ร่างกายและจิตใจ

SQ Squeeze เพื่อนสายเฮลตี้ ชวนเป่าเป้ Masterchef Thailand

ร่วมทำ Workshop เครื่องดื่มน้ำผักผลไม้สกัดเย็น

SQ Squeeze จัด Workshop เครื่องดื่มน้ำผักผลไม้สกัดเย็น 100% โดยเชฟชื่อดัง เป่าเป้ Yu-Heng Wang หนึ่งในผู้เข้าร่วมแข่งขันจากรายการ Masterchef Thailand Season 3 กับ 3 สูตรเด็ดทั้งสูตรแก้หวัด สูตรบำรุงสายตาและสูตรสำหรับระบบขับถ่าย โดยใช้ผักและผลไม้ทั้งหมดจาก   SQ Squeeze และสับปะรดสายพันธุ์หอมสุวรรณที่ให้ความหอมหวานได้อย่างลงตัว

คุณพล ศรีแดง, Managing Director บริษัท ทิปโก้ รีเทล จำกัด กล่าวถึง SQ Squeeze ว่า “SQ Squeeze แบรนด์เครื่องดื่มน้ำผักผลไม้สกัดเย็นแท้100% ที่เต็มไปด้วยวิตามินแบบเน้นๆ เพราะใช้วิธีการสกัดเย็นด้วยเครื่องไฮโดรลิคแรงดันสูง โดยไม่ทำให้เกิดความร้อน จึงช่วยคงคุณภาพของวิตามินและเอนไซม์ รวมถึงได้รสชาติของผักผลไม้จากธรรมชาติ โดยปราศจากน้ำตาล และวัตถุกันเสียหรือสารใดๆ ซึ่งใน 1 แก้วของเรานั้น มีสารอาหารที่ร่างกายควรได้รับจากผักผลไม้เพียงพอต่อวัน หรือมากกว่าปริมาณ 400 กรัม ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่รักสุขภาพอีกด้วย เพราะผักและผลไม้เป็นแหล่งที่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุรวมถึงไฟโตนิวเทรียนท์

 (Phytonutrients) ซึ่งช่วยในเรื่องชะลอการเสื่อมของเซลล์ ลดความเสื่อมโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดัน หัวใจ ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อไวรัส และส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกัน

ซึ่งทางแบรนด์ มีการจำหน่ายเครื่องดื่ม และสินค้าเพื่อสุขภาพอย่างแท้จริง อาทิเช่น 100% Cold Pressed Juice, Smoothie, 100% Wheatgrass (Shot) และ 100% Whole Wheat Cookie ในส่วนของเมนู 100% Cold Pressed Juice มีให้เลือกมากถึง 14 เมนู ไม่ว่าจะเป็นเมนู  ซูปเปอร์ไฟเบอร์, แอนตี้อ๊อกซิเดนท์,  เบิร์นเอ้าท์,  โกลว์สกิน, ซูปเปอร์ซี, รีแล็กซ์, ฟูลดีท็อกซ์, เบต้าไชน์, เอนเนจไจซ์, เวคอัพ, เดอะบูทส์, กรีนไลท์, กรีนรีบูทส์ และซูปเปอร์สกีน 

ในงาน Workshop เป่าเป้  ได้สาธิตการทำน้ำผลไม้สกัดเย็น 3 สูตร ได้แก่ สูตรแก้หวัด ที่มีการนำบีทรูด แครอท ส้ม เลม่อน ขมิ้น ขิง และสับปะรดมาสกัดเย็น ทำให้ได้รสชาติที่กลมกล่อม ทานง่ายและหอมกลิ่นขมิ้น สูตรที่สองเป็นสูตรบำรุงสายตา ซึ่งในปัจจุบันแทบจะทุกคนต้องใช้สายตากับโทรศัพท์มือถือ หรือคอมพิวเตอร์  โดยสูตรนี้มีส่วนผสมของผักโขม สาลี่ บล็อกโคลี่ ขิงและสับปะรด และแน่นอนสูตรนี้ไม่ทำให้ผิดหวังกับรสชาติที่กลมกล่อมเช่นเดิมและไม่มีกลิ่นเหม็นเขียวแต่อย่างใด และสูตรสุดท้ายเป็นสูตรสำหรับระบบขับถ่าย ที่รวมเอาสับปะรด แอปเปิ้ล และราสเบอร์รี่ ซึ่งเรียกได้ว่าอร่อยมากจนอยากจะดื่มทุกวันเลยทีเดียว

นอกจากนี้ ทางแบรนด์ SQ Squeeze เปิดแล้วทั้งหมด 3 สาขา ได้แก่ อาคาร Interchange 21 ชั้นUL, Gateway บางซื่อ ชั้น G และ Royal Garden Plaza Pattaya ชั้นG และอีก 3 สาขา ที่จะเปิดเร็วๆ นี้ ได้แก่ Fashion Island,  Bangkok Plaza Hospital และ Bangkok Hospital พัทยา โดยสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมของแบรนด์ได้ที่ Facebook : https://www.facebook.com/SQSQUEEZE/ หรือ Line Official : @SQSQUEEZE

แบรนด์นี้ที่แม่เลือก! ส่องแฟชั่นการแต่งตัวสุดเก๋ของ ‘ชมพู่-อารยา’

และเหล่าคนดังที่ต่างเลือกสวมใส่ชุดจากแบรนด์ยอดนิยม ‘ลา บูทีคส์’ (La Boutique)พร้อมครีเอทีฟไดเร็คเตอร์ฝีมือเฉียบที่จะมาแนะนำเคล็ดลับการแต่งตัวให้สวยโฉบเฉี่ยวอย่างซุป’ตาร์

​                เพราะแม่สะดวกแบบนี้… ล่าสุดตัวแม่แห่งวงการแฟชั่น ชมพู่-อารยา เอ ฮาร์เก็ต ได้สร้างเสียงฮือฮาในโลกโซเชียลอีกครั้ง ด้วยการโพสต์ภาพตนเองในขณะที่กำลังซื้อข้าวโพดต้มอยู่ข้างทาง แต่สิ่งที่สะดุดตาเหล่าแฟนคลับนั้นกลับเป็นชุดดีไซน์เก๋ที่แม่ชมเลือกใส่มามากกว่า ซึ่งเป็นชุดในคอลเลกชั่นล่าสุดจากแบรนด์แฟชั่นชั้นนำ ‘ลา บูทีคส์’ (LA BOUTIQUE) ที่นอกจากแม่ชมจะเลือกให้เป็นหนึ่งแบรนด์ในดวงใจแล้ว เหล่าซุป’ตาร์ชื่อดังอีกมากมายต่างก็ชื่นชอบแบรนด์ดังกล่าวเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น                เบลล่า-ราณี แคมเปน, ปราง-กัญญ์ณรัณ วงศ์ขจรไกล, ใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์, มิน-พีชญา วัฒนามนตรี, แซมมี่-ดลลชา ภูวิจารย์ เคาวเวลล์, เก้า-สุภัสสรา ธนชาต, ดาว พิมพ์ทอง วชิราคม, วิว-วรรณรท สนธิไชย, เมย์     เฟื่องอารมย์, เป้ย-ปานวาด เหมมณี, เอ๋-พรทิพย์ สกิดใจ, เฮเลน่า-ขนิษฐา บุช, ฟ้าใส-ปวีณสุดา ดรูอิ้น และอีกมากมาย

​                ‘ลา บูทีคส์’ (La Boutique) แบรนด์แฟชั่นสตรี ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘นีโอ โรแมนติก’ ที่ถ่ายทอดความงดงามทางแฟชั่นกับกลิ่นอายประวัติศาสตร์ทางศิลปะอันน่าจดจำมาผสมผสานด้วยแนวความคิดที่ร่วมสมัย หล่อหลอมผ่านมุมมองการออกแบบอันสร้างสรรค์ออกมาเป็นเครื่องแต่งกายดีไซน์ทันสมัย พร้อมการตัดเย็บสุดประณีตให้สัมผัสในแบบฉบับของห้องเสื้อชั้นสูงสไตล์ฝรั่งเศส ให้ผู้สวมใส่มีเสน่ห์โดดเด่นกว่าใครทั้งในชีวิตประจำวันจวบจนถึงกระทั่งปาร์ตี้ในยามค่ำคืน

​                โดย Damini Dress ชิ้นที่ชมพู่-อารยา เอ ฮาร์เก็ต สวมใส่นั้นเป็นบูสติเย่ร์มินิเดรส ชุดกระโปรงสั้นในผ้าทวีตสีม่วง  ไลแลค ที่ผสานระหว่างความเฟมินีนและความโมเดิร์นได้อย่างลงตัว โดยมีโครงสร้างซิลลูเอทแบบคอร์เซ็ทที่ช่วยเสริมรูปร่างให้กับผู้สวมใส่ให้ผอมเพรียวขึ้น และดีเทลแขนแบบ Leg o’ mutton ที่สร้างวอลลุ่มบริเวณหัวไหล่ให้ดูน่าสนใจยิ่งขึ้น โดยชุดดังกล่าวนี้ เป็นหนึ่งในชุดซิกเนเจอร์จากคอลเลกชั่นพรีฟอล 2019 ที่ชื่อว่า เลอ พาสสาจ ออง อินเดีย (Le Passage En India) จาก      ‘ลา บูทีคส์’ (La Boutique) ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากไลฟ์สไตล์ของสตรีสูงศักดิ์ของอินเดียที่ชื่อว่า มหารานี คยาตรี เทวี (Maharani Gayatri Devi) เจ้าหญิงผู้เลอโฉมที่ครั้งหนึ่งเคยถูกยกย่องให้เป็น 1 ใน 10 สตรีที่งดงามที่สุดในโลก ทั้งยังเป็นตัวแทนของผู้หญิงยุคใหม่ที่มีอิสระทางความคิด และใช้ชีวิตได้อย่างมีสีสัน ซึ่งได้ถูกถ่ายทอดผ่านการออกแบบเสื้อผ้าที่แฝงไว้ด้วยกลิ่นอายของศิลปะ               อันงดงามแบบอินเดีย โคโลเนียล (India Colonial) มาผสานกับสไตล์นีโอ-โรแมนติก (Neo-Romantic) นิยามแห่งความงามที่ถูกตีความขึ้นใหม่ ผ่านมุมมองทางความคิด ศิลปะ วัฒนธรรม  และสังคมยุคปัจจุบันจากครีเอทีฟไดเร็คเตอร์ฝีมือเฉียบ ที่สามารถสร้างเสน่ห์ชวนหลงใหลอันเป็นเอกลักษณ์ให้กับเสื้อผ้าของ ‘ลา บูทีคส์’ (La Boutique) ได้อย่างน่าสนใจ

​                ด้านครีเอทีฟไดเร็คเตอร์ พัชรวัฒน์ ตระกาลสันติกูล ได้แนะนำเคล็ดลับการแต่งตัวให้สวยโฉบเฉี่ยวอย่างซุป’ตาร์ว่า “จากประสบการณ์ที่ได้ร่วมงานกับนักแสดง นางแบบทั้งในและต่างประเทศมามาก เราจะเห็นว่าคุณสมบัติที่ทุกคนมีคือความมั่นใจ ดังนั้นสิ่งสำคัญสำหรับการเลือกใส่เสื้อผ้าให้ดูดีข้อแรกเลยคือความรักในตัวเองและเสื้อผ้าที่สวมใส่ เพราะจะทำให้เรารู้สึกมั่นใจมากยิ่งขึ้น ขั้นตอนต่อมาคือการรู้จักเลือกเสื้อผ้าที่ดี มีคุณภาพ โดยให้เริ่มจากการเลือกที่คัตติ้งการตัดเย็บที่ปราณีต มีมาตรฐาน ต่อมาควรเลือกจากสีของเสื้อผ้าที่เข้ากับโทนสีผิวของเรา เพราะจะช่วยขับให้เราดูโดดเด่นขึ้น รวมถึงดีไซน์ที่มีความทันสมัยทั้งซิลลูเอท เนื้อผ้า และวัสดุ จะต้องมีลูกเล่นของดีเทลที่แปลกใหม่ เช่น การตัดเย็บผ้าด้วยเทคนิคแพทช์เวิร์ค ที่จะเลือกใช้ผ้าต่างสีหรือต่างชนิดมาตัดเย็บเข้าด้วยกัน รวมถึงการปักประดับคริสตัลต่างๆ ก็จะช่วยสร้างลุคที่น่าสนใจขึ้นได้”

ร่วมสร้างสรรค์สไตล์ให้โดดเด่นกว่าใครด้วยเสื้อผ้าจากแบรนด์ ‘ลา บูทีคส์’ (La Boutique) ได้แล้ววันนี้ที่ แฟลกชิพสโตร์ ศูนย์การค้าสยามสแควร์วัน ชั้น 2 โทร. 096-884-0825, แฟลกชิพสโตร์โฉมใหม่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 1 โทร.096-884-0295, ศูนย์การค้าสยามพารากอน ชั้น 1 โทร.090-797-2479 และทาง www.laboutiqueofficial.com

งานผิวต้องมา! หมอโอ๊ค แนะนำ 5 วิธีดูแลผิวให้สวยใส ฉ่ำวาว แลดูสุขภาพดี

แบบ ‘Glass Skin’ เทรนด์ผิวใหม่ ในปี 2019 – 2020

สำหรับสาว ๆนอกจากใบหน้าและรูปร่างที่ต้องคอยดูแลอย่างสม่ำเสมอแล้วงานผิวก็เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะถ้าเรามีผิวที่เปล่งปลั่ง เรียบเนียน สดใส แลดูสุขภาพดี ก็จะช่วยเสริมบุคลิกภาพให้ดูสดใส น่าเข้าใกล้ พร้อมเสริมเสน่ห์และความั่นใจให้กับสาว ๆ ได้เลยทีเดียว เมิร์ซ เอสเธติกส์ ในฐานะผู้นำนวัตกรรมความงามจากเยอรมัน จึงได้เชิญแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมาร่วมพูดคุยและอัปเดตเทรนด์ผิวประจำปี พร้อมแชร์วิธีการดูแลผิวให้สวยใส แลดูสุขภาพดี  ไม่ตกเทรนด์ กับ หมอโอ๊ค หรือ นายแพทย์ สมิทธิ์ อารยะสกุล จาก Smith Prive’ Aesthetique Clinic จะเป็นอย่างไรบ้างนั้นตามมาดูกันเลย

“คำว่า “ผิวสวย” ในปัจจุบัน ไม่จำเป็นต้องเป็นผิวขาว แต่ต้องเป็นผิวที่ดูสุขภาพดี มีความเรียบเนียน สีผิวสม่ำเสมอ ไม่มีริ้วรอยหรือจุดด่างดำ และต้องมีความชุ่มชื้นที่พอเหมาะ โดยในปีนี้ ผิวแบบ “Glass Skin” ได้รับความนิยมจากสาว ๆ ทั่วโลกเป็นอย่างมากและยังเป็น New Beauty Trend ในปี 2019 – 2020 อีกด้วย ซึ่งเป็นลักษณะผิวที่มีสุขภาพดีจนสามารถเปล่งประกาย เงาวาว เหมือนมีน้ำใต้ผิว ยกตัวอย่างนักแสดงที่เห็นได้ชัด อาทิ Jennifer Lawrence กับ Bella Hadid ในโซนตะวันตก หรือ โซนของเอเซีย ก็อย่างเช่น จวน จี ฮุน ที่มีความใกล้เคียงกับผิวแบบ Glass Skin มากที่สุดครับ โดยวิธีการที่จะดูแลผิวให้สวยใส ฉ่ำวาว และดูสุขภาพดีแบบ Glass Skin ก็มีหลายวิธี ทั้งวิธีการที่เริ่มจากการดูแลจากภายในสู่ภายนอก เพื่อเสริมสร้างโครงสร้างภายในของผิวเราให้แข็งแรงก่อน และวิธีที่ช่วยให้เห็นผลได้รวดเร็ว อย่างการปรึกษาคุณหมอในคลินิกเสริมความงาม ทั้งนี้ หมออยากแนะนำให้ตรวจสอบและเลือกสถานพยาบาลที่มีมาตรฐาน น่าเชื่อถือ มีแพทย์ที่เชี่ยวชาญ รวมทั้งมีเครื่องมือและนวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพสูง เพื่อความปลอดภัยและเห็นผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจน”

Prive’ Aesthetique Clinic ร่วมกับ Merz Aesthetics เพื่อเพิ่มความ Radiance บริเวณพวงแก้ม ซึ่งเป็นจุดกระทบแสง ให้เปล่งประกายอย่างมั่นใจ

หากท่านใดสนใจ สามารถรับบริการ Skin Radiance Program by Merz Aesthetics ได้แล้ววันนี้ ที่คลินิกความงามกว่า 300 แห่งทั่วประเทศ โดยสังเกตเครื่องหมาย Skin Radiance by Merz Aesthetics  ณ คลินิกให้บริการ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและค้นหาคลินิกให้บริการได้ที่ www.merzclubthailand.com หรือ ติดตามข่าวสารที่  Facebook: MerzAestheticsThailand

เครดิตรูปภาพ

IG: @junjihyun_81

IG: @bellahadid

IG: @jlawthequeen

มาสด้าพร้อมมอบบริการสู่ลูกค้าเมืองกาญจนบุรี

มาสด้าผุดโชว์รูมแห่งใหม่ใจกลางเมืองกาญจนบุรี จัดพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ พร้อมให้บริการทั้งด้านการขาย และการบริการลูกค้าในจังหวัดและพื้นที่ใกล้เคียง จ่อเตรียมเปิดศูนย์ซ่อมสีและตัวถังเร็วๆ นี้ เพื่อให้การบริการแบบครบวงจรอย่างแท้จริง ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการ จังหวัดกาญจนบุรี ร่วมแสดงความยินดี

นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า จังหวัดกาญจนบุรีเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศไทย อีกทั้งสภาวะเศรษฐกิจมีแนวโน้มที่ดีขึ้นจากการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ในประเทศเพื่อนบ้านอย่างพม่า ส่งผลให้กาญจนบุรีที่เปรียบเสมือนประตูสู่ประเทศไทยได้รับผลดีไปด้วยทั้งด้านการค้าชายแดนและการท่องเที่ยว จากความตั้งใจที่จะมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า การยกระดับคุณภาพมาตรฐานการบริการ รวมถึงการขยายเครือข่ายให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ จึงเป็นเรื่องสำคัญอันดับต้นๆ เพื่อรองรับกับจำนวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และด้วยผลลัพธ์เชิงบวกจากความทุ่มเทของมาสด้าที่ได้สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักธุรกิจรายใหม่ๆ ทั้งที่ดำเนินธุรกิจในวงการรถยนต์อยู่แล้ว หรือจากธุรกิจอื่นๆ ต่างให้ความสนใจร่วมลงทุนกับมาสด้ามากขึ้น

กาญจนบุรีเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพสูงในการเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของภาคตะวันตก ทั้งในด้านการค้าการ การลงทุนชายแดน เมื่อเชื่อมโยงกับท่าเรือน้ำลึกทวาย จะทำให้สามารถขนส่งและแปรรูปวัตถุดิบและสินค้าออกสู่ตลาดโลกได้สะดวกยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นพื้นที่เศรษฐกิจหลักที่กระตุ้นให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมและพาณิชยกรรมต่างๆ โดยเฉพาะการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมและท่าเรือน้ำลึกทวาย จะเป็นการเปิดประเทศสู่เส้นทางเดินเรือใหม่ของโลก มีโอกาสในการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมในเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน เพื่อรองรับอุตสาหกรรมหนักในนิคมอุตสาหกรรมทวาย และมีบทบาทสำคัญในการแก้ไขข้อจำกัดการขยายพื้นที่อุตสาหกรรมของประเทศไทย สนับสนุนการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในอนาคต

ด้านนาย โสภณ สามัคคีธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจ เอส ออโตโมบิล จำกัด กล่าวว่า ด้วยประสบการณ์ในการประกอบธุรกิจรถยนต์มานานกว่า 20 ปี กอปรกับความคุ้นเคยกับคนในพื้นที่เป็นอย่างดี ทำให้เราเข้าใจรูปแบบการใช้ชีวิต จึงสามารถเติมเต็มความต้องการของลูกค้าได้ตรงจุด ดังนั้นเป้าหมายในการสร้างความประทับใจจนเกิดความพึงพอใจสูงสุดจึงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับ มาสด้า กาญจนบรี โดยมีทำเลที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองบนพื้นที่กว่า 3,000 ตารางเมตร การเดินทางสะดวกสบาย พร้อมให้บริการทั้งด้านการขาย การซ่อมบำรุงทุกรายการ และเตรียมเปิดศูนย์ซ่อมสีและตัวถังในเร็วๆ นี้ เพื่อมอบการบริการแบบครบวงจรให้กับลูกค้า

โปรดติดตามความเคลื่อนไหวและกิจกรรมของมาสด้าผ่านทางทางโซเชียลมีเดีย

เว็บไซต์ www.mazda.co.th และ MazdaThailandOfficial: Facebook/YouTube/Instagram/LINE

Benz Star Flag Point Maniaจัดแคมเปญเขย่าวงการนักช้อปออกรถวันนี้แลกพอยท์รับส่วนลดเงินสดฟรี 1แสนบาท หรือ จองรถวันนี้รับพอยท์เพิ่มทันที x20 เท่า!

บริษัท สตาร์แฟลก จำกัด ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการ เอาใจ สายช้อป มอบโปรโมชั่นสุดพิเศษที่นักช้อปตัวจริงห้ามพลาด!กับแคมเปญเขย่าวงการ “Benz Star Flag Point Mania” เตรียมตัวให้พร้อม จับบัตรเครดิตของคุณให้มั่น แล้วรูดให้สุดพลัง กับข้อเสนอสุดปังจากเบนซ์สตาร์แฟลก ที่ยังให้ทั้งส่วนลดเหมือนเดิม  แจกเต็มเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือ เพียงแค่คุณนำพอยท์บัตรเครดิตของคุณมาออกรถกับเบนซ์สตาร์แฟลกวันนี้ 10,000 พอยท์ แลกรับส่วนลดเงินสดทันที100,000 บาท(เฉพาะรุ่นที่ร่วมรายการ) หรือ เมื่อจองรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ วันนี้ รับพอยท์เพิ่มฟรีทันที x20 เท่า! เมื่อชำระการจองผ่านบัตรเครดิต *ที่ร่วมรายการ แค่นี้ก็สามารถถอยเมอร์เซเดส-เบนซ์ คันโปรดของคุณกลับบ้านได้สบายๆ พร้อมสิทธิประโยชน์มากมายรอคุณอยู่ เมื่อจองรถและออกรถที่บนซ์สตาร์แฟลก ตั้งแต่วันนี้ -30 กันยายน 2562

       เงื่อนไข  

  • เมื่อจองรถผ่านบัตรเครดิต (ธนาคารที่ร่วมรายการ) รับพอยท์เพิ่มทันที x 20 เท่า
  • แลก 1,000 พอยท์ เพื่อจองรถได้สูงสุดถึง 100,000 บาท
  • เปลี่ยนพอยท์เป็นส่วนลดเงินสดเพิ่มอีกทันที ทุก 1 พอยท์ เท่ากับ 1 บาท คิดเป็นมูลค่าสูงกว่าปกติถึง  10 เท่า
  • และรุ่นพิเศษ S-Class ทุก 1 พอยท์ เท่ากับ 10 บาท มูลค่าสูงกว่าปกติ 100 เท่า